เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#291 Howl’s Moving Castle (ปราสาท เวทมนตร์ของฮาวล์)



  • “ความหมายของชีวิตคืออะไร

    มีอยู่ได้เพื่อให้เราได้ค้นหา

    ว่าเราต้องการอะไรให้นำพา

    ความรักจากเธอใช่หรือไม่

    หรืออะไรที่มีมากกว่านั้น

    คือสิ่งดั้นร้นให้ค้นหาใช่

    ว่าจะมีอะไรมากกว่าได้

    คือการให้ที่ไม่รู้จักพอ”


         วันนี้ตั้งใจกลับมารีวิวอนิเมชั่นและหนังสือเรื่อง ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ค้นหาความจริงของชีวิต จิตใจที่เชื่อมั่น จิตใจที่มั่นคง ความเพียรพยายาม คำมั่นสัญญาและความตั้งใจที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างบรรลุจุดมุ่งหมายของความสำเร็จ



         ทุกคนเคยไหม ที่หลายต่อหลายครั้ง เราก็คิดว่า เรามาทำอะไรอยู่ที่นี้ เรามาใช้ชีวิตแบบนี้ไปเพื่ออะไร เเต่ละวันที่ผ่านไป เราทำอะไรอยู่ และสิ่งเหล่านี้จบตรงคำถามที่ว่า


    “ความหมายของชีวิตคืออะไร”


         เราขอกล่าวถึงหนังสือก่อน คือ เราไม่สามารถบอกได้ว่า แต่ละคนคิดแบบเราหรือไม่ แต่สำหรับเราที่ดูอนิเมชั่นของจิบลิมาก่อน ทำให้เรารู้สึกนับถือจิบลิที่สามารถนำหนังสือเล่มนี้มาทำให้สนุกได้ เพราะมีหลายเรื่องราวที่ดูอืดและบางเรื่องราวก็ไม่แน่ใจว่า เอาเข้ามาเพื่อสื่ออะไร แต่โดยรวมไม่ถึงกับว่า แย่มากขนาดอ่านซ้ำๆไม่ได้ เพราะถือเป็นเรื่องหนึ่งที่สามารถหยิบมาอ่านเวลาเกิดคำถามในชีวิตของเราได้อยู่เช่นกัน และหลายครั้งก็ได้ข้อคิดจากเรื่องราวในหนังสืออีกด้วย


    หลังจากนี้ขอเริ่มต้นของเรื่องราวในอนิเมชั่นกันเลยค่ะ



         กาลครั้งหนึ่งในเมืองที่อันไกลโพ้น มีการต่อสู้สงครามกันมากมาย และมีเรื่องราวสุดแสนลึกลับของเมืองคือ ปราสาทฮาวล์จะเคลื่อนที่ไปมา ซึ่งโซฟีทำงานอยู่ที่ร้านทำหมวกก็เห็นว่า ปราสาทนี้เคลื่อนที่ไปมา


    (การที่ปราสาทเคลื่อนที่ 

    เราคิดว่า หมายถึงได้สามนัย คือ

    1. กำหลังหลงทาง หาทางที่จะจอดไม่ได้
    2. กำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่สูญหายไป 
    3. กำลังค้นหาคำมั่นสัญญาที่มีต่อใครบางคน)



         หลังจากนั้นไม่นาน โซฟีเจอชายหนุ่มลึกลับที่นามว่าฮาวน์ โดยที่ชายหนุ่มนั้นพาไปล่องลอยอยู่เหนือเวหา ก่อนบอกให้ก้าวเดินอย่างสบายๆในอากาศและพาไปหาน้องสาว


    (การเคลื่อนไหวแบบสบายๆเหนือเวหานั้น หมายถึง การทำตัวให้สบายเป็นไปตามธรรมชาติบ้าง 

    อย่าฝืนตัวเองให้มาก ชีวิตก็จะดีขึ้น)



         เมื่อโซฟีได้คุยกับน้องสาวที่ถามว่า พี่จะใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปหรอ ซึ่งทำให้โซฟีก็มีคำถามที่เกิดขึ้นในใจเหมือนกันว่า ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้นะ และเมื่อเดินทางกลับบ้านไปก็พบแม่มดแห่งทุ่งร้างมาเสกให้ตัวเองเป็นยายแก่ ซึ่งเมื่อยายโซฟีรู้ว่าตัวเองเป็นคนแก่ ก็ทำใจยอมรับได้ และตัดสินใจเดินทางหายไปเพื่อไปใช้ชีวิตที่อื่น 


    และเรื่องราวถัดไปเป็นการผจญภัย

    ระหว่างโซฟีและความลับของฮาวล์



    (การที่โซฟียอมรับความแก่ของตัวเอง 

    โดยไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

    เพราะมันไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว 

    เหมือนกับคนที่ยอมรับอดีตของตัวเอง 

    ที่ไม่ว่า ทุกข์หรือสุข คือ สิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้ว

    แต่ตอนนี้สำคัญกว่านั้น คือ 

    เราจำเป็นจะต้องอยู่กับปัจจุบันที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด

    และทำสิ่งเหล่านี้ให้ดีด้วยเช่นกัน)



         โซฟีออกผจญภัยจนไปเจอเจ้าหุ่นไล่กาหัวผักกาดที่พาไปยังปราสาทของฮาวล์และได้เจอกับคาสซิเฟอร์ที่เป็นหัวใจของฮาวล์และเป็นความลับในการทำให้ปราสาทเคลื่อนไหวได้อีกด้วย



         วันรุ่งขึ้น ไมเคิลมาเจอว่า มียายโซฟีคนหนึ่งมาอาศัยอยู่ด้วย ก็อดถามไม่ได้ว่า คือใคร และเมื่อรู้ว่า เจ้าคาสซิเฟอร์ชวนเข้ามาก็ตกลงให้อยู่กันต่อไป พอเมื่อโซฟีเจอฮาวล์ก็บอกว่าจะเป็นแม่บ้านคนใหม่ และฮาวล์ก็ยินดีต้อนรับ ไม่พูดอะไร และยิ้ม


    (การที่คาสซิเฟอร์มีหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายปราสาท

    และเป็นหัวใจให้กับฮาวล์ ย่อมหมายความว่า 

    เมื่อใดที่เราขาดหัวใจ เราขาดทุกสิ่งทุกอย่างที่จะดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่า เดิน ยืน นั่ง นอน หรือ

    แม้กระทั่งความนึกคิดที่มีต่อกัน 

    เพราะจากที่ทุกคนจะเห็นว่า

    ปราสาทฮาวล์นี้มีความรู้สึกนึกคิด ไม่ต่างจากคนเรา)



         โซฟีพบว่า เมื่อไหร่ที่ไมเคิลดึงประตูไปยังสีไหนๆ ก็จะมีวิวหรือบ้านเมืองแต่ละที่ และจะมีเรื่องราวที่กษัตริย์ชวนฮาวล์ทำสงครามด้วยกัน แต่ฮาวล์ปฏิเสธ


    (สงครามเปรียบเหมือน

    ความเห็นแก่ตัวในใจของมนุษย์ 

    ส่วนฮาวล์ที่ปฏิเสธ 

    เปรียบเหมือนด้านดีของมนุษย์ที่ปฏิเสธความเลวนั้น

    เมื่อไรที่เรายังมีจิตใต้สำนึกที่ดี ปฏิเสธสิ่งไม่ดี 

    ย่อมหมายถึง การที่เรารู้คุณค่าของชีวิตเราเป็นอย่างดี)



         ฮาวน์ได้กลายร่างเป็นนกไปต่อสู้กับสงครามเหล่านี้ จนคาสซิเฟอร์จะต้องเตือนเพราะกลัวว่า ฮาวล์จะไม่สามารถคืนร่างเดิมได้ แต่ฮาวล์ยังจะออกไป เพื่อไปกำจัดพวกสงครามให้สิ้นซาก ถึงแม้เขาจะบาดเจ็บ จนเจียนตาย เขาใช้ความเพียรจนเต็มที่และมั่นคงที่จะไม่ให้เกิดสงคราม


    (การที่ฮาวล์ต่อสู้กับสงครามไม่ว่า ขีปนาวุธ ลูกระเบิด หรือเวทมนตร์ชั่ว นั้นย่อมหมายถึง การต่อสู้กับตัวเองในกิเลสด้านมืด ที่เราต้องใช้ใจที่เข้มแข็งในการต่อสู้กับมันจนถึงที่สุด เพื่อได้เจอกับความสงบที่แท้จริง)



         ฮาวล์สารภาพกับโซฟีว่า เขาเป็นคนขี้ขลาด เขาอยากให้โซฟีไปคุยเพื่อยุติสงคราม ซึ่งระหว่างนั้น โซฟีเจอกับแม่มดแห่งทุ่งร้าง และเจอหมาที่เข้าใจว่าเป็นฮาวล์แต่ไม่ใช่ ซึ่งก็มีการขึ้นบันไดโดยการแอบแข่งกัน แต่เมื่อถึงขั้นสุดท้าย โซฟีชนะ และมารู้ทีหลังว่า จริงๆแล้ว แม่มดแห่งทุ่งร้างเป็นคนชราภาพแล้ว และฮาวล์ได้มาตามโซฟีกลับบ้าน ซึ่งฮาวล์ได้ต่อสู้กับพวกแม่มดอีกฝ่าย จนเกือบจะแย่ แต่โซฟีมาเตือนสติไว้จนทำให้รอด


    (การที่มีโซฟีข้างกายก็เหมือนมีสติอยู่ประจำใจ

    ที่เตือนไม่ให้ฮาวล์หลงผิดไปในทางที่ผิด)



         ฮาวล์ได้กลับมาที่บ้าน พร้อมกับเปลี่ยนไป และโซฟีก็เข้าไปที่ห้องของฮาวล์และพบทางแยก ก่อนจะเลือกทางที่ถูกไปเจอฮาวล์ ซึ่งโซฟีไปกอดฮาวล์และบอกรักฮาวล์ ก่อนที่จะตัดมาว่า โซฟีหลับไป และฮาวล์ก็ตื่นขึ้นมา พร้อมบอกว่า จะสร้างปราสาทใหม่ ซึ่งก็คือบ้านของโซฟี เพื่อโซฟี และพาโซฟีไปยังบ้านในวัยเด็กของเขา และเมื่อเขากำลังจะพาโซฟีไป ก็พบเรือรบสงคราม ซึ่งเรือรบนั้น ก็กำลังตามเขา และเขาก็ผลักโซฟีเข้าไปในปราสาทก่อนที่ตัวเองจะออกไปสู้รบต่อ


    (การที่โซฟีพบทางแยก เหมือนกับชีวิตของคนเราที่มีทางแยกให้เราเลือกเสมอ หลายครั้ง เราอาจเลือกผิด แต่ถ้าเราใช้สติ หัวใจและเหตุผลในการเลือก 

    หนทางนั้นต้องถูกต้องแน่นอน)



         หลังจากนั้น โซฟีก็เจอกับแม่ตัวเอง ซึ่งเป็นจังหวะที่กำลังตามหาปราสาทฮาวล์อยู่ไหนของทางการ และเมื่อพวกนั้นรู้ ก็เริ่มต้นจะมาจัดการโซฟี แต่ฮาวล์มาช่วยทัน ก่อนที่โซฟีจะหมุนประตูและเปลี่ยนทิศทางไป ซึ่งครั้งนี้ โซฟีตัดสินใจตักคาสซิเฟอร์ออกมา เพื่อให้ปราสาทพัง


    (การหมุนทางออกเพื่อเปลี่ยนทิศ

    หมายถึง การไปเริ่มต้นใหม่ 

    เพื่อหาทางออกใหม่ที่จะช่วยเหลือคน ก็ย่อมเป็นไปได้)



         โซฟีตัดสินใจพูดให้คาสซิเฟอร์มั่นใจในความสามารถของตัวเองที่พาปราสาทที่เหลือเคลื่อนที่ไปหาฮาวล์และโซฟีพบว่า เคยเจอฮาวล์กับคาสซิเฟอร์ตอนเด็ก ซึ่งให้คำมั่นสัญญาว่า จะกลับมาหา



          ระหว่างนั้น ยายที่เคยเป็นแม่มดแห่งทุ่งร้างมาก่อนก็จับคาวซิเฟอร์จะเอามาเป็นของๆตัวเอง ทำให้ฮาวล์เกือบแย่ และโซฟีขอร้อง จนทำให้ยายยอม และโซฟีเอาคาสซิเฟอร์กลับเข้าไปในร่างของฮาวล์และในไม่ช้าทั้งสองก็สามารถแยกออกจากกัน โดยที่ฮาวล์และคาสซิเฟอร์ก็ต่างมีหัวใจเป็นของตัวเอง



          คาสซิเฟอร์ก็กลับมาทำหน้าที่เคลื่อนย้ายปราสาทต่อไป เจ้าหุ่นไล่กาที่ช่วยเหลือโซฟีตลอดก็ถูกโซฟีจุมพิตและกลายร่างเป็นเจ้าชายเมืองข้างๆ และทุกอย่างก็กลับมาสันติแบบสงบสุข โดยที่โซฟีกับฮาวล์รักกัน และสงครามหมดไป



    เรื่องราวในอนิเมชั่นเรื่องนี้ที่ได้รางวัลก็จบลงด้วยประการฉะนี้ แต่แฝงไปด้วยข้อคิดเตือนใจและความสนุกสนาน ชวนลุ้น ตื่นเต้น ระทึกตลอด แถมมีเงิบอยู่ตลอดให้เราเดาทางไม่ถูก ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ ถ้าขาดคนที่เอาไปทำอย่างจิบลิ ที่สามารถสรรค์สร้างให้สนุกมากยิ่งขึ้นไป ก็คงจะไม่ออกมาสมบูรณ์แบบขนาดนี้

    “จิตใจของคนเรามีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี 

    อยู่ที่เราเลือกด้านไหน”

    Look a Breathe


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in