What I'm Readingthefirstofmine
[เล่าให้อ่าน] โยเดียกับราชวงศ์พม่า เรื่องจริงที่ไม่มีใครรู้








  • สวัสดีทุกคน เราห่างหายกับการอ่านหนังสืออย่างจริงจังไปนานมากกกกกกกก




    วันนี้เราคงขอเอาเรื่องราวที่เราเคยทวีตไปมาเรียบเรียงและรีไรท์ใหม่ให้อ่านง่ายกว่าเดิมดีกว่า









  • โยเดียกับราชวงศ์พม่า เรื่องจริงที่ไม่มีใครรู้

    เขียนโดย มิคกี้ ฮาร์ท (Myint Hsan Heart)

    สำนักพิมพ์ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

    เล่มนี้เป็นวารสารมิวเซียมสยาม สามารถสั่งซื้อได้ ที่นี่ 

    เราได้เล่มนี้มาจาก Museum inFocus ครั้งพิเศษ: ‘ประวัติศาสตร์พูดยาก’ เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2016 แต่กว่าจะได้หยิบมาอ่านจริงๆ ก็เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2017 นี่เอง 

    ขอขอบคุณ Museum Siam มา ณ โอกาสนี้ด้วย









  • มาเข้าภายในหนังสือกันดีกว่า




    เปิดมาหน้าคำนำก็เจอของดีเลยจ้า






    เราอ่านปุ๊บแล้วรู้สึกว่า เห้ย ทำไมเขาทำแบบนั้น เป็นเพราะอะไร หรือเพราะเราปลูกฝังเรื่องนี้กันมากจนเกินไป มากจนเกินพอดี ทำให้คนเราขาดสติยั้งคิด แล้วเรื่องร้ายต่างๆ นานาต่อประเทศอื่นได้หรือ (ถึงแม้จะเป็นที่ไหนก็ไม่ควรใช่มั้ยล่ะ)




    เราคิดว่า สังคมไทยให้ความสำคัญกับเรื่องที่พม่ามารุกรานอยุธยาตอนนั้นมากเกินไป มากเกินกว่าที่คนในสังคมบางคนสามารถแยกแยะว่านั่นเป็นเรื่องในอดีต ที่เขาอยู่เป็นเรื่องปัจจุบันไม่ได้ orz




    ภายในเล่ม ผู้เขียนก็จะเล่าเรื่องราวของทางฝั่งพม่า ไทย ลาว ควบคู่กันไป เช่น

    เรื่องของพระเทพกษัตรีย์
    • ฉบับไทย: ส่งไปให้ล้านช้าง แต่ถูกพม่าดักชิงตัวไปหงสาวดี
    • ฉบับลาว: ส่งไปให้ล้านช้าง พระไชยเชษฐารับพระนางไปหนองหาน ไม่มีการชิงตัวไป
    • ฉบับพม่า: มหาอุปราชในรัชกาลบุเรงนองตั้งค่ายอยู่เชียงใหม่เพื่อล่า 2 พระยาจากกรณีกบฏเชียงใหม่หลบหนีเข้าล้านช้าง ยึดล้านช้างได้ ไม่พบพระไชยเชษฐา

    จะเห็นว่าบันทึกฉบับของไทยมีแต่เหตุการณ์ ไม่มีเหตุผล ไร้หลักการและหลักฐานส่วนบันทึกฉบับลาวและพม่า กลับบันทึกเอาไว้ตรงกัน




    นักกวีนวเดย์ (กวีของหงสาวดี มีอายุถึง 4 รัชกาล ตั้งแต่สมัยพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ถึงสมัยพระเจ้าญองรัม) เขียนกลอนว่า พระเจ้าบุเรงนองรักและเอ็นดูพระนเรศวรเหมือนกับลูกแท้ๆ ของพระองค์ 

    ในพงศาวดารพม่าทุกฉบับไม่เคยมีบันทึกเรื่องราวของพระนเรศวรชนไก่กับพระมหาอุปราชเลย เพราะการพนันชนไก่ถือเป็นความผิดทั้งศีลธรรม จริยธรรม และผิดกฎหมาย 

    คนดีมีศีลธรรมจะไม่เล่นชนไก่ นอกจากนักเลงอันพาลเท่านั้นที่เล่น 

    มีบันทึกบอกการเล่นชนไก่ถือเป็นสิ่งอัปยศ ไม่มีกษัตริย์หรือพระราชวงศ์คนใดจะทรงเล่นชนไก่ทั้งในและนอกเขตพระราชวังแน่นอน หากพระมหากษัตริย์หรือพระราชวงศ์องค์ใดเล่นการพนัน ก็เท่ากับปราศจากทศพิธราชธรรม มักถูกกบฏหรือไม่ก็ถูกลอบปลงพระชนม์

    และถ้าหากพระนเรศวรชอบเล่นการพนันชนไก่ตั้งแต่เด็ก พระเจ้าบุเรงนองคงไม่เอ็นดูและเลี้ยงไว้อย่างบุตรบุญธรรมแน่นอน






    ความโกรธแค้นของพระนเรศวรต่อกรุงหงสาวดี ไม่ปรากฏในพงศาวดารพม่าเลยแม้แต่น้อย






    เรื่องขัดแย้งระหว่างมหาอุปราชกับพระนเรศวรเป็นเรื่องขัดแย้งประสาเด็ก เพราะพระเจ้าหญิงถ้วย (ลูกคนที่ 2 ของพระเจ้านันทบุเรง) สนิทกับพระนเรศวรมากกว่ามหาอุปราช
    ง่ายๆ คือ อิจฉาพระนเรศวร เพราะพี่สาวสนิทกับคนอื่นมากกว่าน้องชายตัวเอง





    ส่วนสงครามระหว่างพระนเรศวรกับพระเจ้านันทบุเรงมีสาเหตุมาจากมังสามเกียดนี่แหละ 
    • นันทบุเรงจัดงานแต่งให้มังสามเกียดกับลูกสาวพระเจ้ากรุงอังวะ
    • แต่มหาอุปราชไม่ได้รักนาง ทะเลาะกันบ่อย จนวันนึงผลักนางอย่างแรง หัวกระแทกมุมแท่นบรรทม หัวแตก แล้วเอาผ้าสไบมาเช็ดเลือด ส่งไปให้พ่อพร้อมจดหมาย
    • พระเจ้ากรุงอังวะโกรธมากประกาศศึกกับพระเจ้านันทบุเรง 
    • พระเจ้านันทบุเรงมีรับสั่งให้เจ้าเมืองตองอู พระเจ้าแปร พระเจ้าเชียงใหม่ พระเจ้าล้านช้าง และพระนเรศวรไปตีกรุงอังวะ แต่ไม่มีใครอยากร่วมรบ เพราะ  
                  - พระเจ้าอังวะ พระเจ้าตองอู พระเจ้าแปร เป็นน้องแท้ๆ ของพระเจ้าบุเรงนอง เป็นอาของพระเจ้านันทบุเรง 
                  - พระเจ้าเชียงใหม่เป็นลูกของพระเจ้าบุเรงนอง 
                  - พระนเรศวรเป็นเหมือนลูกบุญธรรม
    • อีกอย่าง เป็นเพราะลูกชายที่เอาแต่ใจตัวเองของพระเจ้านันทบุเรง มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะก่อให้เกิดความบาดหมาง แต่ทุกคนก็ยกทัพเพราะไม่อยากขัด





    ประเด็นพระนเรศวรทรงพระแสงปืนข้ามแม่น้ำสะโตง 

    • พระแสงปืนยาว 9 คืบ (ประมาณ 1.25 เมตร) ไม่น่าจะข้ามปากแม่น้ำสะโตงได้ ถึงแม้จะไม่กว้างเท่าแม่น้ำสาละวิน แต่ก็ไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร 
    • สาเหตุที่สร้างสะพานแพที่ปากแม่น้ำ ถึงกว้างกว่า แต่น้ำไม่เชี่ยวและไม่ลึก มีทรายมากองเป็นสันทรายย่อมๆ ที่ปากแม่น้ำ ทำให้สร้างสะพานแพง่าย
    • พอพระนเรศวรข้ามแม่น้ำสะโตงมากรุงหงสาวดี กองทัพหงสาวดีก็ถึงอังวะแล้ว พระนเรศวรจึงตั้งค่ายอยู่ใกล้ๆ กรุงหงสาวดี มหาอุปราชกลัวพระนเรศวรคิดไม่ซื่อ ก็เลยปิดเมืองแน่นหนา แล้วส่งคนไปบอกพระเจ้านันทบุเรงว่า พระนเรศวรตั้งค่ายไม่ห่างจากเมือง ผิดปกติ ให้พระเจ้านันทบุเรงรีบกลับ พอพระเจ้านันทบุเรงททราบเรื่องก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จึงยกทัพส่วนหนึ่งกลับ 
    • สาเหตุที่พระนเรศวรไม่ยกทัพไปทันที เพราะไม่อยากรบกับพระเจ้าอังวะ และไม่มีเจตนาที่จะเข้าตีกรุงหงสาวดีเหมือนที่มหาอุปราชกล่าวหา
    • พอพระนเรศวรทราบข่าวว่าพระเจ้านันทบุเรงชนะพระเจ้าอังวะแล้ว และกำลังยกทัพกลับ จึงเสด็จกลับผ่านด่านเจดีย์สามองค์ พอพระเจ้านันทบุเรงถึงกรุงหงสาวดี ก็มีรับสั่งให้เตรียมทัพใหญ่มาตั้งค่ายที่ทิศเหนือของพระนคร พอทราบข่าว พระนเรศวรก็ยกทัพจากพระนครไปบุกเข้าโจมตีจนทัพหงสาวดีต้านไม่อยู่ ถอยห่างพระนคร แต่พระนเรศวรไม่ติดตามไป แต่เสด็จกลับเข้าพระนคร ดูการเคลื่อนไหวของทัพหงสาวดี จนกระทั่งยกทัพกลับกรุงหงสาวดีไป





    ตอนที่พระนเรศวรกระทำยุทธหัตถีกับมหาอุปราช

    • พระมหาอุปราชขอโอกาสพระเจ้านันทบุเรงยกทัพไปรบอีกครั้ง ถ้าไม่ชนะจะไม่กลับกรุงหงสาวดี
    • เมื่อยกทัพมาถึง ช้างที่มหาอุปราชทรงช้างอยู่เกิดตื่นกลัว จึงเอาผ้าปิดตาไว้ให้สงบ
    • พระนเรศวรอยู่ในพระนคร สั่งให้ระดมยิงปืนใหญ่ใส่กองทัพหงสาวดี เพื่อไม่ให้เข้าใกล้พระนคร และออกมาเผชิญหน้ากับกองทัพหงสาวดีเมื่อเห็นมหาอุปราชออกมา
    • มหาอุปราชบังคับช้างของตนไม่อยู่ นัตชิงนองเห็นจึงวิ่งเข้ามาขวางหวังต้านช้างพระนเรศวร แต่มหาอุปราชถูกปืนใหญ่จากพระนครระดมยิง สิ้นพระชนม์ทันที
    • หลังจากนั้น ภายในกรุงหงสาวดีมีการจลาจล พระเจ้าตองอูกับยะไข่มาตีหงสา พอพระนเรศวรทราบข่าวจึงยกทัพไปช่วยกรุงหงสาวดี แต่ไปถึงกรุงหงสาวดีก็ไม่เหลืออะไรเลย
    • พระเจ้าตองอูพาพระเจ้านันทบุเรงกลับเมืองตองอู นัตชิงนอง (ลูกชาย) บอกให้พระเจ้าตองอูฆ่าพระเจ้านันทบุเรง แต่กลับไม่ยอมฆ่าพี่ชายตัวเอง นัตชิงนองเลยลอบฆ่าพระเจ้านันทบุเรงเสียเอง
    • พระนเรศวรไม่รู้ว่าพระเจ้านันทบุเรงถูกนัตชิงนองลอบปลงพระชนม์ พอเสด็จมาถึงเมืองหาน พระนเรศวรประชวรหนักจากพิษไข้ป่าแล้วเสด็จสวรรคต





    ขอคัดลอกข้อความในหนังสือออกมาหน่อย

              "...ตรงนี้ ข้าพเจ้าขอวิจารณ์การแต่งประวัติศาสตร์ใหม่ของนักแต่งประวัติศาสตร์ชาวไทยทั้งหลายสักนิดว่า พวกท่านไม่ให้เกียรติ และทำลายพระเกียรติของพระองค์ (พระนเรศวร) เป็นอย่างมาก โดยแต่งเรื่องราวให้พระองค์กลายเป็นอันธพาลและอกตัญญู เช่น พระองค์ชอบเรื่องพนันชนไก่ และยังทะเลาะวิวาทในวงไก่ชน จนเอามาเป็นเหตุอาฆาตเกลียดชังกัน จนถึงกับยอมแลกชีวิต
              แท้จริงแล้ว พระองค์ท่านไม่มีอุปนิสัยเช่นนี้ การที่พระองค์ทรงรบกับพระเจ้าหงสาวดี ก็เป็นเพราะทรงปกป้องพระเกียรติและเพื่อป้องกันรักษาอาณาจักรและราษฎรของพระองค์ มิใช่เป็นความอาฆาตโกรธแค้นส่วนพระองค์ ดังที่นักแต่งประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่กล่าวหา พระองค์ทรงระลึกถึงบุญคุณ ความกตัญญู พระองค์มิทรงเคยมีดำริที่จะทำร้ายกรุงหงสาวดี วันใดที่หงสาวดีตกอยู่ในอันตราย พระองค์ก็เสด็จขึ้นไปช่วยหงสาวดี ตรงนี้ชี้ให้เห็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและยิ่งใหญ่ของพระองค์ ฉะนั้น เราทั้งหลายควรสำนึกในพระปรีชาญาณของพระองค์ตลอดกาล..."





    ในเล่มมีการพูดถึงเรื่องของพระสุพรรณกัลยาอีกด้วย






    ผู้เขียนเขียนตำหนินักศึกษาประวัติศาสตร์ได้อย่างแสบคันเอามากๆ เช่น

              "...ข้าพเจ้าขอตำหนินักประวัติศาสตร์สมัยนี้ รวมถึงนักเผยแพร่ตำนานนิยายแบบนี้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว จนคนส่วนใหญ่เข้าใจและถือเอาว่านั่นคือประวัติศาสตร์ที่แท้จริง ข้าพเจ้ามองว่าท่านท้างหลายมีส่วนรับผิดชอบในการแปลงตำนานนิยายจนกลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว..."

              "...ประวัติศาสตร์ต้องอยู่บนพื้นฐานความคิดและจันตนาการที่มีเหตุมีผล ประกอบด้วยหลักฐานที่ชัดเจน ถูกต้องแม่นยำ มีความเป็นไปได้ แบบนี้นี่แหละที่นักประวัติศาสตร์ทั้งหลายควรร่วมกันคิด วิเคราะห์ ค้นคว้า หาหลักฐานใหม่ๆ ต่อยอดกันขึ้นไปเรื่อยๆ แต่นักประวัติศาสตร์สมัยนี้ส่วนใหญ่ไม่คิดวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ แต่กลับเชื่อถืออ้างอิงข้อมูลจากนักแต่งนิยายหรือตำนานในจินตนาการกัน..."







    แล้วเขาก็ได้ให้ข้อแนะนำในการศึกษาประวัติศาสตร์เอาไว้ด้วย คือ

    • ต้องย้อนกลับไปศึกษาค้นควาหลักฐานให้ชัดเจน และมากที่สุด เท่าที่จะหาได้
    • วิเคราะห์บนพื้นฐานความเป็นจริงที่เที่ยงตรง ไม่เอนเอียง ไม่ชาตินิยม เราจึงจะได้ประวัติศาสตร์ที่แท้จริง

          









  • พอเราได้อ่านเล่มนี้แล้วรู้สึกว่า ทำไมประเทศไทยถึงสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยให้เกลียดคนในประเทศรอบข้าง ทำไมถึงสอนเรื่องราวที่ไม่สามารถเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ประเทศรอบข้างได้

    อย่างพงศาวดารของพม่าและของลาว ยังสามารถเชื่อมโยงกันได้ในเหตุการณ์ต่างๆ แต่กลับไม่เชื่อมโยงกับไทยเลยแม้แต่น้อย

    ทำไมประวัติศาสตร์ไทยถึงต้องใส่ความชนชาติอื่น หรือต้องทำให้ชนชาติอื่นกลายเป็นคนร้าย ทั้งๆ ที่บางอย่างนั้นเขาไม่ได้ทำ





    เมื่อไหร่เราจะได้ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยอย่างไม่ชาตินิยมบ้าง เพื่อให้ได้ความจริงมากที่สุด




    สำหรับเรา เราอยากเรียนประวัติศาสตร์ที่มันไม่ใช่นิยายหลอกเด็ก อยากได้ความจริงที่สามารถเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชาติอื่นๆ ที่มีบันทึกในเหตุการณ์เดียวกันได้บ้าง





    ในหนังสือเรียนระดับโรงเรียนในวิชาประวัติศาสตร์ก็ยังคงเขียนให้คลั่งชาติเอามากๆ จนเรารู้สึกว่าการเรียนประวัติศาสตร์เป็นการเปิดโลกใหม่ให้เรารู้ว่าที่ผ่านมาเราเรียนอะไรก็ไม่รู้มาโดยตลอด ความจริงไม่ได้ถูกเปิดเผยจนหมด ถ้าใครไม่ได้เรื่องราวอ่านเอง ก็คงไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรจริงๆ 




    เราว่าเรื่องนี้มันสำคัญนะ กับการที่ให้การศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์กับคนในชาติอย่างถูกต้อง ไม่งั้นก็อาจจะเหมือนกับด้านบนที่เราเอามาลงให้ดูก็ได้





    เราชอบเล่มนี้เพราะเขาเขียนมาอย่างเป็นกลาง มีการเอาพงศาวดารชาติอื่นมาเปรียบเทียบให้เห็นกันด้วย 





    ถ้าใครชอบยังไงก็สามารถซื้อมาอ่านกันได้นะ แนะนำจริงๆ





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Taweeporn Tangtung (@fb2038972906144)
ขอโทษน่ะ ขายหนังสือ เล่มนี้ต่อไหมค่ะ พอดีว่าในเว็บหมดแล้วไม่สะดวกซื้อหน้าร้าน พอทีจะนำมาทำทีสิทจบอะค่ะ
thefirstofmine (@thefirstofmine)
@fb2038972906144 ขอโทษด้วยน้า พอดีไม่สะดวกขายเล่มนี้น่ะค่ะ
Passaya Kwan KC (@fb1609392479593)
ขออนุญาตค่ะ อยากทราบว่า หนังสือเล่มนี้ยังมีจำหน่ายไหมคะ อยากได้ค่ะ ..
thefirstofmine (@thefirstofmine)
@fb1609392479593 ยังมีอยู่ค่ะ สั่งได้ทางเว็บของมิวเซียมสยามเลยค่ะ http://www.museumsiam.org/e-shopping-itemdetail.php?proid=239&cid=138
สั่งที่ไหนได้มั่งครับอยากได้มาก
thefirstofmine (@thefirstofmine)
@fb1541079405962 สั่งได้ทางเว็บของมิวเซียมสยามเลยค่ะ http://www.museumsiam.org/e-shopping-itemdetail.php?proid=239&cid=138
Guy Vongsathorn (@taiki_07)
สวัสดีครับ

ผมเป็นทีมงานจากมิวเซียมสยาม ขออนุญาตนำลิงก์และข้อความส่วนหนึ่งในบทความของคุณ Tez ไปลงในเพจของมิวเซียมสยามได้หรือเปล่าครับ

ขอบคุณครับ
thefirstofmine (@thefirstofmine)
@taiki_07 ด้วยความยินดีเลยค่ะ