Look a Breathe (Read a Book and Travel Easily)nimon
#103 ..... พุเตย

  • สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องราวสมัยเด็ก

       ตอนนั้น เราอยู่ชั้นประถม เรียนภาษาอังกฤษที่โฮม ราชดำเนิน ช่วงนั้นเรียนกับเขาหลายคอร์ส 

       และเขาก็มีจัดให้ไปทัศนศึกษาที่โฮมพุเตย จังหวัดกาญจนบุรี 

       ตอนนั้น พี่สาวขอแม่ให้ให้เราไป แม่กับพ่อเลยอนุญาตให้ไปได้

       เราจำได้ว่าไปกับเด็กอายุน้อยกว่าเราหมด เพราะจริงๆเราอายุมากเกินจะไปแล้ว แต่แม่ไปขอจนสำเร็จได้ไปเพราะพี่สาวอยากให้ไปเพื่อไปเรียนรู้ภาษาอังกฤษและชีวิต

       ตอนนั้นจำได้ว่า ยังไม่มีมือถือหรือกล้องถ่ายรูปกัน พวกเราเลยเก็บความรู้สึกนั้นในความทรงจำแทน


    หมายเหตุ: รูปภาพที่ประกอบการเล่าเรื่องในโพสต์นี้ นำมาจากเว็บไซต์ของโรงแรมค่ะ เพราะตอนนั้น เรายังไม่มีกล้องหรือมือถือสำหรับถ่ายรูปค่ะ

       บางทีสิ่งที่อยู่ในความทรงจำก็ดีเหมือนกัน เพราะสามารถที่จะดึงออกจากลิ้นชักออกมาเล่าได้ตลอดเวลาแบบไม่ต้องเบื่อหน่าย 

    (แต่เสียอยู่อย่างเดียวคือต้องหารูปภาพประกอบแค่นั้นเอง เพราะถ้าหากมีเครื่องที่สามารถดึงภาพความทรงจำออกมาได้ ภาพถ่ายเหล่านั้นคงสวยน่าดู)

       วันนั้นเป็นตอนเช้า คุณพ่อกับคุณแม่พามาส่งยังรถที่จะเดินทางไปโฮมพุเตย มีผู้ปกครองของน้องขวัญมาบอกให้เราช่วยดูแลลูกเขาด้วย 

       เรานั่งกับน้องขวัญด้วยกัน น้องขวัญติดเราแจ และบอกเราว่า อย่าไปคุยกับใคร คุยกับน้องเขาได้แค่คนเดียวเท่านั้น เราก็ไม่ได้ทำตามนะ เราก็คุยกับคนอื่นด้วย

       เราเข้าใจน้องขวัญมาก เพราะน้องขวัญเป็นลูกคนเดียว คงต้องมีความรู้สึกกังวลบ้างว่า เราจะไปสนิทกับคนอื่นโดยไม่สนใจตัวเอง 

       แต่เราถูกสอนมาจากพ่อแม่ว่า ถ้าเจอเด็กแบบนี้ ให้คุยกับน้องให้น้อย เพื่อน้องเขาจะได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ว่า ไม่ควรทำแบบนี้ แล้วนิสัยของเด็กที่เป็นแบบนี้ก็จะหายไปเอง

       เราตัดสินใจทำแบบนี้ คุยกับน้องขวัญให้น้อยลงและคุยกับคนอื่นปกติ ผ่านไป 2 วัน นิสัยของน้องขวัญเปลี่ยนจริงๆ คือ น้องขวัญสามารถเข้ากับทุกคนได้ง่ายขึ้น

       ตอนสมัยเด็กๆ เมื่อเรามาถึงโฮมพุเตย เขาให้พวกเราทุกคนพักบ้านพักดีมาก บ้านหนึ่งหลัง นอนกันสองคน เรานอนกับน้องขวัญล่ะ 

       ตอนเด็กๆ เราไม่เคยไปพักโรงแรมหรือที่ไหนมาก่อนเลย เรารู้สึกว่า 

       "สวย ธรรมชาติ ห้องพักดูดี มีอ่างอาบน้ำ ห้องพักสะอาด ในตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นไปหมด"

       แต่ตอนนั้น น้องๆหลายคนรวมทั้งน้องขวัญบ่นให้เราฟังว่า บ้านหนูยังดีกว่านี้อีก ไม่มียุงด้วย แล้วห้องพักก็ดีกว่านี้ หนูเคยไปเที่ยวที่ห้องพักสวยกว่านี้ (แต่ทุกอย่างล้วนนานาจิตตัง เพราะเราชอบที่เป็นธรรมชาติแบบนี้นะ)

       หลังจากที่เก็บของเข้าที่ในห้องพักแล้ว เขาก็ให้เราไปเข้าค่ายภาษาอังกฤษ เล่นเกมส์ทายคำ แบ่งกลุ่มเรียนทำอาหาร เรียนระบายสี และเรียนเกี่ยวกับการคิดเกมส์ภาษาอังกฤษ 

       ทางโฮม เขาก็จะพาเดินป่า เดินสำรวจธรรมชาติ และเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากธรรมชาติ โดยที่จะมีแบ่งกลุ่มฝึกให้เรียนรู้อะไรด้วยตัวเอง เช่น ทำงานฝีมือด้วยตัวเอง

       ทางโฮม เขาจะมีพาไปสำรวจสถานที่ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่พร้อมพาไปด้วย เส้นทางรถไฟสายมรณะ 

       เขาเล่าให้ฟังว่า ทำไมถึงเรียกรถไฟสายมรณะ เพราะคนญี่ปุ่นเกณฑ์เชลยมาทำเผื่อจะไปสู้กับอังกฤษในพม่า และเป็นที่มาของการที่เจ้าของโฮมรู้จักกับคนอังกฤษตอนนี้ นั้นทำให้เจ้าของรู้สึกรักในภาษาอังกฤษ

       ในวันต่อๆมาก็จะมีร่วมกิจกรรม พาชมพิพิธภัณฑ์ พาเล่นเกมส์หลายเกมส์ และให้พักตามอัธยาศัย

       พาชมเส้นทางธรรมชาติสายน้ำตก เด็กๆก็สามารถไปดูน้ำตกได้ เสียงน้ำกระทบหินนั้นทำให้รู้สึกไพเราะ อบอุ่นและสงบใจอย่างบอกไม่ถูก

       ช่วงตกกลางคืนจะมีการแสดงแสงสีเสียงเรื่อง รถไฟสายมรณะให้ดู พร้อมจะมีการจัดเรื่องราวสมัยก่อน คนแต่งตัวสมัยก่อน ให้เราได้เรียนรู้ ให้เราได้ทดลองศึกษาการพูดคุย เสื้อผ้า เครื่องประดับของคนสมัยก่อน 


       หลังจากเรียนรู้หลายวันจนถึงวันกลับบ้าน เขาจะมีให้พวกเราจดสมุดบันทึกว่า ได้อะไรจากครั้งนี้บ้าง และให้ส่งคุณครู ก่อนครูจะประกาศรายชื่อทีหลังว่า ใครเขียนแล้วประทับใจสุด (เราไม่รู้นะว่าใครเขียนประทับใจสุด เพราะเราไม่ได้ไปเรียนอีก เนื่องจากโตแล้ว ก็ไปเรียนที่อื่นแทน)

      

    วันนั้น เราเขียนความประทับใจไปว่า 

       เราได้ความประทับใจจากการร่วมทัศนศึกษาในครั้งนี้ มีทั้งหมด 5 ความประทับใจ ได้แก่

    1. การศึกษา 
    2.    เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็จริง แต่ถ้าการศึกษานั้นเริ่มต้นจากเด็กและปลูกพื้นฐานให้เด็กเรียนรู้ที่จะรัก ที่จะหาวิธีในการค้นหาข้อมูล เรียนรู้จากการสังเกต ยกตัวอย่างเช่นวันนั้น น้องในกลุ่ม ชื่อ น้องไหมบอกว่า ให้พี่มนดูกระรอกนะ ว่า กระรอกประจำวัน ทำอะไรบ้าง เราพบว่า กระรอกเป็นสัตว์ไม่อยู่กับที่ ชอบกินและโยนทิ้ง ก่อนที่จะวิ่งไปวิ่งมา กินนู่นกินนี่ หานู่นหานี้ทำอยู่ตลอดเวลา มีสิ่งนึงที่ได้จากการสังเกตกระรอกคือ มันรู้จักแบ่งปันให้กันและกัน
    3. มิตรภาพ 
    4.    เป็นการได้เรียนรู้ยามอยู่ด้วยกัน โดยที่เราต้องเรียนรู้ที่จะศึกษานิสัยของกันและกัน ว่า แต่ละคนมีนิสัยอย่างไร ปรับตัวให้เข้ากันและกันได้ ช่วยเหลือพูดคุยกันว่า มีสิ่งไหนควรปรับปรุงหรือควรคงสิ่งดีอันไหนไว้ รวมทั้งน้องๆยังมีแบ่งปันเรื่องเล่าเรื่องราว และช่วยกันคิดแก้ไขปัญหาตลอดเวลา
    5. ความสามัคคี 
    6.    เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานทุกอย่างให้ลุล่วง เราจะบอกน้องเสมอว่า ใครจะชนะหรือแพ้ไม่สำคัญ แต่สำคัญตรงทำงานนั้นให้ลุล่วงด้วยดี ด้วยกำลังกาย กำลังใจ น้องทุกคนก็ร่วมมือกัน เสนอวิธี แบ่งปัน รับฟัง ว่า เราควรต้องแก้ไขปัญหา ควรทำอย่างไรเพื่อให้งานนี้ออกมาดี โดยเฉพาะการแบ่งปันงานกันและกัน โดยดูความเหมาะสมว่า งานแต่ละงานนั้น ใครทำได้บ้าง ใครทำไม่ได้บ้าง พอทำงานของตัวเองเสร็จ ก็ไปช่วยเหลืองานของคนอื่น โดยไม่เกี่ยงกัน เพื่อให้งานออกมาลุล่วงได้ด้วยดี ด้วยความสามัคคี
    7. ความเคารพ 
    8.    เมื่อไรที่โลกนี้ คนทุกคนเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ว่าร้าย ไม่กล่าวร้าย ไม่เอาแต่ใจตัวเอง เรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยเคารพซึ่งกันและกัน ทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี อย่างเช่น หลายครั้งที่เราอายุมากสุดในนั้น เราเคารพความคิดน้องที่อายุน้อย เวลาน้องพูด เรารับฟัง เราคิด และเราทำตาม โดยที่เราไม่เคยแบ่งเขาเรา ว่า เราอายุมากกว่า น้องก็ต้องฟังเรา และสิ่งสำคัญสุดคือ การเรียนรู้เครรพตัวเองว่า เมื่อไหร่ที่รู้จักรักในตัวเอง เมื่อนั้นทุกคนก็เคารพเรา
    9. ความกลมเกลียว 
    10.    นั้นสำคัญสุด เพราะอยู่ที่ไหนก็มีสังคม ถึงจะอยู่ในโลกของตัวเอง ก็มีสังคมของตัวเอง เช่นเดียวกันกับการทำงาน เราต้องกลมเกลียวกันเข้าไว้ โดยเฉพาะเรียนรู้การให้อภัย เวลาคนทำผิด ควรให้อภัย ควรให้โอกาสในการแก้ไข และควรที่จะศึกษาความผิดนั้น เพื่อกันไม่ให้ผิดอีกในอนาคต เช่นเดียวกัน การกลมเกลียวคือการไม่แก้ตัวแต่แก้ไขเพื่อที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติได้


    เรื่องราวที่ได้ทั้งหมดนี้มาจากความทรงจำในวันนั้นและการเรียนรู้ให้เราเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ ต้องขอบคุณโฮมจริงๆ

    "การเรียนรู้ทั้งหมดนั้นเกิดจาก

    เมื่อเราพรากจากพ่อแม่มาศึกษา

    ความเป็นมาของคนในที่มา

    ว่าจริงแท้คนเหล่านั้นเป็นอย่างไร

    เพียงแค่ศึกษาจากกิจกรรมนั้น

    ทำให้ฉันเรียนรู้อย่างแข่งขัน

    ว่าสำคัญไฉนไม่ต้องแข่งกัน

    เพียงแค่ฉันกับใจที่แข่งพอ

    เรียนรู้จักรักและให้อภัยนั้น

    สิ่งสำคัญสองสิ่งนั้นหมายรู้

    จะได้ดูที่มั่นนั้นตามดู

    ว่าที่รู้ก็มีในสังคม

    สังคมนั้นจะสดสวยและน่าอยู่

    ทุกคนรู้น่าที่ไม่เกี่ยงกัน

    ช่วยประสานทำงานกันตามพลัน

    ทำให้วันนี้ทุกวันคือวันดี

    โฮมได้สอนเรามากรู้

    โฮมเป็นอยู่ดั่งเพื่อนในสุขสันต์

    โฮมให้ฉันเป็นดั่งครอบครัวพลัน

    โฮมสร้างบ้านสร้างสังคมน่าอยู่เอย"

                                   -- Look a Breathe --

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in