เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#373 ในโลกนี้มีแต่คนบ้า


  • “ใครเสี่ยงทายใบนี้ นับว่าดีเอย”


    รูปภาพนี้ เมื่อเราจับเซียมซีได้เบอร์ที่ ๑


    “เมื่อเราบ้า จงทำ ให้หายบ้า

    ทำร้างลา โลกนี้ ไม่มีสูญ

    ทำจนจูน จนพบ ไร้อาดูร

    ไม่มีมูล เหตุแห่ง ทุกข์เศร้าใจ”


    รูปภาพนี้ หนังสือเรื่องตัวกูของกูที่โด่งดัง


         ถ้าใครอ่านของท่านพุทธทาสแล้วจะรู้เลยว่า ที่ท่านได้ยูเนสโก้ไม่ใช่เพราะอย่างอื่น แต่เพราะท่านเป็นพระอรหันต์ของแท้เหมือนหลวงปู่มั่นที่ได้รับรางวัลนี้เช่นเดียวกัน และท่านแตกฉานในคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น คำสอนของท่านทุกอย่างคือความจริง ที่ไม่ใช่สักแต่ว่าพูดออกไป


    รูปภาพนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบนมัสการ

    องค์ท่านพุทธทาสภิกขุด้วยเศียรเกล้า


         เราอ่านหนังสือของท่านหลายเล่มและเราพบว่า เรายังโง่อยู่มาก เพราะเราคิดว่า ถ้าสักแต่อ่านและไม่ทำตามความเข้าใจหรือไม่ลงมือปฏิบัติก็จะเข้าใจได้โดยยาก และจำได้ว่า หนังสือเล่มแรกที่อ่านของท่านและเป็นหนังสือที่โด่งดังมาก ก็คือ “ตัวกูของกู”


    “เรื่องนั้น อ่านกี่ทีก็รู้สึกสั่นสะเทือนไปทั้งดวงใจ”


         เราไม่ได้พูดเว่อร์เกินไปนะ เพราะว่า เราตื่นจากที่หลงในตัวของเราจนมากเกินไป และคิดว่า ตัวเองเหนือกว่า ต่ำกว่าหรือเสมอกว่าเขาไปหมด และเมื่อมาถึงเล่มนี้อีก ทำให้เราตื่นอีกครั้งว่า “สรุปเรายังเป็นคนบ้าอยู่นี่เอง”


    รูปภาพนี้ โลกนี้มีแต่คนบ้า


    “ไม่มีอุปาทาน ไม่มีคนบ้า”

    ท่านพุทธทาสภิกขุ


         คนบ้าในความหมายของท่านพุทธทาสภิกขุคืออะไร หมายถึงคนป่วยเป็นโรคทางจิตเวชหรือเปล่า นั้นก็ไม่ใช่ แต่หมายถึงคนที่ยังหลงอยู่ในโลกเหล่านี้ล่ะ และโลกเหล่านี่คือโลกอะไร โลกเหล่านี้ก็คือโลกแห่งกิเลส


         มีคำถามต่อว่า โลกแห่งกิเลสคือโลกอะไรอีกล่ะ โลกแห่งกิเลสก็คือโลกแห่งอุปาทาน อุปาทานที่มาจากตัณหา มาจากอวิชชา ที่มันปรุงจิตให้เกิดตัวกู อย่างนี้เมื่อไรมันก็มีคนเกิดขึ้นเมื่อนั้นและที่นั้น นั้นแหละคือคนบ้า


    รูปภาพนี้ เข็มทิศการเดินทาง


         เมื่อนั้นที่เรารู้แล้วว่า คนบ้าคืออะไร เราก็ควรรู้ถึงวิธีการปฏิบัติให้หลุดพ้นจากคนบ้านั้น ซึ่งท่านพุทธทาสก็อธิบายวิธีการแก้ไขให้เราหายบ้า โดยกล่าวถึง “หัวใจของพระพุทธศาสนา”


         ท่านกล่าวว่า คนสมัยโบราณไม่มีความรู้มากเหมือนคนสมัยนี้ จึงไม่มีปัญญาที่จะเห็นแก่ตัวมากเหมือนคนสมัยนี้ ฉะนั้นคนโบราณจึงทำบาปน้อยกว่าคนสมัยนี้ สำหรับเราคือ ความจริงนะ ยิ่งศึกษาก็ยิ่งอวดเก่งและเพิ่มความโลภ โกรธ หลงให้มากขึ้น


    รูปภาพนี้ หัวใจของพระพุทธศาสนา

    คือ ละชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส


         และไม่เพียงเท่านั้น เวลาจะสร้างกุศลอะไร เดี๋ยวนี้ คนเขาต้องทำให้ดูดี มีสกุล ให้คนเห็น ท่านกล่าวว่า คนสมัยนี้จะทำบุญอะไรกันสักหน่อยก็ต้องหลอกลวงกันอย่างนั้นอย่างนี้ จะต้องจัดงานกันอย่างนั้นอย่างนี้ คนจึงจะบริจาคในสิ่งที่เรียกว่าเป็นการบุญการกุศล เรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริงนะ และหลายครั้ง พอทำบุญกับคนพวกนี้ก็มีแต่ได้ความเศร้าหมองกลับมาด้วย เพราะไม่รู้ว่า ไปทำบุญหรือไปอวดกัน แต่เปรียบกับคนสมัยก่อน คือ คนที่ทำกุศลให้ถึงใจ คือ ไม่สร้างอกุศลให้ถึงพร้อม


         และชำระจิตให้ขาวผ่อง คือ การชำระจิตให้หลุดพ้นจากคำว่า “ร้าย” คือ ไม่กล่าวร้าย ไม่ทำร้าย สำรวมในระเบียบวินัย มีความรู้ประมาณในการบริโภค และนั่งนอนในที่อันสงัด


    รูปภาพนี้ สุภาษิตของพระพุทธศาสนา


         “เมื่อเราอ่านถึงตรงนี้ เราจะเริ่มมีความเข้าใจว่า ทำไมมนุษย์เราเดี๋ยวนี้ถึงต่ำลงไปในทุกขณะ เดี๋ยวนี้ไม่ว่ามนุษย์อะไรก็ตาม ทำตัวเยี่ยงไม่ใช่มนุษย์ขึ้นเรื่อยๆ


         คงอย่างที่ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า “มีการเบียดเบียนกันมากขึ้น เพราะความที่มนุษย์มีจิตใจต่ำลง และมนุษย์เป็นทาสของกิเลสตัณหา” มนุษย์เรามีโลภจากการหาเสรีภาพมากเกิน เรียกร้องแต่สิ่งที่ถูกต้อง (เฉพาะในความคิดตัวเอง) เห็นคนคิดต่างเป็นศัตรู อยากได้เงินเขา เรียกร้องอิสรภาพผิดๆ อยากมีเหมือนเขา อยากเด่นดัง อยากมียอดไลค์และฟอลโล่มาก อยากทุกอย่างในเราอยากเปลี่ยนจาก "Nobody" เป็น "Somebody" จนเราลืมความจริงของจิตใจว่า เราต่ำลงทุกขณะ ในขณะที่ความโลภ ความโกรธและความหลงกลับเพิ่มขึ้นทุกขณะและชนะเราทุกวัน


         สิ่งที่ช่วยทำให้จิตใจของเรามีความเป็นตัวเราเองมากขึ้น ก็คือ การที่เราพยายามเก็บตัวไว้ในที่สงบสงัดนั้น ก็เพื่อมีโอกาสที่จะบังคับตัวเองให้ดี จะเกิดสติสัมปชัญญะอย่างแท้จริง ดั่งท่านพุทธทาสได้กล่าวไว้”


    รูปภาพนี้ ขอกราบนมัสการลาองค์ท่านพุทธทาสภิกขุ

    ผู้ซึ่งเป็นยิ่งกว่าแสงสว่างส่องทางในโลกที่มืดมิดนี้


    “ธรรมะเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตให้ถูกต้อง”

    ท่านพุทธทาส


         การที่เรามีความสุขความเจริญสมควรแก่ฐานะก็โดยอาศัยธรรมะในทางศาสนาเป็นเครื่องนำทางชีวิตตลอดมา เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นความจำเป็นที่เราควรจะต้องศึกษาให้เกิดความรู้ความเข้าใจชัดเจนถูกต้อง



         การศึกษาให้ชัดเจนถูกต้องคือการศึกษาด้วยการฟังด้วยความตั้งใจย่อมได้ปัญญาและการอ่านหนังสือธรรมะ (จากผู้ที่รู้จริงไม่ใช่ผู้แอบอ้างว่ารู้จริง เพราะอย่างเราก็ถือว่า ต้องปฏิบัติอีกมากเช่นกัน) เป็นเหมือนดั่งกับยาแก้โรคทางใจ และเรื่องราวทั้งหมดนี้สอนให้รู้ว่า


    “จิตใจที่ไม่มีธรรมะ

    ไม่อาจเอาชนะธรรมชาติฝ่ายต่ำได้”

    พุทธทาสภิกขุ


    Look A Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in