IU'smusicphile_s
I STORY OF "CHAT-SHIRE" U

  • Chat-Shire 23 ปีของไอยู
    IU's Chat-Shire by MUSICPHILE_S


    สับสน สับสน …

    ชอบนะ หรือ ไม่ชอบ

    ไปทางนั้นดีไหม หรือไปทางนี้ดี

    All Lyrics by IU


    Track 01 Shoes (새 신발; Sae Sinbal)


    เพลงที่เหมือนเพลงแรกของทุกๆอัลบั้ม ก็ต้องทักทายกันก่อน “หวัดดี รอกันนานเลยใช่ไหม?” (เนื้อเพลงท่อนแรก) ก็นานอยู่นะ ตั้ง 23 ปี :p ในเนื้อเพลงมีการอ้างถึงเพลง The red shoes (Modern Times) แทนที่จะใส่รองเท้าสีแดงมีส้น มาใส่รองเท้าคู่ที่พอดีกับตัวเองและออกไป… เธอพร้อมหรือยังนะ…


    ฟ้าสวยๆ ลมเบาๆ บรรยากาศดีๆ หรือจะบันไดสูงชัน หรือ ซอยแคบๆ ก็ได้ทั้งนั้น 

    ท่อน Bridge ไอยูบรรยายการชวนกันออกมาเต้นด้วยศัพท์ทางดนตรี…


    ...เริ่มต้นอย่างตื่นเต้น มีความสุข ด้วยอันนีมาโต จังหวะไม่เร็วมากนักที่มีพลัง 

    เพิ่มจังหวะอีกนิดไปที่ อัลเลโกร จังหวะกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา

    เพิ่มความหนักแน่นของดนตรี แอ็คเซ็นโต การเน้นเสียง

    ตั้งแต่ท่อนคอรัส...อีกรอบ...


    With excited feelings, animato

    From here on shall we pick up the speed, allegro

    Putting in special effort here, accento

    From the chorus, one more time

    -- 

    อยู่ด้วยกันตั้งแต่ฟ้าสีคราม...จนมืดลงมองเห็นพระจันทร์ยิ้มให้เลยนะ :)





    Track 02 Zezé


    …………แล้วแต่จะคิดเถอะนะ ใส่แว่นสีไหนก็มองโลกสีนั้น…………

    มองงานศิลปะด้วยอคติที่มีต่อศิลปิน คุณก็ไม่มีทางได้เข้าใจความลึกซึ้งของเรื่องราวหรอก ;p




    Track 03 Twenty-Three (스물셋; Seumulset)


    เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากแมวเชสเชียร์ในเรื่อง Alice in Wonderland การผจญภัยของอลิซไม่ใช่การไปเจอดินแดนแปลกใหม่หรอก แต่คือการค้นพบตัวเอง ค้นพบว่ากล้าหาญพอที่จะเข้าใจและยอมรับความต้องการของตัวเอง ไอยูเลือกจะเล่าเรื่องแบบ ประโยคแรกไปซ้าย ประโยคต่อไปไปทางขวา เขียนเนื้อเพลงให้มีความขัดแย้งในตัวเองแถมตั้งคำถามให้คนฟังอยู่ตลอดเวลา


    ฉันชอบที่เป็นอยู่ตอนนี้ | เปล่า ไม่จริงหรอก

    ฉันอยากมีความรัก | ไม่ล่ะ อยากหาเงินมากกว่า


    ลองทายสิ  ฉันอยู่ฝั่งไหน?


    แค่มองหน้าฉัน เธอไม่มีทางรู้หรอก | ทุกอย่างที่ทำตรงข้ามกับสิ่งที่รู้สึก

    ฉันอยู่ข้างไหน ง่ายจะตาย | จริงๆแล้วฉันก็ไม่รู้



    ท่ามกลางความสับสนไอยูไม่ได้ตั้งใจจะด่าใครหรอก...บางคนเอาไปอ้างถึงในแง่ของการด่านักข่าวบ้าง ด่าชาวเน็ตบ้าง ศิลปินไม่ได้ด่ากลับ แต่กำลังบอกว่า … ฉันเข้าใจมันแล้วล่ะ แถมยอมรับได้อีกต่างหาก ไม่สน....ชินแล้ว… 


    ดังในท่อนท้ายเพลงที่ว่า ...สายตาของความลำเอียงที่คนอื่นมองมา ฉันชินกับมันแล้วล่ะ...




    Track 04 The Shower (푸르던; Pureudeon)


    ความรักที่โศกเศร้าแต่มีความหวัง 

    รักตั้งแต่วันแรก เศร้าเป็นเพื่อนได้นะ สุขเป็นเพื่อนก็ได้นะแต่อาจจะเศร้าข้างใน แต่ก็ไม่เป็นไรอีกนั้นแหละ ความสุขของคนที่เรารักสำคัญที่สุด


    “เธอค่อยๆเดินลงมาเงียบๆ มายืนด้วยกัน

    ฉันยืนอยู่ตรงนั้นสักพัก ยืนนิ่งๆด้วยร่างกายที่เปียกปอน

    คืนที่ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าที่สุดในฤดูร้อนของฉันคืนนั้น”


    เธอเศร้า ฉันก็เศร้า แต่ก็แอบสงสัยนะ การมีฉันอยู่ข้างๆในวันหม่นๆแบบนี้ เธอรู้สึกแบบไหน?


    " ภาพของฉันที่สะท้อนออกมาจากสายตาเธอ จะสำคัญบ้างไหมนะ "


    คืนหนึ่งในฤดูร้อนไม่ต่างจากคืนที่เอาแต่ร้องไห้คืนนั้น ช่วงเวลาแย่ๆเหล่านั้นผ่านไปแล้ว


    "บทสนทนาน่ารักๆเหมือนดนตรีบรรเลงคลอไปพร้อมกับเสียงฝน

    เธอค่อยๆเปิดใจ...

    ภาพวาดสีจางๆในฤดูร้อน มีภาพเธอเท่านั้น ที่ยังคงชัดเจน

    วันนั้นน่าจะรู้ ว่าจะเป็นแบบนี้ "


    ความรักคงต้องการจังหวะที่เหมาะสม เพียงแค่รักต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

    ต้นไม้อาจจะสูงใหญ่จนบังแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาทุกๆวันได้ แต่เพียงเสี้ยววิที่ลมพัดให้ใบใม้ไหว

    เราจะเห็นแสงเล็กๆที่ส่องลอดลงมาได้

    ความรัก ก็คือ ความรักนั้นแหละ แต่เป็นรักโดยไม่ได้ต้องการอะไรต่างหาก :)





    Track 05 Red Queen (featuring Zion.T)


    ฟังไปฟังมาเพลงนี้คือนิทาน 

    ...กาลครั้งหนึ่งนานมาเเล้ว ในดินแดนที่เจริญรุ่งเรื่องของราชินีองค์หนึ่ง…

    แต่ Red Queen ไม่ใช่นิทานสำหรับเด็กหรอกนะ เป็นนิทานสำหรับคนที่เคยเป็นเด็กต่างหาก



    (เขียนจากการตีความเนื้อร้องที่ไอยูเขียน ในมุมมองของผู้เขียน)


    ฉันจะเล่าอะไรสนุกๆให้ฟังไหม? 

    ผู้หญิงสวยๆคนนั้น ผู้หญิงที่ใครๆก็หลงรัก 


    ขอฉันเล่าต่อนะ จะลงรายละเอียดแล้วนะ

    มีเรื่องเล่าปากต่อปาก มือนิ่มๆของเธอลูบหลังปลอบใจคนอื่น

    ผู้หญิงคนนั้นอบอุ่นที่สุด จิตใจงดงาม


    แววตาเศร้าๆ กลับดูมีชีวิตชีวา โอ้ Red Queen

    (ซ่อนความเศร้าจนบางทีมันไม่ไหวแล้ว)


    ผู้หญิงหน้านิ่งๆคนนั้น ผู้หญิงที่ใครๆก็เกลียด 

    น่าสงสาร น่ากลัว


    จากสีแดงที่ใครๆก็หลงรัก สีแดงเดียวกันนั้นกลายเป็นสีแดงของบาดแผลและเลือด

    ดวงตาเศร้าๆที่ซ่อนไว้ใต้รอยยิ้ม ตอนนี้แดงก่ำอาจจะเพราะน้ำตาหรือความโกรธกันนะ


    เล่าไปเล่ามา สุดท้ายไอยูก็เลือกที่จะจบเพลงแบบให้คิด

    ไม่เห็นจะมีอะไรสำคัญเลย เรื่องราวที่เล่าลอยๆไร้หลักฐาน

    จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ ลืมๆมันไปเถอะ 


    ศิลปินเล่าเรื่องนี้เพื่อบอกคนฟังว่า ...ลืมๆมันไปเถอะ …



    แด่ ซอลลี่ เจ้าของภาพวาดที่เป็นแรงบันดาลในเพลงนี้ 

    ลืมๆมันไปเถอะนะ ความเศร้าที่เกิดจากอคติของคนอื่น 

    อยู่บนฟ้าให้มีความสุข ทำทุกอย่างที่อยากทำเลยนะ ฝันดีนะ :)





    Track 06 Knees (무릎; Mureup)


    ในยุคที่ EDM กำลังกลายเป็นกระแสหลักในวงการดนตรี

    แต่ก็ยังรับรู้ได้ว่า ความเรียบง่าย เป็นสิ่งคงทนและถาวร


    ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

    ตักของใครสักคนที่เรารักอบอุ่นเหนือสิ่งอื่นใด


    เพลงนี้ไอยูเขียนถึงคุณย่า ช่วงเวลาที่นอนหนุนตักย่า คงจะผ่อนคลาย

    มือที่คอยสัมผัสลงมาคงเติมพลังได้มาก


    หากฉันนอนลงบนตักของเธอ เหมือนตอนที่ฉันยังเป็นเด็กเล็กๆ

    ช่วยลูบผมให้ฉันได้ไหม

    หากฉันหลับไปด้วยสัมผัสจากมือเธอ

    ช่วยอยู่นิ่งๆแบบนั้นสักพัก

    ได้โปรดอย่าปลุกฉันเลย

    ฉันจะหลับสนิทมาก

    —IU(아이유)-무릎(Knees)



    Track 07 Glasses (안경; An-gyeong)


    เราใส่แว่นตาไปเพื่ออะไรกัน?

    ตัวหนังสือเล็กไป อ่านไม่ได้

    ขยายมันอีก อีก และอีก

    มันอยู่ไกลเกินไป มองไม่เห็น

    จินตนาการไปว่าต้องมีสิ่งยิ่งใหญ่

    โดนหลอก หลอกคนอื่น วนไป

    มองเข้าไปอีก หาจุดบกพร่องของคนอื่น


    มันเหนื่อยมากพอแล้ว

    ฉันไม่อยากสวมแว่นเข้าไป

    มองเห็นแค่ในสิ่งที่เห็นก็พอ


    ท่อนสุดท้าย “ไม่อยากจะใส่…’.......’ “ 

    คำว่า แว่นตาหนักๆ’ สื่อถึง การมองโลกแง่ลบและการสอดส่องหาจุดบกพร่องของคนอื่นนั้นเหมือนเราแบกอะไรหนักๆไว้ 

    คำว่า แว่นตาเหลี่ยมๆ’ สื่อถึง การมองคนอื่นด้วยอคติและตัดสินคนอื่นด้วยการคิดไปเอง ก็เหมือนกับแว่นตาที่เสียรูปทรงจากที่มันควรจะเป็น


    มามองทุกอย่างด้วยความเป็นจริงกันเถอะ




    รัก
    musicphile_s
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in