Look a Breathenimon
รีวิวหนังสือและละคร เรื่อง พระจันทร์แดง


  • “พระจันทร์แดงนำมา

    รักเก่าลาเจอรักใหม่ที่ดีกว่า

    รักครั้งนี้จะไม่เหมือนรักข้างหน้า

    ถึงแม้ศมาจะเป็นสางก็ยอมไหน

    ปาริชาตยินยอมแลกชีวิต

    เพื่อให้ริดอำนาจสางนั้นได้

    สุดท้ายตัวเธอก็แลกใจ

    อำนาจไหนหรือจะสู้อำนาจใจ”



         หลายครั้ง เราได้ยินว่า มีคนบอกว่า อาจารย์ชูวงศ์เขียนหนังสือน้ำเน่า แต่เรากลับชอบนะ อ่านได้เรื่อยๆและเพลิดเพลิน เพราะชอบแนวเขียนของอาจารย์รุ่นเก่าหลายท่าน โดยเฉพาะของอาจารย์ชูวงศ์ และงานเขียนของอาจารย์ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ที่อ่านแล้วรู้สึกทึ่งกับการผูกเรื่องราวให้สนุกและน่าติดตาม พอเราอ่านเล่มนี้จบก็ปาไป 60 กว่าบทกับหลายร้อยหน้า แต่มันรู้สึกอิ่มใจไปหมด กับเรื่องราวในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะอาจารย์เขียนตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 ทำให้เรารู้สึกชอบแนวคิดที่ดูแหวกแนวนี้ค่อนข้างมาก


    ด้วยจิตคารวะต่ออาจารย์ชูวงศ์ค่ะ



         ปาริชาตหนีประนัยแฟนเก่าที่ทำผู้หญิงท้องแต่ไม่รับผิดชอบมาที่บ้านหนองโหงเพื่อเป็นครู และวันที่เธอเดินทางมา ดันเป็นวันพระจันทร์แดง ซึ่งเธอเจอว่านพิษเข้า ทำให้เธอเป็นไข้ และเธอตัดสินใจมาค้างบ้านหมอ เพื่อหายารักษา ซึ่งในระหว่างนั้น เธอพบครึ่งคนครึ่งเสือ ที่มีเสียงคำราม ก่อนเธอจะสลบไป


         เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็พบกับหมอศมาและแอบหลงรักเข้าอย่างจัง เพราะดวงตาสีอำพันคู่นั้น หน้าตาดูสะอาดและหล่อ แถมการช่วยเหลือในฐานะเป็นหมอ ทำให้เธอรักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พอเมื่อเธอบอกว่า จะจ่ายค่าหมอให้ หมอก็กล่าวกับเธอว่าไม่ต้องและพูดต่อว่า


    "เมื่อมฤตยูอยู่หน้าทวาร

    หมอเทียบเปรียบปานพระเจ้า

    เมื่อไข้หนักสุมรุมเร้า

    หมอคือเทพเจ้าจุติมา

    เมื่อเจ็บเริ่มหายไข้รื้อ

    หมอคือสามัญมนุสสา

    เมื่อหมอร้องขอค่ายา

    หมอคือตัวห่ากาลี"



         เมื่อเธอได้ลาหมอ โดยที่หมอมาส่งเธอที่บ้านครูใหญ่ ทำให้เธอพบกับบรรดาเมียๆของครูใหญ่ทั้งน้อม ฉลวยและสีไพล ซึ่งครูใหญ่เป็นคนเจ้าชู้มากๆ และบรรดาเมียที่ว่าร้ายสุด ก็คงหนีไม่พ้นน้อมที่ทั้งร้ายกาจและจิตใจไม่ดี พร้อมกับวางแผนจะให้คง มาทำร้ายปาริชาตด้วย ส่วนสีไพลเป็นคนดี


          แต่ปาริชาตก็รอดทุกครั้งเพราะมีผีอวยพรที่เป็นทั้งเพื่อนและที่ปรึกษาช่วยเหลือให้เธอรอดจากเงื้อมมือได้ทุกครั้งไป ซึ่งปาริชาตเจอยายที่เลี้ยงศมาเลยรู้ว่า พ่อศมาเป็นพรานและพาสางมาสิงลูก พ่อแม่ตัดสินใจทิ้งลูก และหมอก็มารับศมาไปเลี้ยง ซึ่งพยายามห้ามไม่ให้ศมาออกไปในวันพระจันทร์แดง แต่พอหลังจากหมอตาย ศมาก็กลายร่างเป็นสางไปกินหมูและไก่ของชาวบ้าน



         จนกระทั่ง ปาริชาตได้เจอนนทาและปาริชาตรู้ว่าสีไพลแอบชอบนนทาแต่นนทากลับแอบชอบเธอ ซึ่งเธอไม่มีใจให้กับนนทาเพราะเธอมีใจให้ศมาไปแล้ว และเมื่อเธอเจอกลอนของศมาทำให้รู้ว่าใจตรงกัน


    "ดอกเอ๋ยดอกฟ้าปาริชาต

    มิ่งมณฑาเทวราช ณ แดนสวรรค์

    ล้ำประเสริฐเลิศบุปผาผกาพรรณ

    มนุษย์นั้นเหลือหวังตั้งคะนึง"



         ในวันพระจันทร์แดง ปาริชาตตัดสินใจเสียสละความบริสุทธิ์ของตัวเองให้กับหมอศมา เพื่อหยุดอำนาจชั่วร้ายทั้งหลายโดยใช้อำนาจแห่งรักแทน และสุดท้าย หมอศมาก็หายเป็นสาง แต่นนทาไม่ยอม จึงใช้กาหลงที่เป็นน้องสาว ไปสะกดจิตให้หมอศมามีอะไรด้วย แต่ก็ได้เพียงแค่หุ่นยนต์ ไม่ใช่ใจจริงๆจากหมอ 


         นนทาจึงแก้ตัว โดยยอมออกไป เพราะใช้เหตุผลว่า หนีข้อหาที่เผลอฆ่าคงเพื่อช่วยปาริชาต แต่จริงๆ เพื่อให้กาหลงไม่มายุ่งกับหมอศมาอีก ส่วนครูใหญ่ถูกตำรวจจับ และหมอศมากับปาริชาตก็รักกัน และถึงแม้จะมีประนัยกลับมาง้อ ปาริชาตก็ไม่เอาแล้ว เพราะหัวใจรักของเธอมอบให้ศมาไปแล้ว 



          ส่วนละครของช่องวัน เราขอบอกว่า เปิดตัวสนุกมาก และเรื่องราวก็ยังสนุกต่อเนื่อง ถึงแม้แค่สองตอนก็ยังสนุก เราว่า ช่องวันน่าจะยืมโครงเรื่องมาแล้วทำใหม่ เพราะหลายๆอย่างก็ไม่เหมือนกัน แต่เราก็แอบมั่นใจช่องวันนะ ว่า น่าจะทำออกมาได้ดีเช่นกัน เพราะทั้งพระ-นาง อย่างโตโน่และริชชี่เล่นออกมาได้เข้ากันและน่ารักสุดๆ แถมตีความว่า สางเป็นอีกแบบซึ่งก็สนุกมากเช่นกันค่ะ และเราชอบที่ช่องวันตีความเกี่ยวกับการรักษ์ป่าไม้ ซึ่งทำออกมาได้น่าสน



         เรื่องราวในนี้ เราชอบตรงที่ว่า มนุษย์น่ากลัวกว่าสัตว์และผีอีก เพราะถ้าหากจะเห็นว่า มนุษย์แต่ละคน โดยเฉพาะครูใหญ่ที่มักมากในกาม น้อมโหดร้าย คงก็เลว ซึ่งทุกคนพร้อมที่จะเบียดเบียนกัน แต่สัตว์กลับไม่ร้ายเท่านี้ และผีไม่สามารถทำร้ายกันได้ขนาดนี้


    “หากคนเราลดความเห็นแก่ตัวลงบ้าง

    โลกเราคงจะเต็มไปด้วยความรักที่เมตตาต่อกัน”

    Look a Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in