รักสามเส้าHawaii
รักแรก
  • การมีแฟน มีคนที่รักเป็นสิ่งที่ฉันเฝ้าใฝ่ฝันมาตลอดอายุ 26 ปี
    หลายครั้งที่ฉันคิดอยากจะรักใครสักคน ฉันมักจะจบลงที่เขาไม่ได้รักฉันเสมอ เป็นเพียงแค่ฉันฝ่ายเดียวที่คิดไปเอง ฉันวิ่งตามหาความรักจากทั่วทุกแห่ง ฉันอยากมีคนที่รักฉัน เข้าใจฉัน และอยู่กับฉันในวันที่ฉันท้อแท้ 

    โชคร้ายที่ฉันไม่เคยเจอ 

    แต่ไม่ว่าอย่างไร ฉันก็ไม่ท้อ เพราะฉันเชื่อว่าฉันต้องมีความรักดีๆ เข้าสักวัน 

    จนวันนึง ฉันได้พบกับชายคนหนึ่ง เขาจีบฉันผ่านโลกออนไลน์ ฉันคิดว่า ไม่มีอะไรเสียหาย เราโตแล้ว รู้จักอะไรก็เยอะ เข้าใจชีวิตมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ฉันคงมีความรักที่ดีได้ในครั้งนี้ และฉันคงไม่ตกหลุมรักเขาง่ายๆ เหมือนครั้งผ่านๆ มา

    เดทแรกผ่านไป เขาดูเป็นผู้ชายที่มีภูมิฐาน หน้าที่การงานดี พูดจาดี เป็นผู้จัดการวิศวกรเครื่องยนต์ ฉันหวังว่าจะทำให้เขารู้สึกประทับใจ เพราะฉันเองก็รู้สึกประทับใจเช่นกัน 

    ชายวัย 36 หน้าที่การงานดี อนาคตไกล เป็นชาวต่างชาติมาอยู่ไทยตั้ง 4 ปี นี่สินะความรักในแบบผู้ใหญ่ 

    เขาบอกฉันว่าเขาเฝ้ารอที่จะเจอฉันอีกครั้ง ครั้งที่สองเราไปเจอกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ฉันยอมรับว่ามีความสุขมาก เราเข้ากันได้ดี จนกระทั่งดึกคืนนั้น เวลา 00:00 รถไฟฟ้าหมดลง 
    เขาเดินมาส่งฉันหน้าร้านอาหาร ไม่มีใครอยากแยกจากใคร 

    เขาถามฉันว่าสนใจไปต่อไหม? 

    ฉันบอกว่า อีกสักพักก็คงได้
    แล้วเขาก็เงียบไปสักพัก ..

    “สนใจซื้อเบียร์ไปกินห้องผมไหม?” 

    ฉันนิ่งเงียบไป ...
    ดวงตาของเราประสานกันในความมืด ฉันถามตัวเองอยู่หลายหมื่นครั้งในใจ ว่าฉันต้องการอะไร และฉันรู้ว่าเขาต้องการอะไร ฉันแน่ใจว่ามันไม่ได้จบลงที่ การดื่มเบียร์แล้วแยกย้าย แน่นอน

    สาวเวอร์จิ้น แบบฉันจะไปกินเบียร์ห้องผู้ชายงั้นหรือ เขาหวังจะกินฉันน่ะสิ หึ 


    แต่ฉันกลับตอบตกลง 


    ในวัย 26 ปี ฉันไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีเซ็กส์ จิตใต้สำนึกฉันบอกว่า “อย่า” แต่ฉันกลับทำตัวเหมือนเด็กใจแตก อยากรู้อยากลอง 
    เขาดูจะช็อคๆ กับคำตอบของฉัน 
    ระหว่างที่เดินอยู่เขาถามว่า “แน่ใจนะ” 
    “จะกลับก็ได้นะ” 
    แต่ฉันกลับเงียบไป 

    ไม่มีข้ออ้างใจจะเหมาะไปกว่าคำว่า “ก็แค่อยากดื่มเบียร์” 

    เมื่อมาถึงห้องเขา ทุกอย่างดูดี หรูหรา เขาเปิดทีวีจอยักษ์ให้ดู พร้อมกับเปิดเบียร์ให้สองขวด เราคุยกันเพลิน และเขาเองก็ยังถามอีกครั้งว่าแน่ใจแล้วใช่มั้ย 

    ฉันนิ่ง และไม่ตอบ 

    เพราะจริงๆ แล้วฉัน ... ไม่แน่ใจ 

    เราเมากันเต็มที่ และฉันไม่มีความคิดอยากจะกลับห้อง ฉันตัดสินใจทำสิ่งที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะทำ คือการ มี sex  กับคนแปลกหน้าที่พึ่งเจอกันได้แค่สองครั้ง 

    ฉันถามตัวเองตลอด แน่ใจเหรอ จริงไหม ไม่เห็นเสียหาย เขาคงไม่ได้ชอบฉันมาไปกว่านี้หรอก อย่างน้อยๆ ก็จะได้รู้ ... แต่สุดท้ายฉันก็ป๊อด ฉันเดินเข้าห้องน้ำกลุ้มใจทำตัวไม่ถูก ฉันคิดว่าฉันอาจจะบ้าไปเอง

     เอาเถอะ ถ้าปฏิเสธยังไงก็ได้อยู่ดี เขาเป็นผู้ชายที่ดูเข้าใจอะไรง่ายๆ ถ้าผู้หญิงปฏิเสธ  เราเดินกลับเข้าห้อง ฉันเปลี่ยนชุดเป็นชุดของเขา และตัดสินใจหันหลังนอน 

    สิ่งไม่คาดคิดในเวลาอันรวดเร็ว คือเขาเข้ามากอดฉันจากด้านหลังและรุกอย่างรวดเร็ว จนฉันตกใจ ฉันรีบบอกเขาว่าฉันไม่เคย... 

    ผู้ชายคนนั้นก็ทำหน้าตกใจเช่นกัน 
    ฉันมั่นใจว่านั่นจะทำให้เขาหยุดได้ 

    แน่ใจเหรอ มีอะไรกับสาวเวอร์จิ้น คิดว่าฉันจะเรียกค่าวินสอดเท่าไหร่ ดังนั้นแล้วฉันเชื่อว่าเขาจะหยุด 

    แต่เปล่า เขากลับยิ้มออกมาและดีใจ แล้วเขาก็รุกอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉันพยายามบ่ายเบี่ยง จนสุดท้ายก็ไม่รอด... 

    ใช่ ฉันแพ้

    ฉันกลับบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น ชายคนนั้นทำท่าเหมืิอนเมื่อคืนแค่กิจกรรมหนึ่งอย่าง และฉันก็ไม่พูดอะไรอีก 

    หลังจากนั้น ฉันคุยกับตัวเองว่าถ้าเกิดว่าเป็นแบบนี้ แน่นอน ไม่มีไม่ทางที่เขาจะชอบฉัน เพราะฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ทำให้ตัวเองมีคุณค่าใดๆ 

    เราคุยกันไม่ถึงเดือน ฉันมีอะไรกับผู้ชายคนนี้ไปแล้ว น่าแปลก ฉันไม่คิดเสียใจที่มันเกิดขึ้นเลย แต่ฉันก็ยังอยากอยู่กับเขา ฉันไม่ได้อยากมีกับผู้ชายคนอื่นอีก 

    สิ่งที่ตามมา คืออาการ emotional attach 
    ฉันอยากเจอและโหยหาเขาตลอด และฉันจึงถามเขาไปว่า เขามีแฟนหรือยัง? 

    เขาตอบอย่างรวดเร็ว ว่า ไม่มี 
    นั้นทำให้โล่งใจมาก จากนั้น เราก็มีกิจกรรมร่วมกัน ไปกินข้าว และจบลงด้วยเรื่องบนเตียง วนไปหลายครั้ง และหลายครั้ง เราป้องกันโดยการใส่ถุงยาง และฉันก็กะว่าจะกินยาคุมอยู่สักวัน

    และวันนีง ฉันเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง
    ทำไมทุกอย่างมันดีแบบนี้ ถ้าเกิดว่าฉันถามสถานะของเรา เขาจะต้องปฏิเสธแน่นอน ฉันตั้งใจจะถามเขาว่าเขาคิดยังไงกับฉัน 

    เพราะฉันดันชอบเขามากเกินไปแล้ว แต่ก่อนจะถามว่าคิดยังไง ฉันต้องถามบางอย่างที่ฉันเองก็คาใจ 

    “ว่าตกลงคุณโสดใช่ไหม” 

    เขาเงียบ และฉันเฝ้ารอสิ่งที่เขาตอบ และคำตอบของเขา คือการดึงฉันเข้าไปกอดแล้วพูดว่า “ผมคิดว่าคุณรู้อยู่แล้ว”

    ... โลกฉันถล่มลงมาต่อหน้า ฉันถามซ้ำว่าเขาแต่งงานแล้วใช่ไหม เขาตอบว่าใช่ 
    แน่นอน แต่งงานแล้ว และมีลูกมีเมียแล้วอีกด้วย! ฉันค้นจนเจอจดหมายขแงภรรยาเขา ลายมือของลูกเขา และ...

    ทุกอย่างหมุนไปหมด 
    ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง

    ฉันเดินออกมาจากห้องเขา ด้วยความว่างเปล่า 

    ใจฉันสลาย และฉันก็เจ็บใจ ที่โดนเขาหลอกง่ายๆ 
    แต่คุณรู้อะไรไหม 
    ช่วงระยะเวลาหลังจากนั้น จริงๆ มันพึ่งเรื่มต้น 


    *มาต่อกันบทหน้านะคะ 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
(@liuliuliu)
ตอนอ่านส่วนแรกเรายิ้มตาม แต่แล้วก็ร้องโอ้วออกมา.. เราคิดว่าค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกนะคะ การที่เราชอบใครมากๆ แล้วต้องผิดหวังเนี่ยมันก็แย่เหมือนกัน