เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#369 เจ้าหนูนักสืบไขคดีพิศวง ปีศาจล่องหน


  • “เมื่อเปิดใบเซียมซี ก็จะพบว่า

    ตัวเองทำตัวเองทั้งนั้น”


    รูปภาพนี้ เมื่อเราจับเซียมซีได้เบอร์ที่ ๔


    “หลายๆครั้ง ฉันตื่น จากฝันนั้น

    ที่ทุกวัน มีจริง ที่ซ่อนหา

    ว่ามายา อะไร ล่องนภา

    ห่างหายมา หายไป ชั่วนิรันดร์”


    รูปภาพนี้ ภาพหน้าปกของหนังสือเรื่องชื่อดังของคุณรัมโปะ


         หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ถูกเขียนโดยนักเขียนญี่ปุ่นชื่อดังที่เขียนเรื่องสุดแนวสืบสวน สอบสวน แต่ไม่ทิ้งกลิ่นอายเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ ซึ่งคือ ความหลงว่า ตัวเองเก่งกล้าสามารถ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานเขียนที่สร้างชื่อของอาจารย์ ก็คือ "ขบวนการนักสืบจิ๋ว"


    รูปภาพนี้ หากได้เจอรัมโปะ คงอยากบอกว่า อาจารย์ผูกเรื่องได้สนุกมาก



         สำหรับหนังสือเล่มนี้ เพื่อนๆหลายคนอาจจะอ่านแล้วไม่ชอบนะ แต่เรารู้สึกชอบนะ และเราเคยอ่านหนังสือของชุดนี้แต่เป็นของอีกสำนักพิมพ์หนึ่งแปลนะ ก็ถือว่า มีความสนุกสนานที่แตกต่างกันไป และสำหรับเรา พอมาอ่านอีกสำนักพิมพ์หนึ่ง เราตัดสินใจแล้ว


    “ลืมทุกอย่างไปหมดและเปิดใจให้กว้าง 

    พร้อมจะอ่านเล่มมนี้”


         เรากลับพบว่า คนนี้แปลสนุกมาก คือ เรารู้สึกตื่นเต้น และอ่านชั่วโมงเดียวจบ เพราะอยากรู้มากว่า จะเป็นอย่างไรต่อไปดีนะ มีมนุษย์ล่องหนจริงหรอ ทำไปทำไม ทำเพื่ออะไร และพอเฉลยก็ถือว่า เข้าใจทันที


    รูปภาพนี้ หนังสือฉบับญี่ปุ่น


    “ละครเวทีแตกต่างกันมาก

    เวลาดูจากที่นั่งผู้ชมกับจากเบื้องหลัง”

    อาเกะชิพูดขึ้นมา


         ชิมะดะกับคิโนะชิตะพบกับมนุษย์ล่องหนโดยบังเอิญ และในขณะที่มนุษย์ล่องหนได้หายไปต่อหน้าต่อหน้าเด็กสองคน อยู่ดีๆ นักข่าวก็โผล่หน้ามาจากไหนก็ไม่รู้และบอกว่า ตัวเขากำลังตามล่าเรื่องมนุษย์ล่องหนอยู่ ถ้าหากเจอมนุษย์ล่องหนให้ติดต่อหาเขา


         คิโนะชิตะบังเอิญไปเจอมนุษย์ล่องหนที่ห้างและชิมะดะเจอมนุษย์ล่องหนที่บ้าน ดังนั้น ทั้งสองเชิญคุณนักข่าวมาที่บ้าน และพูดถึงของที่มนุษย์ล่องหนว่า "เขาคงอยากขโมยหอคอยไขมุกที่บ้านชิมาดะแน่นอน"


    รูปภาพนี้ ภาพหน้าปกในแบบญี่ปุ่น (อีกแบบ)


         เมื่อถึงวันกำหนดที่เจ้ามนุษย์ล่องหนจะมาขโมยของที่บ้าน เจ้าหนูชิมะดะก็เชิญทั้งนักข่าวและขบวนการยอดนักสืบจิ๋วมาด้วย และอยู่ดีๆมีเสียงร้องจากภายในบ้านว่าถูกขโมยของไปแล้ว


         เจ้าหนูโอโตเมะ หนึ่งในขบวนการนักสืบจิ๋วที่ได้ยินเสียงตะโกนก็สายตาพลันไปเห็นมนุษย์ล่องหน จึงรีบตามไปจนถึงรังของเจ้ามนุษย์ล่องหน และหลังจากนั้น ก็ได้เจอชายชราที่ทำมนุษย์ล่องหน และชายชราคนนั้นนำเจ้าหนูโอโตเมะมาทำให้กลายเป็นมนุษย์ล่องหน ซึ่งโอโตเมะเสียใจมาก


    รูปภาพนี้ นักสืบชื่อดังก็พร้อมเปิดตัว


         หลังจากโคบายาชิรู้ว่า โอโตเมะกลายเป็นมนุษย์ล่องหนไปแล้วก็เลยตัดสินใจว่า คงต้องไปขอยอดนักสืบอย่างอะเกะชิมาช่วยซะแล้ว ไม่งั้นคงไขคดีไม่ได้


         เมื่อทุกคนไปขอความช่วยเหลือจากอาเกะชิ นักสืบชื่อเสียงโด่งดังก็พยายามหาทางวางแผนเพื่อที่จะจับเจ้ามนุษย์ล่องหนนี้ให้ได้พร้อมกับภรรยาของตัวเขาเอง


    รูปภาพนี้ ภาพหน้าปกญี่ปุ่น อีกรูปแบบหนึ่ง


         “เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เราเริ่มรู้สึกตื่นเต้นว่า เอาไงดีนะ อาเกะชิจะวางแผนสำเร็จไหม แต่ทำไมล่ะ อาเกะชิถึงถูกจับไปล่ะ แล้วทำไมถึงแพ้เร็วจังหว่าเนี่ย เอาเถิด เราต้องทดลองเชื่อความฉลาดของนักสืบว่า ต้องมีอะไรแน่


         ส่วนเจ้าหนูที่มีความกล้าหาญแต่ขาดสติคงหนีไม่พ้นกับหนูโอโตเมะ ที่กล้าหาญถึงขั้นบุกถ้ำ เข้ารังของตัวร้ายเพียงคนเดียว แถมยังฉลาดในการปล่อยเบาะแส เพื่อให้ตามหาได้อีก แต่ขาดสตินิดนึง คือ น่าจะตามเพื่อนไปด้วยกัน


         และไม่เพียงเท่านั้น เจ้าหนูโคบายาชิที่สามารถวางแผนแบบมีสติรัดกุม ทำตามอาจารย์อย่างอะเกะชิบอกว่า ต้องใช้ดีบุก ทำอย่างไรให้รอดพ้นจากการจับตัว ก็ถือว่า เป็นเด็กที่รอบคอบและช่างสังเกตอีกด้วย ว่า ใครคือใครกันแน่”


    รูปภาพนี้ ตัวละครนักสืบที่น่ารัก


    “คดีอาชญากรรมก็เช่นกัน มีทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

    ที่ทุกคนเห็นมาจนถึงวันนี้เป็นเบื้องหน้า

    นั้นก็คือ นั่งที่นั่งของท่านผู้ชมครับ”

    อะเกะชิพูดความจริง


         อยู่ดีๆ อะเกะชิก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ถึงสามคน อ้าวแล้วคราวนี้ ใครเป็นตัวจริง หรือทั้งสามคนเป็นตัวลวงล่ะที่นี้ ซึ่งในไม่ช้า “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น” อะเกะชิตัวจริงปลอมเป็นชายชราหลอกเจ้ามนุษย์ล่องหนตัวจริงที่ปลอมเป็นอะเกะชิ และเขาก็เริ่มอธิบายถึงแผนการทั้งหมดในการจับเจ้ามนุษย์ล่องหนนี้หรือจอมโจรยี่สิบหน้านั้นเอง 



         พอความจริงเผยออกมาก็คือ มนุษย์ล่องหนไม่มีอยู่จริง มันเป็นเพียงการสร้างหลอกเราขึ้นมาโดยให้มีอุปาทานหมู่จากเจ้านักข่าวลวงโลกกับพวกก็เท่านั้นเองที่ทำให้คนกลัวโดยใช่เหตุ และเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


    “ความลวงปกปิดความจริง 

    ความจริงที่เราคิดว่าจริง 

    และกลัวไปเองนั้น มันไม่มีอยู่จริง

    ส่วนความลวงที่คิดเป็นความลวงนั้น มันก็ไม่มีอยู่จริง

    เพราะความจริงปกปิดความจริงอีกต่อหนึ่งคือ 

    ความจริงนั้นก็คือ ความไม่รู้อยู่นั้นเอง”


    Look A Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in