Look a Breathenimon
#350 ให้ความหวังนำทางเรา (แพน พงศ์พนรัตน์)


  •      เป็นหนังสืออีกเล่มที่วางไว้ที่บ้านนานมาก และเมื่อมาอ่านก็กลับพบว่า ซึ้งปนเศร้า และเมื่อเราทุกข์ พออ่านแล้วกลับพบว่า คนเราอยากมีชีวิตและอยากมีความหวังขึ้นมาทันที 


         เรื่องราวหลายเรื่องที่ผ่านการเล่าสู่กันฟังมานั้น มันเต็มไปด้วยความประทับใจและความเข้าใจ เหมือนตอนที่สึนามิประเทศไทย เราก็เข้าใจความรู้สึกของผู้ประสบภัยอย่างมาก


    “ความจริงของชีวิตไม่มีอะไรที่แน่นอน

    มีเพียงสิ่งเดียวที่แน่นอน คือ สักวันหนึ่ง

    เราต้องพลัดพรากจากกัน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม”


    รูปภาพนี้ ความหวังยังอยู่


         เรามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเพื่อนคนหนึ่งที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นตอนช่วงสึนามิ และกลายเป็นว่า เพื่อนเป็นผู้รอดชีวิต เพื่อนเล่าว่า มีรถจากทางการ มาช่วยลำเลียงเธออกไป และนั่งรถไปหลายคันจนไปถึงสนามบินเซนได และตอนนั้น เธอรู้สึกเหมือนวิญญาณได้ออกจากร่างไปแล้ว ทั้งกลัว ทั้งหนาวเหน็บ ทั้งเครียด จนกระทั่ง มีคนญี่ปุ่นคนหนึ่งมาชวนเธอบอกว่า ให้ไปนั่งด้วยกัน และแบ่งอาหารให้ ก่อนที่จะมีคนมาช่วยเธอไปส่งที่นาริตะ 


    “เธอบอกว่า วันนั้น 

    รอยยิ้มของคนญี่ปุ่นที่มอบอาหารให้ และ

    เรียกให้เธอไปนั่งด้วยกัน 

    ด้วยภาษาอังกฤษฟังยากนั้น

    ฉุดให้วิญญาณเข้าร่างอีกครั้ง 

    ว่าตอนนี้เธอยังมีลมหายใจอยู่

    เธอยังมีชีวิตอยู่ เธอรอดจากสึนามิ

    แล้วทำไม ความหวังของเธอทั้งหมดถึงเกือบหายไป

    เธอบอกว่า ถ้าไม่มีรอยยิ้มกับน้ำใจในวันนั้น 

    ก็คงไม่มีเธอในวันนี้” 


    เปรียบดั่ง

    “น้ำใจจะเห็นได้เมื่อยามยาก

    ความดีมากจะเห็นเมื่อยามนั้น

    ยามที่ไม่คิดว่าจะพบแสงสว่างพลัน

    แสงจันทร์นั้นส่องสว่างยามมืดมิด”



    รูปภาพนี้ คำถามที่ต้องการคำตอบ


         ก่อนจะเริ่มต้นพูดถึงในหนังสือ เราอยากขอเล่าเรื่องราวของเพื่อนญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ทั้งครอบครัวตายหมด เหลือแต่เพียงพี่สาวคนเดียวที่หัวใจแทบสลาย และอยู่เหมือนกับเป็นคนที่ไม่ใช่คน แต่แล้ววันหนึ่ง วันที่เวลาน่าจะเยียวยาจิตใจของพี่สาวของเพื่อนได้ ก็เมื่อผ่านไปนานแล้ว แต่ความจริงก็คือ ยังไม่มีใครสามารถลืมความจริงที่แสนเจ็บปวดนี้ได้สักคน


         อย่างเช่น เรื่องราวในหนังสือที่มีเล่าถึงเรื่องราวที่โรงเรียนหนึ่งที่มีทั้งครูและอาจารย์เสียชีวิตมากที่สุด ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองฟ้องจนโรงเรียนต้องปิดตัวไป ส่วนอาจารย์ที่รอดนั้น ก็เพราะตัดสินใจเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นี้ โดยไม่สนที่จะช่วยเหลือใคร



    รูปภาพนี้ คำตอบในคำถามนั้น


         เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ออกข่าวลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ จนสุดท้าย อาจารย์ผู้นั้นที่ตัดสินใจหนีไปก็ทนไม่ไหว ทั้งทนคำพูดของคนที่ต่อว่าไม่ไหว และทั้งทนต่อมโนภาพในความดีของตัวเองที่ตอนนี้ตัวเองกลับกลายเป็นคนไม่ดี เพราะหนีเอาตัวรอดไปแล้ว จึงเดินทางกลับมายังโรงเรียนที่เกิดเหตุและตัดสินใจฆ่าตัวตาย


         เรื่องราวในแบบนี้สร้างทั้งวีรบุรุษอย่างมิกิที่ยอมตายเพราะเพียงเป็นกระบอกเสียงให้คนรอดชีวิต และคนหลายคนที่ยอมตายเพื่อให้อีกคนรอด แต่เรื่องราวนี้สร้างคนขึ้นมาอีกด้วยเช่นกัน เพราะความเป็นจริงของคนย่อมกลัวภัยที่มาถึงตัว และย่อมคิดจะเอาตัวรอด แต่เนื่องด้วยว่า ตัวเองเป็นครูที่สอนเด็ก ดังนั้น เหตุการณ์แบบนี้ จึงไม่ควรเกิดขึ้น


    รูปภาพนี้ คำถามและคำตอบนั้น


         แต่ก็ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ยังคิดว่า เพราะยังมีลมหายใจอยู่ จึงยังต้องดำรงชีวิตต่อไปด้วยความหวัง ถึงแม้ความหวังจะริบหรี่ แต่ก็พยายามที่จะทำวันนี้ให้ดีต่อไป 

    อย่างเช่น ครอบครัวหนึ่งที่ตัดสินใจออกจากบ้านพักชั่วคราวกลับมาอยู่บ้านตัวเอง และยังมีน้ำใจที่จะทำข้าวปั้นให้คุณแพนกินอีก น้ำใจในขณะที่เจ็บช้ำนี้มันส่งผลให้เรารู้ว่า ความดีต่างหากที่ทำให้คนๆหนึ่งเป็นวีรบุรุษที่แท้จริง



         ถึงแม้สึนามิจะพัดทุกอย่างจงพังทลายลงไปจนหมดสิ้นแล้ว เพราะถึงแม้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่เหตุการณ์นี้ยังเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา มีเพียงสิ่งหนึ่งที่สึนามิไม่สามารถพัดพาไปได้คือ คุณงามความดี ความหวัง และน้ำใจที่มีต่อกัน



         ก่อนจะจบ เราอยากขอพูดถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยมีในบ้าน แต่เราได้เอาไปบริจาคแล้ว เพราะเราอ่านแล้วมันรู้สึกถึงความสะเทือนใจกับความที่เกี่ยวกับสึนามิมาก ซึ่งก็คือ หนังสือขอให้มีชีวิตอยู่ด้วยกัน


         ในเล่มนั้น เรารู้สึกเศร้าใจปนประทับใจกับหลากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่า จะเป็นคุณพ่อผู้สูญเสียภรรยาที่เอาแต่โทษตัวเองไปมาว่า เพราะตัวเอง ภรรยาพร้อมลูกและญาติต้องมาตายเพราะตน หรือจะเป็นตอนเด็กชายเกเรที่ชอบทะเลาะกับคนรอบข้าง แต่กลับกลายเป็นคนช่วยชีวิตน้องสาวและแม่ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้รวมถึงการสูญเสียกำลังใจ แต่ยังมีการพูดถึงการมีกำลังใจที่สำคัญด้วย



    “อย่าปล่อยให้ความผิดหวัง

    และความคาดหวังของเรา

    ทำลายความหวังของเราไปจนหมดสิ้น”


    Look A Breathe 

    (LAB)

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in