เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#302 คนอยู่วัด


  •      ณ ที่แห่งหนึ่งที่ทำให้เราได้รู้จักกับคนในหลากหลายรูปแบบ ที่มีทั้งดีและไม่ดี ซึ่งคนเหล่านั้นมักจะถูกสังคมเรียกว่า


    “เด็กวัด”


    บีท: ผมถูกเชิญกลับมาครับ เพื่อให้มาวาดอะไรมีสาระ แต่ผมอยากบอกพี่ผมว่า ผมอดเขินไม่ได้เลย

    เรา: เขินอะไร เจ้าหมีบีท

    บีท: ผมเพิ่งค้นพบล่ะสิครับว่า ผมเหมาะกับทำอะไรแบบนี้ ผมวาดรูปสวยมากนะ ถ้าใครไม่ชม ผมงอน

    เรา: จ้าๆๆ งามมากเลย งามจนหาอะไรดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว

    บีท: ผมงอนที่พี่ประชดด้วย แงๆ ผมจะไปฟ้อง (นั้นดิ เราจะ ไปฟ้องใครดี อ้าวขอฟ้องคนอ่านล่ะกัน) ไม่คุยด้วยแล้ว


         พอเราง้อมันเนี่ย ก็กลายเป็นว่า มันไม่ยอมให้อภัยแล้ว เพื่อนๆค่ะ ช่วยง้อเจ้าหมีบีทแทนเราหน่อยสิค่ะ ดูสิ หมีบีทโกรธจนก้นสะบัดไปเรียบร้อยแล้ว


    “เด็กวัด เป็นทั้งคำพูดที่ถูกกล่าว

    ในทางที่ดีและไม่ดี”


         เมื่อตอนสมัยเด็กที่คุณไมตรีตัดสินใจประหยัดเงิน และไปอาศัยอยู่ในวัดที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเด็กที่อยู่วัดส่วนใหญ่ เมื่อออกจากวัดไปแล้ว ก็มีทั้งคนที่เป็นใหญ่เป็นโต คนเจริญก้าวหน้าในชีวิต คนที่ชีวิตทั้งดีและไม่ดี ซึ่งคุณไมตรี เล่าเรื่องความทรงจำของตัวเอง เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่า สิ่งใดควรทำและสิ่งใดไม่ควรทำ



         สนั่นที่เป็นคนยากจน ขอพ่อแม่ไปเรียนจิตรกรรม ซึ่งครั้งแรกพ่อแม่ไม่ให้ แต่สุดท้ายพ่อแม่ก็ยอม วันหนึ่ง ด้วยความตั้งใจมั่นและความเพียรพยายามของสนั่น ทำให้งานของสนั่นชนะเลิศและเขานำเงินที่ได้มาไปซื้อพวกเครื่องมือวาดภาพต่อไป


         นึกเป็นคนที่เราเห็นได้เดี๋ยวนี้โดยมาก ทั้งหลอกลวง ต้มตุ๋น ไม่ว่าจะไปทำเนียนกินอาหารงานศพ ซื้อสูทเพื่อทำเนียนไปกินอาหารงานแต่ง ยืมเงินเพื่อนโดยไม่อาย และกว่าจะคืนก็นาน แต่ชีวิตของนึกมันทำให้มองได้สองด้านคือ ในมุมเขาอาจจะคิดว่า ถ้าไม่จนก็คงไม่ทำแบบนี้  แต่ถ้าในมุมของเรา กลับมองว่า มีหลายคนที่จนก็ไม่เห็นต้องทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนอย่างประหยัดในเรื่องที่ยอมทนประหยัด อดออม เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น


         หลวงตาเป็นเจ้าอาวาสที่อยู่ในวัด ท่านทั้งอายุมาก แต่ก็ไม่เคยลืมกิจของพระ โดยการที่ท่านบอกว่า ท่านจะต้องออกบิณฑบาตรทุกวัน ถึงแม้วันไหน ท่านไม่สบาย ถ้าท่านทนไว้ก็จะออก วันหนึ่ง ท่านไม่สบายจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ท่านก็ยังอดห่วงเด็กวัดไม่ได้



         หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยมัธยมต้น และเป็นหนังสือที่สื่อให้เราเห็นถึงเรื่องราวรอบด้าน ถึงหลายอย่างที่หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรืออยู่ในสถานการณ์ไหน เราต้องใช้สติในการแก้ไขปัญหา และเราต้องพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเราต้องรู้เท่าทันอารมณ์และความคิดของตัวเอง เพราะอย่าลืมว่า ทุกคนก็เป็นมนุษย์เดินดินคนหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งคำถามเดียวในข้อสอบสำหรับเล่มนี้คือ


    “ชีวิตคืออะไร”


    “หากมีใครเรียกผมว่าหมีวัด

    ผมยอมรับและภูมิใจเสมอ

    ผมจะใช้มือของผมทั้งสองมือ

    พร้อมสติถือไว้ไม่ร้างลา

    ชีวิตหมีที่น่ารักทุกวันนี้

    เพราะหมีรักในพุทธศาสนา

    หมีตั้งใจทำความดีทุกเวลา

    ลับมีดมาลับสติให้คม”


    “อย่าว่าผมมีสาระ เพราะสาระอยู่ที่ผมจะบอก เข้าใจ”

    หมีบีท


         ผมพูดบ้าอะไรหว่าเนี่ย แต่ผมก็อดไม่ได้นี่ครับ ที่ผมอยากเป็นหมีวัดเหมือนเขาบ้าง ผมอ่านแล้ว ก็ดูดีอยู่ ทั้งชีวิตที่อดทน ผมเป็นหมีมีแต่ความทนอดครับ (ทนอดอะไร ผมยังเง็ง) แถมยังประหยัด แต่ประหยัดนี่ คืออะไรหว่าเนี่ย ผมคงต้องกลับไปคืนดีกับพี่เพื่อถามหน่อยดีกว่า 



    “ไม่มีใครกำหนดเราว่า 

    เราเป็นเด็กวัด แล้วเด็กวัดเป็นเด็กดีหรือไม่ดี

    นอกเสียจาก การกระทำที่เกิดจากตัวของเราเองทั้งนั้น 

    ที่ทำให้เราเป็นคนดีหรือไม่ดี”

    Look a Breathe



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in