เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เรื่องเล่าเมื่อเราไปเมืองสิงค์ ( in 2015)SnapDiary
Chapter-02 /เลส’ส โก
  • คาดว่าเรา 4 คนคงจะถ่ายรูปกันเพลินไปหน่อย พอผมเงยหน้าขึ้นมาอีกที พบว่า...ไม่เหลือผู้โดยสารในเที่ยวบินเดียวกันกับเราอยู่แถวนี้เลย... ความตั้งใจแรกที่ จะเดินๆตามคนไทยที่มาด้วยกันไปเรื่อยๆ สงสัยอะไรก็ถามๆ หรือ แอบดูเค้าไปก่อนคงใช้ไม่ได้แล้ว...

    ผมล้วงกระเป๋าเป้ เอากระดาษโปรแกรมทริปที่พวกเราเขียนขึ้นเอง จากขอนแก่นออกมาเปิดอ่าน (ทบทวนแผนที่วางไว้ ว่าจะไปไหนก่อนดี )

             เอาล่ะ ด่านแรกของเราคือ ตม.  ผมพับเอกสารให้เล็กลง พามันไปเหน็บที่กระเป๋าหลัง...แล้วหันไปทางน้องๆ...”ป่ะ เราไปต่อกันเถอะ”

    น้องทั้งสามที่กำลังเพลิดเพลินกับการดูรูปในวิวไฟน์เดอร์ของกล้องและมือถือเงยหน้าและหันมายิ้มให้ผมพร้อมกัน ในกรอบสายตาผมตอนนั้น...ถ้าเป็นหนังที่ผมกำลังดู  เฟรมนี้สวยมาก มันคือความสวยที่ผมเห็นคนเดียว สวยในความรู้สึกที่ ผมคิดว่า...เออ... เนาะในที่สุดเราก็มาร่วมทริปกันได้  

    ต่อจากนี้ไป สองคืน สามวัน ที่นี่ เราจะมีความทรงจำอยู่ในเฟรมเดียวกัน

    ก่อนหน้านี้...เรา( ผมและน้องๆทีมงานทำหนังสือ) พยายามรวบรวมคนร่วมทริปให้ได้ตามที่ตั้งใจทว่าอัตราค่าตั๋ว ค่าโรงแรม ณ.เวลานั้น ต้องสัมพันธ์กับ การจอง การจ่ายตังค์ กับเวลา24 ชม.  (เรียกง่ายๆว่า ทุกอย่างต้องจ่ายทันที ถึงจะดี)แต่ในความเป็นจริงแล้ว รายละเอียดในชีวิตของแต่ละคนนั้น ต้องรอเวลา.... (ซึ่งอาจจะมากกว่า24 ชม)

                น้องคนหนึ่งลางานยังไม่ได้ แต่เราต้องจ่ายค่าเครื่องแล้วนะ  น้องอีกสองคน ยังต้องรอคำตอบการขออนุญาตที่บ้านก่อนยังไม่คอนเฟิร์มตามที่บอก  ผมพยายามเร่ง(อยากให้ไปด้วยกัน)ด้วยการไลน์และกดโทรศัพท์กับน้องที่ช่วยกันเซ็ททริปเป็นระยะๆ  มีหลายประโยคที่จำได้ว่า...พูดบ่อยมาก...เช่น “เราช้ากว่านี้ไม่ได้แล้วนะเว้ย...เดี๋ยวตั๋วหลุดจอง...“ “ ด่วนเร็วๆ ขอคำตอบพรุ่งนี้เด้อ” “ มันแยกจองบ่ได้เว้ยยยย เดี๋ยวมันหลุดไฟท์”  ....บลาๆๆๆๆๆๆ จนกระทั่ง เราเหลือกันแค่4 คนในทริปนี้...  (จาก 8 คน)

                 ผมยิ้มให้กับน้องๆ พร้อมกับการควบคุมเวลา ในฐานะ หัวหน้าทริป (ก็แหง๋ล่ะ เรามันแก่สุดนี่นา)

                 ต่อไปนี้ เราจะมีความทรงจำ ที่นี่.....ร่วมกัน  ไปกันเล้ยยย

                  “เลสสส โก!!!”  ทั้งหมดเดินตามผมมา....


                    ผมเริ่มมองหาป้ายบอกทาง ตามรีวิวพันทิป  จนมาถึง ที่กรอกเอกสาร ตม. แล้วก็พบคำตอบว่า....สิ่งที่ผมเตรียมตัว แปลข้อความภาษาอังกฤษจากไกด์บุ๊ค  กรอกเอกสารบนเครื่อง (แอร์โฮสเตสเค้าแจก)ในขณะที่มันโคลงเคลงจากสภาพอากาศบนนั้น  นั่งเปิดดิกในมือถือ แปลแล้วกรอกๆๆๆๆๆ นั้น....  เอ่อ.. มันมีแปลเป็นภาษาไทย แผ่นเบ้อเริ่ม ติดไว้ที่นี่ครับแถมมีทุกภาษา ในประเทศอาเซียนด้วย  ผมหลับตา ถอนหายใจ ปล่อยความเซ็งออกไปหนึ่งครั้งแล้วบอกตัวเองว่า..ไม่เป็นไร ผมกรอกทุกอย่างครบถ้วนแล้ว...จะได้ไม่เสียเวลามากนัก  แล้วหันไปบอกน้องๆ ว่ากรอกเอกสาร ตามนี้เด้อ...

                    ทั้งหมด จึงลงมือกรอกเอกสาร อย่างง่ายดาย ประมาณ 5นาที ก็เสร็จ( เออ..ที่เราอ่ะนะ กรอกประมาณ ชม.นึง เมาเครื่องพร้อม  )

                     เรา4 คน เดินไปต่อแถว.... เตรียมเข้าสัมภาษณ์  แล้วความตื่นเต้นก็มาเยือนผม ...

                     พาสปอร์ตเพิ่งทำใหม่ หน้าว่างขาวสะอาดใหม่เอี่ยมเลย...เค้าจะสงสัยอะไรเรามั้ย

                      ภาษาอังกฤษๆๆๆๆท่องไว้ในใจ ดูยูทูปวิธีผ่านด่าน ตม.มาแล้วหลายรอบ พอจำได้อยู่หรอก ว่าแต่ว่า...เค้าจะถามอะไรบ้างน้อ....ถ้าโดนกักตัวทำไงนิ่จะขอเค้านอนที่นี่ จั๊ก 2 คืน รอน้องๆ กลับไทยพร้อมกัน จิได้บ้อ

     

                        พอเอาเข้าจริงๆ เค้าไม่ถามอะไรเลยอ่ะ ขอดูแค่ตั๋ววันกลับ  ผ่าน ! พนักงานยิ้ม แล้วผายมือแปลเป็นภาษาบ้านเฮาได้ว่า....ไปโลด....ผ่านแล้วเข้าประเทศฉันไปดูสิงโตพ่นน้ำได้เลยยยย  เท่ว.ววววให้สนุกเด้อ

     

                        พอเราผ่านด่าน ตม. ครบทั้ง4 คน ก็เดินไปเอากระเป๋า (ตามป้าย พันทิปไกด์)พอถึงรางเลื่อนกระเป๋าเดินทาง  พวกเราจึงรู้ว่า....เรา4คนเป็นกลุ่มสุดท้ายที่กระเป๋ามันหมุนวนบนรางรอตั้งนาน...

                         พอเช็คของว่าได้กันครบถ้วนไม่ตกหล่น  ก็เดินทางไปต่อ..เป้าหมายเราคือ มองหาป้าย  Skytrain To Terminal 2ให้เจอแล้วเดินไปทางนั้น


                          เราทั้ง4 ขึ้นรถสกายเทรนมาลงที่Terminal 2  แล้วเดินไปตามป้าย Train to City พอลงบันไดเลื่อนมาตามที่คนมาก่อนเขียนรีวิวบอกไว้ว่า ให้มองหาป้าย เบอร์เกอร์คิงเผื่อใครหิว ให้หาอะไรรองท้องตรงนี้

                           ผมหันไปถามน้องๆ ว่าหิวกันมั้ย... ได้คำตอบว่าโนเวย์   แต่อยากล้างหน้าล้างตาบางคนอยากเปลี่ยนชุด ผมเห็นด้วย เราจึงแยกย้ายกันไปเข้าห้องน้ำ


                           เวลาผ่านไปไม่นานทุกคนออกมาจากห้องน้ำ ด้วยสภาพใหม่ สวยๆหล่อๆ สดชื่นขึ้น พร้อมไปเที่ยว หลังจากงัวเงียกับการนอนบนเครื่องและการถ่ายภาพแบบหัวฟูๆกันมา

                        เอาล่ะ  ก่อนไปต่อ เราต้องไปซื้อ บัตร EZ-link เพื่อขึ้นรถไฟและรถเมล์ที่จะไปโรงแรม เราเดินไปที่ช่องขายตั๋ว ซึ่งหาง่ายมาก แต่ที่ยากคือผมมีแบงค์ใหญ่ (1000 SGD) ที่เอามาเยอะเพราะต้องเป็นคนถือไปจ่ายค่าโรงแรม(ตอนนั้นยังไม่มีบัตรเคดิต) ตอนแลกที่ซุปเปอร์ริส ขอนแก่น พนักงานก็เตือนแล้วว่าที่โน่นหาแลกยากนะ จะแลกมั้ย เพราะเค้าไม่มีแบงค์ย่อยเหลือ ผมจะเดินทางวันรุ่งขึ้นแล้ว...เลยต้องรับมาก่อน

                            เราปรึกษากันแล้วถามกันไปมาว่า... เค้าจะรับแบงค์นี้เปล่าเนี่ย ผมคิดในใจ ประเทศนี้เค้ารวยอยู่นะไม่น่าจะปฏิเสธแบงค์ใหญ่หรอก ซึ่งปรากฏว่า ผิดจ้า ฝรั่งคนที่ต่อแถวจากผมแนะนำว่ายูอย่าทำแบบนี้เลย ไอขอเตือน “ดิสอิท น้อทกู๊ดเวย์  ...” สิ้นประโยคน้อทกู๊ดเวย์ ผมก็เกิดความกังวลต่อว่าแล้วโรงแรมจะรับแบงค์ใหญ่มั้ยวะ กันไว้ดีกว่าแก้ดีกว่า  ผมจึงตัดสินใจวิ่งกลับขึ้นไปหาเค้าเตอร์แลกเงิน ผมเสียเวลา นานมาก (ราว 30 นาที) เดินเข้าช่องโน้นออกช่องนี้ จนแล้วจนรอด ก็แลกไม่ได้ (บางที่คิดค่าแลกโหดไป ) จึงกลับมาบอกน้องร่วมทริปคนนึงว่าพี่ขอยืมตังค์ SGD ซื้อบัตร แน๊เด้อ  ส่วนค่าโรงแรมค่อยว่ากัน อีกที

                             เรา4 คนซื้อบัตร EZ-link คนละใบ ( ราคา 12 SGD แบ่งเป็นค่าบัตร 5 SGDที่เหลือเราใช้ได้ หมดก็ไปเติมเงินที่ตู้เติมเงิน) แล้วก็โกทู MRT โดยที่ไม่ลืมหยิบแผนที่ MRT ที่มีไว้บริการฟรีมาด้วย

                            เราทำตามพันทิปไกด์ทุกอย่าง  คือ ไปที่ประตูขึ้นรถสายสีเขียว ที่เขียนว่า  To Joo Koon 2 ขึ้นรถ MRT ไปเรื่อยๆนับไปอีก 3 สถานนี แล้วลง ออกประตูฝั่ง D แล้วเราจะรอรถเมล์สาย33 นั่งไป อีก 3 ป้าย แล้วลงที่ป้ายหน้า มินิมาร์ทเล็กๆ เดินไปอีก2ซอย ก็ถึง จุดหมาย Venue Hotel TheLily   ที่ยิ้มรอเราอยู่แถว 305 Joo Chiat Road  นั่นเป็นข้อมูลเดียวที่เราหาได้จากบุคคลท่านหนึ่งมาโพสต์ไว้ในรีวิวโรงแรม เธอให้คะแนนที่พักถึง 8.5เต็ม10

                      เอาล่ะเราไปกัน ลองดูซิว่าคะแนนที่เธอให้จะเป็นจริงแบบที่เธอว่ามั้ย

                       เลสสส..โก!!!!!!


     

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in