เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
รีวิวเฉพาะกิจ หลังจากอ่านหัวขโมยแห่งบารามอสอีกครั้ง


  •      วันนี้เป็น วันที่เราหยิบหนังสืออย่างหัวขโมยแห่งบารามอสมาอ่านอีกครั้ง และเป็นหนังสือที่อ่านผ่านไปในกี่ช่วงอายุของเรา ก็จะได้ข้อคิดที่แตกต่างกันไป ซึ่งวันนี้ก็เหมือนกันค่ะ ที่ได้กำลังใจอะไรมากมายจากเรื่องนี้ 


         เพื่อนๆคนไหนอยากอ่านเรื่องย่อของแต่ละเล่มในหัวขโมยแห่งบารามอสค่ะ วันนี้ เราได้ตั้งใจสรุปเรื่องราวในหนังสือของแต่ละเล่มมาให้เพื่อนอ่านแล้วค่ะ เพื่อนสามารถตามได้จากเพจในหัวข้อเรื่อง


    #52 หัวขโมยแห่งบารามอส


         หลังจากนี้ เราขอแบ่งออกเป็นแต่ละเล่มว่า มีข้อเตือนใจอะไรบ้างที่มาแบ่งปันเพื่อนๆค่ะ


    เล่มแรก มงกุฎแห่งใจ


         เมื่อมงกุฎแห่งใจสำแรงฤทธิ์ว่า หากใครอยากได้อะไร มันจะบันดาลให้สมปรารถนา ไม่ต่างจากโซ่ที่ถูกตรวนเอาไว้ด้วยสิ่งหรูหราทั้งปวงหรือสิ่งหลงใหลทั้งหลาย เราคิดว่า มันดี แต่อย่าดูถูกสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะอาจทำให้เราเป็นทาสของความคิดก็ได้ 



         หลายครั้งที่ เราคิดว่า มงกุฎเป็นเครื่องประดับที่สวยงาม เป็นเครื่องแสดงว่า เราใหญ่กว่าคนอื่น เป็นเครื่องแสดงภาพลักษณ์ที่ดี แต่จริงๆ มันกลับเป็นสิ่งที่หนักหัวเราอยู่หรือเปล่า


    เล่มสอง คทาแห่งพลัง


         เมื่อทุกคนต้องเดินทางนำคทาแห่งพลังมาซ่อม และหลายต่อหลายคนที่อยากได้พลังจากคทา เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจและเป็นใหญ่ แต่หากอำนาจนั้นขาดซึ่งคุณธรรม คงไม่ต่างจากคทาที่แตกหัก แล้วคุณธรรมที่อ่านจะพบว่า มีทั้งหมดหลักๆ 5 ประการ ได้แก่



           1. จริยา เป็นการวัดความประพฤติของพื้นฐานง่ายๆของคนเราที่เพียงแค่ เราพูดจาสุภาพก็สามารถผ่านเมืองหน้าด่านได้อย่างง่ายแล้ว ซึ่งพูดจาสุภาพเป็นสิ่งที่ทำง่าย และถ้าทำประจำก็จะมีคนเอ็นดูอีกด้วย


           2. เมตตา เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเป็นมนุษย์ที่เราไม่เบียดเบียนกันและกันด้วยกาย วาจา และใจ โดยที่ถ้าทุกคนสามารถทำไ้ด้ โลกคงน่าอยู่น่าดู เปรียบเหมือนยักษ์ที่ไม่เบียดเบียนกันในเมืองยักษ์



           3. ปัญญา คือ เปรียบเหมือนป่าหลงลืม ที่หลายครั้ง เราตกอยู่ในกระจกทมิฬที่ต้องสู้กับตัวเอง หลงอยู่ในเขาวงกต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เหมือนกับเราหลงอยู่ในตัวของเราเอง ถ้าหากเราใช้เวลามาสู้กับตัวเราเองแทน เราเลิกยึดติดหลงในตัวของเราได้ เราสามารถพาตัวออกจากป่านี้แล้ว


           4. มโนธรรม คือ คิดดี พูดดี ทำดี เพียงแค่เราอย่าหลงว่า เขาทำดีกับเรา แต่เราแค่เพียงไม่ทำร้ายเขา และเรามั่นระวังใจตัวเองไม่ให้คิดหรือทำและพูดในสิ่งที่ผิดก็เพียงพอแล้วที่จะออกจากหุบเขากระโหลกได้


           5. สัตยวาที คือ การพูดจาแบบมีสติ เพราะถ้าเราไม่คิดก่อนพูด ไม่มีสติในการพูด ก็จะทำให้เราพูดอะไรออกมา โดยไม่ทันคิด และทำให้คนอื่นมองเราในทางที่ไม่ดีได้ ถ้าเรามีสติก็อยู่ในนครจันทราได้อย่างง่าย


    เล่มสาม แหวนแห่งปราชญ์


         แหวนตัวดีเลย ที่มันบอกว่า มันสามารถรู้อนาคต แต่ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากรู้อนาคต แต่เราต้องรู้อนาคตแบบมีสติ ไม่ใช่สักแต่ว่ารู้และทำร้ายคนอื่น ดังนั้น อนาคตไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ปัจจุบันต่างหากที่สำคัญกว่า


           1. สติ เป็นสิ่งสำคัญในการครองสติให้อยู่ในปัจจุบัน เพราะการทำปัจจุบันให้ดี อนาคตย่อมดีด้วย อย่างเช่น ซีบิลกล่าวว่า


    “พระเจ้าฉลาด 

    ประทานข้อสอบที่ยากที่สุดมาพร้อมกับคำตอบ 

    ทว่าคนโง่เห็นข้อสอบแต่มองไม่เห็นคำตอบ 

    ถึงได้รู้สึกว่า ปัญหาไม่มีทางแก้”


           2. สงบ เป็นสิ่งสำคัญเวลาจิตเราว้าวุ่น หาทางออกไม่เจอ และเมื่อไหร่ที่เราลองทำใจให้ค่อยๆสงบ เราพบหนทางที่ถูกต้องในที่สุด


    “จิตอันสงบ

    ย่อมมองเห็นทางอันสว่าง

    ส่วนจิตที่วุ่นวาย 

    แม้มีทางทอดยาวอยู่เบื้องหน้าก็ยังมองไม่เห็น



           3. แก้ปัญหา คือ ปัญหาทุกอย่างมีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้แบกค่ะ ดังนั้น ถ้าใครแบกไว้แต่ไม่แก้ไข สุดท้าย บ่าก็จะหนักและทรุดในที่สุดค่ะ เปรียบดั่ง


    “คนเรามาอย่างไรก็ต้องไปอย่างนั้น

    ยามมาเป็นผู้กำหนดจะมาเอง

    ยามไปก็ต้องเป็นผู้กำหนดจะไปเอง

    ไม่มีใครทำแทนใครได้”


           4. จิตตั้งมั่น คือ การทำจิตให้ตั่งมั่นในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าเป็นการทำความดี โดยเฉพาะการตั่งมั่นที่จะสู้กับสิ่งไม่ดี


    “ลดความสบายของเราลงหน่อย

    แล้วให้คนข้างนอกได้เห็นแก่ตัวบ้าง

    ความเห็นแก่ตัวในโลกก็ไม่ลดลงเท่าไหร่หรอก”


    เล่มสี่ ดาบแห่งกษัตริย์


         ดาบหมายถึงอำนาจ และอำนาจที่เกิดจากคนที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด มันก็ย่อมเป็นหนทางที่ผิด เพราะอำนาจที่ถูกคืออำนาจรู้เท่าทันใจตนเอง


    “อำนาจที่แสวงหาจากภายนอก ไม่เคยเป็นนิรันดร

    และชัยชนะเหนือใจตัวเองเท่านั้น ที่เป็นนิรันดร”


           1. กำหนดความมุ่งมั่น คือ เมื่อใดที่เรามีความมุ่งมั่นในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ทุกๆวันที่เราใช้ชีวิตในแต่ละวันก็มีความสุขและตระหนักรู้คุณค่าในตัวเอง


    “ชีวิตคนเราจะสั้นหรือยาวไม่ใช่เป็นสิ่งสำคัญ

    สำคัญอยู่ที่ อยู่อย่างมีค่า ตายอย่างมีค่า”



           2. อย่าท้อแท้ นึกดูแคลนตัวเอง คือ ไม่ว่า ชีวิตของเราตอนนี้ ดูไม่มีอะไรที่ดีเหมือนคนอื่น แต่ขอให้เรารู้ไว้ว่า อย่าท้อแท้ เราอย่าเอาตัวเราไปเทียบกับคนอื่นเลย เพราะแต่ละคนก็มีส่วนดีที่ไม่เหมือนใคร


    “เขาก็มีข้อดีของเขา นายก็มีข้อดีของนาย 

    แทนที่จะเสียเวลามาทุกข์เพราะอิจฉา 

    เอาเวลามาหาข้อดีของตัวเอง 

    และนายจะรู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องไปเทียบกับใคร”


         เพราะคุณคือคนสำคัญที่สุดคนเดียว คุณคือคนที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร เพียงคุณเป็นตัวของคุณเอง และทำให้คนเห็นคุณค่าด้วยการไม่ดูถูกตัวเอง


           3. เรียนรู้จากความผิดพลาด หากเราไม่ทำอะไรเลย เราก็ไม่ผิดพลาด แต่เมื่อไหร่ที่เรายังทำอะไรอยู่ ชีวิตเราสามารถพบความผิดพลาดได้ตลอดเวลา


    “ความผิดของตัวเองมักเล็กเท่าเม็ดทราย

    ความผิดของผู้อื่นมักใหญ่เท่าผืนฟ้า”

         หลายครั้ง ถ้าเราใช้เวลาในการแก้ไขตัวเองทุกวันให้ดีขึ้นในทุกวัน สุดท้ายเราพบว่า ชีวิตของเรามีสติในการคอยระวังตัวตลอดเวลา



           4. มีความเสมอต้นเสมอปลาย คือ การที่เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ต้องมีความเสมอต้นเสมอปลาย เพื่อให้เราไม่หลงลืมในสิ่งที่เราทำ


    “เริ่มทำตอนแรกทุกคนมีความตั้งใจ

    แต่จะมีสักกี่คนที่เสมอต้นเสมอปลาย”



    การอ่านหนังสือเล่มนี้ ทำให้เราพบเห็นสิ่งสำคัญในชีวิตที่ทำเราหลงลืมไปมากมาย และวันนี้เราคงค้นพบแล้ว คือ 

    “ค้นพบตัวของเราเอง”

    Look a Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in