PERFECT FATFalida Delrey
หน้าม้า
  • เราเคยไว้ผมหน้าม้า แต่ก็นานพอสมควรแล้ว

    จุดเริ่มต้นของการตัดหน้าม้าของเรามาจากการที่วันนั้น วันที่เรายังอยู่ม.1 วันที่เราดันกระแดะขี้เกียจมัดผมเอง เลยอยากให้แม่ที่เป็นคนเชี่ยวชาญในด้านการทำผมเพราะเปิดร้านเสริมสวยทำให้ แม้จะเป็น expert ก็ไม่ได้ความว่าแม่จะไม่พลาด เมื่อแม่เราหยิบหวีมาหวีผมเรา เพื่อที่จะมัดผม 

    เหตุการณ์ครั้งนั้นจะไม่พิเศษเลยถ้าแม่หยิบหวีปกติมาหวีให้เรา แต่บังเอิญหวีที่แม่เราหยิบนั้น ดันเป็นหวีซอย

    ...

    ใช่ค่ะ เสียงฟึ่บ ตอนที่แม่จรดหวีลงบนเส้นผมเรา เหมือนเสียงกระชากหัวใจดวงน้อยๆ ที่เต็มไปด้วยคลอเรสเตอรอลของเราไปพร้อมกับเส้นผมที่ขาดสะบั้นนั้นด้วย

    จำได้ว่า น้ำตาเราไหลแบบไม่ต้องบีบ ตาเรายังไม่ทันกระพริบเลยด้วยซ้ำ ในใจคิดแต่ว่า เชี่ย เพื่อนต้องล้อกูแน่ๆ แล้วเราก็เอามือปิดหน้าร้องไห้โฮ ขณะที่แม่ละล่ำละลักขอโทษเราแต่ก็หัวเราะลั่น วันนั้นโคตรอยากหยุดเรียนเลย แต่เราก็ไม่ได้หยุด ยังคงนั่งวินมอเตอร์ไซไปโรงเรียนเหมือนปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือวันนั้น เราเอามือข้างนึงปิดตอผมที่ตั้งชี้โด่ชี้เด่โชว์ความผิดพลาดของเราไว้ตลอด 

    พอเราไปถึงที่โรงเรียนเพื่อนๆ ทักเราอย่างร่าเริงเหมือนจะชวนเล่น ถ้าเป็นปกติเราก็คงวิ่งเข้าไปเล่นด้วยแล้ว แต่บังเอิญวันนั้นเรากำลังเสียใจเรื่องตอผม เราจึงพุ่งตัวไปที่ห้องพยาบาลแล้วร้องไห้โฮ จนเพื่อนตกใจ ฟาลิดาเป็นอะไร (เราชื่อฟาลิดาเองแหละ อิอิ) เราได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น มือยังคงปิดผมตอนั้นอยู่ จนเพื่อนถามเราว่าเป็นอะไร เราเอามือที่ปิดผมออก แล้วก็ก้มร้องไห้อีกรอบด้วยความอับอาย เพื่อนๆ ก็เข้ามาโอ๋เรา ปลอบว่าไม่เป็นไรเอาผมมาปิดก่อนก็ได้ มันไม่น่าเกลียดหรอก

    แม้เพื่อนจะปลอบใจเรา แม้เราจะเอาผมมาปิดตามคำเพื่อนบอก แต่วันนั้นเราก็ยังคงซึมกระทือไปทั้งวัน เพื่อนมาแหย่เล่นเราก็ไม่เล่นด้วย นึกโกรธแม่ตัวเอง ทำไมต้องหยิบหวีซอยมาหวีให้ด้วยนะ อ้วนก็อ้วน ตัวก็ดำ ยังจะมีตอผมทุเรศๆ บนหัวอีก หายนะชัดๆ 

    เรานั่งซึมอย่างนั้น ไปจนหมดคาบเรียน จนกระทั่งเรากลับถึงบ้าน เราก็ยังคงซึมอยู่ ยิ่งที่บ้านเราเป็นร้านเสริมสวย กระจกยิ่งเยอะ พอหันไปที่กระจกเห็นตอผมตัวเองก็เอาอีกและ เบะอีกแล้ว น้ำตาคลอเบ้าอีกและ จนแม่ทนไม่ไหว เรียกให้ไปนั่งที่เก้าอี้ บอกว่าจะแก้ผมให้ 

    ตอนนั้นเราขยาดไปเลย บอกแม่ว่าไม่เอา กลัวแม่หยิบหวีซอยมาหวีผิดอีก แต่คราวนี้แม่ก็หยิบหวีซอยมาจริงๆ แม่เอาหวีซอยอันเดิมมาแก้ทรงผมให้เราชึ้บๆ อย่างมั่นใจ พอเราส่องกระจกก็อ้าว เรามีผมหน้าม้าแล้ว นับว่าไม่เลวเหมือนกันนะ ไปโรงเรียนเพื่อนก็ชมด้วยว่าน่ารัก ยุนอึนเฮก็ตัดหน้าม้าเหมือนกัน เรานี่ยิ้มหน้าบาน นึกขอบคุณตัวเองที่ร้องไห้จนแม่รำคาญจนต้องตัดหน้าม้ามาบังตอนั้นให้

    ตอนนั้นเราก็แค่ดีใจที่แม่เก่ง แต่ตอนนี้พอนึกย้อนกลับไป expert นี่ถึงแม้ว่าเค้าจะทำพลาด แต่เค้าก็สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นให้กลับมาดูดีจนลืมข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นได้เลย ขณะที่เราเวลาจะแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเอง ก็ทำได้แค่เอามือกุมหัว ปิดบังความผิดพลาดของตัวเอง 

    คิดว่ามิดแล้ว แต่ยังไงตอผมช่อนั้นมันก็ยังคงชี้ทะลุซอกนิ้วออกมาอวดโฉมให้คนอื่นเห็นอยู่ดี 

    นี่สินะ ความแตกต่างของผู้เชี่ยวชาญ กับผู้ไม่เชี่ยวชาญ
     

     




     
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in