Movie ReviewKrit Pornpichitphai
(รีวิว) One upon a time in Hollywood : ชีวิต(ไม่)เรียบง่ายใน Hollywood
  • One upon a time in Hollywood เป็นการจับเหตุการณ์ใน Hollywood ยุคปลายปี 60s - 70s มาเล่าในแบบฉบับของ เควนติน ทารันติโน (เผื่อใครไม่คุ้น เขาคือคนที่กำกับหนังดังอย่าง Plup fliction , Killbill , Djungo Unchained และอีกหลาย ๆ เรื่อง) โดยเหตุการณ์สำคัญคือคดีฆาตกรรมนักแสดงสาว “ชารอน เทต” (มาร์โกต์ ร็อบบี้) ที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือนที่บ้านของเธอเอง 

    แต่เพื่อนบ้านของเธอในหนังเรื่องนี้กลับเป็น “ริค ดาลตัน” (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) นักแสดงละครคาวบอย แถมได้ยินคำว่า Shit! กับ Fuck! จาก ริค โคตรบ่อย เป็นชายโสดที่ใช้ชีวิตหรูหรา ติดเหล้า แล้วก็ยังมีจิตใจอ่อนไหวซะด้วย เค้าเป็นผู้ที่พาเราไปดูหลังม่านการแสดง เห็นถึงชื่อเสียง ความทะเยอทะยาน ปัญหา ความกดดัน และตัวเค้าเองก็กำลังจิตตกในช่วงนี้ที่ภาพยนตร์กำลังฮิต ทำให้เจ้าตัวกลัวชื่อเสียงของตนเองที่มีมาจากการแสดงทีวีซีรีส์จะถูกดาราหน้าใหม่ดันร่วงจนคนลืม เพราะว่าเจ้าตัวเองก็ไม่มีฝีมือการแสดงที่โหดสลัดรัสเซียอะไรขนาดนั้น นี่เป็นสิ่งที่ผู้กำกับเปรียบเทียบนักแสดงในยุคนั้นเป็น “ริค ดาลตัน” 

    โดยมี คลิฟท์ บูธ (แบรด พิตต์) คู่หูสตั๊นท์แมนมาดเท่ ดุดัน เป็นเพื่อนซี้ที่คอยอยู่กับ ริค ตลอด ทั้งยังคอยช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงเป็นโชเฟอร์ให้ด้วย ส่วนตัวเค้าเองก็ไม่ได้มีงานสตั๊นท์แมนเข้ามาเหมือนแต่ก่อน เพราะดันมีข่าวฉาว แล้วยังไปก่อเรื่องในกองถ่ายไว้อีก ทำให้ถึงแม้ ริค จะพยายามคุยให้เค้าได้เป็นสตั๊นท์แมนในบางเรื่อง แต่ผู้กำกับบางคนก็ส่ายหัว (ไอ้หมอนี่ห้าวเป้งสุดๆ) และในส่วนนี้จะเป็นพาร์ทที่พาเราไปดูชีวิตรอบ ๆ Hollywood ทั้งชีวิตดารา แก๊งค์ฮิปปี้ และสถานที่ที่เคยใช้สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ โทนหนังจึงไปทางการเล่าเรื่องชีวิตประจำวันของพวกเค้าสองคนแต่ในมุมมองที่แตกต่างกันมากกว่า

    สรุปว่า หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนความในใจที่อยากจะให้เป็น หรืออยากจะบอกกับ Hollywood ของเควนติน ที่ผ่านการเล่าเรื่องที่เรียบง่าย แต่ความจริงแล้วนี่เป็น Based on true story ที่ถูกจับมาใส่สี ตีไข่ ล้อเลียน เล่าใหม่ ทำให้ในนี้มีแต่ดารายุคเก่า ทั้ง ชารอน เทต , โรมัน โปลันสกี, สตีฟ แม็กควีน , ชาร์ล แมนสัน , บลูซ ลี ฯลฯ และชื่อหนังจริง ๆ เต็มไปหมด เช่น The Wrecking Crew (1968) , The Great Escape (1963) , Lancer (1968–70) , The F.B.I. (1965–74) และรายการดนตรีวาไรตี้ Hullabaloo (1965–66) นับว่าแฝงไปด้วยอีสเตอร์เอ้กที่น่าสนใจ ถือว่าเป็นการท่องโลกมายาในมุมมองที่น่าสนใจทีเดียว ใครเป็นแฟนหนังของเควนตินรับรองว่าต้องรักหนังเรื่องแน่ๆเลยล่ะครับ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in