เรื่องสั้นนอวอรอรอตอพอลอ
เทพนิยายป่าคอนกรีต: มิทรา
  • "เสียใจด้วยค่ะ" ศัลยแพทย์หญิงพูดกับผมทั้งที่ยังสวมหน้ากากอนามัย 

    หัวที่โพกผ้าพันแผลเปื้อนเลือดของผมมันหนักอึ้ง ผมเลยจับถ้อยคำที่คุณหมอพูดได้ไม่ปะติดปะต่อสักเท่าไหร่ ได้ยินแค่ตอนที่คุณหมอพูดย้ำว่า "ญาติเข้าไปเยี่ยมได้ค่ะ แล้วออกมาค่อยคุยกันเรื่องการตัดสินใจ" 

    ชั่วขณะหนึ่ง ผมแอบสงสัยว่าคุณหมอต้องพูดแบบนี้มาแล้วกี่ครั้ง เสียงแผ่วเบาที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ราวกับพยายามกดความรู้สึกไว้ใต้ข้อเท็จจริง อย่างกับว่าศัพท์แสงทางการแพทย์จะพอกพูนความเศร้าให้ทับถมหัวใจของผมได้ 

    ผมเองก็บาดเจ็บจากอุบัติเหตุเมื่อเย็นนี้ไม่น้อย นี่เป็นวันเกิดของมิทรา ใครจะรู้ว่ามันจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตของเธอด้วย

    ผมเปิดประตูเข้าไป มิทรานอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียง เรือนร่างระหงผูกระโยงระยางกับเครื่องจักรเพื่อวัดค่าสัญญาณชีพ จมูกและปากถูกครอบไว้ด้วยหน้ากากใสเพื่อป้อนอากาศบริสุทธิ์ไปเลี้ยงสมอง  มีเพียงการขยับเบาๆ ที่ทรวงอกและเส้นกราฟบนเครื่องมือทันสมัยที่บอกว่ามิทรายังมีชีวิตอยู่ แต่เพื่ออะไร? มิทราที่ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าผมรู้้สึกอย่างไรกับเขาแล้ว 

    ผมยังเล่นกีตาร์ให้เธอได้ แต่เธอร้องเพลงคลอไปกับมันไม่ได้อีกแล้ว 

    ปากที่อยู่ใต้หน้ากากพลาสติกใสเหมือนโลงแก้วนั่นไม่จะไม่เปิดขึ้นมาอีกแล้ว เราจะไม่มีวันทะเลาะกันอีก แต่เราก็ไม่สามารถรักกันได้อีก

    วันนี้ในปีหน้าผมจะไม่ได้รับการ์ดเชิญไปงานวันเกิดของเธออีกต่อไป จะว่าไปปีนี้มิทราก็ไม่ได้ส่งการ์ดเชิญให้ผม อาจเพราะเราย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้ว มันคงดูไม่จำเป็น

    ผมเดินมาประชิดข้างเตียง กุมมือข้างขวาของมิทราไว้ น้ำตาเริ่มไหลออกมา หัวใจเบาโหวง

    นี่สินะคือความผูกพัน ผมคิดขณะที่เลื่อนนิ้วไปลูบไล้ผมบ็อบของเธอ ผมไม่แน่ใจว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร แต่มันคงไม่เหมือนเดิม ความเป็นไปได้ในจักรวาลมีมากมายเกินกว่าสมองเศร้าๆ ของผมจะจินตนาการ

    "ลาก่อนนะ นอนหลับฝันดีล่ะ ถ้าชาติหน้ามีจริงเรากลับมาเจอกันอีกนะ" ผมก้มหน้าลงมาคุยกับมิทราเป็นครั้งสุดท้าย เธออาจจะยังอยู่ในนั้นหรือไม่แล้วก็ไม่เป็นไร ผมแค่รู้สึกว่าผมจะต้องพูด

    ถ้าใครเปิดประตูเข้ามา คงเห็นภาพของชายผู้สูญเสียทุกอย่างในชีวิตที่กำลังจุมพิตหญิงสาวที่หลับใหลราวกับฉากในเทพนิยาย เพียงแต่ในเรื่องนี้เจ้าหญิงไม่ตื่นขึ้นมา เส้นกราฟบนหน้าจอกลายเป็นเส้นตรง เสียงสัญญาณความถี่สูงบาดหูดังขึ้น พยาบาลและหมอรีบทะเล่อทะล่าเข้ามาในห้องแต่พอเห็นสถานการณ์ทุกคนก็สงบลง พยาบาลคนหนึ่งค่อยๆ จับตัวผมให้รู้สึกตัว เพื่อเปิดทางให้คุณหมอไปตรวจสอบสัญญานชีพครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้มลงมองนาฬิกาและประกาศเวลาเสียชีวิต 

    ผมไม่คิดว่าจะมีใครได้ยินประโยคสุดท้ายที่ผมพูดกับมิทราก่อนที่ผมจะปลดหน้ากาออกซิเจนออกจากหน้าของเธอเพื่อที่จะได้จูบลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย

    "นี่ถ้าเธอแค่ส่งการ์ดเชิญให้เราเหมือนทุกปี เมื่อเย็นนี้เราก็คงไม่โกรธถึงกับต้องไปตัดสายเบรคของเธอหรอก"
     
    "ขอโทษเถอะนะ
    "
      


    Photo cr: @TheMozzy on DeviantArt

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in