Things You (don’t) Need to Know About USAwannha
Los Angeles 101: Intro to the La La Land
  • Los Angeles ในความทรงจำ

    เท่าที่เราเคยไปเที่ยว ไปเยี่ยมญาติ เรายังไม่เคยเห็นLos Angelesฝนตกเลยสักครั้งเลย


    เราเคยไปลอส แองเจลลิส ทั้งหมด 3 ครั้ง (แต่ครั้งห่างกันเกือบสิบปี) แต่L.A.ในความทรงจำของเราก็จะเต็มไปด้วยแสงแดด ต้นปาล์ม ห้างoutdoor รถติด(ใช่ค่ะ ติดพอๆกับ กทม เลยทีเดียว) และคนเอเชียที่พูดภาษาอังกฤษได้เป๊ะเสมอ

    Los Angeles เป็นเมืองหนึ่งในมลรัฐแคลิฟอเนียซึ่งทั่งอยู่ทางด้านตะวันตกของสหรัฐอเมริกา และอยู่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิค และด้านใต้ติดกับประเทศเม็กซิโก โดยมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากอละนับว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับที่2ของประเทศ (เป็นรองก็แต่นิวยอร์กซิตี้เท่านั้น) มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติ โดยมากเป็นชาวอเมริกันชื่อสายเอเชีย และรองลงมาก็ชาวอเมริกันเชื้อสายลาตินอเมริกา



    Los Angeles เป็นชื่อที่ตั้งมาจากภาษาสเปนโดยชื่อมีอ่านว่า โลส อังเฆร์เลส แปลว่าเมืองแห่งเหล่าเทวดา/นางฟ้า แต่โดยทั่วไปคนก็เรียกย่อๆว่า L.A. และถูกนำมาใช้เป็นฉากหนังในหนังหลายต่อหลายเรื่อง โดยเรื่องที่เป็นที่รู้จักในเมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้ ก็คือเรื่อง La La Land นั่นเอง


    La La Land แดนแห่งความฝัน

    La La Land หนังเพลงสุดฮิตส่งท้ายปี2016 กำกับโดย Damien Chazelle* นำแสดงโดย Emma Stone, Ryan Gosling, John Legend เกี่ยวกับหนุ่มสาวผู้ไล่ตามความฝัน ซึ่งมีฉากหลังของเรื่องคือเมืองLos Angeles 

    เนื่องด้วยตัวหนังเป็นที่นิยม และ Emma Stone ก็ได้คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และรางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยมจากเวทีสูงสุดของวงการภาพยนต์สหรัฐอเมริกาอย่าง Academy Award (aka Oscar) ไปได้โดยไม่พลิกโผ นั่นเองที่ทำให้ทัวร์เห็นแหล่งทำเงินจัดday trip ตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องนี้โดยเฉพาะ

    (เวอร์ชั่นหนึ่งของโปสเตอร์โฆษณาภาพยนต์เรื่อง La La Land)

    แล้วทำไมถึงเรียก ลอส แองเจลลิส ว่า ลา ลา แลนด์ ?

    ต้องอธิบายก่อนว่า ลา ลา แลนด์เป็นสำนวนอย่างหนึ่งที่ใช้พูดถึงเรื่องเพ้อเจ้อเพ้อฝันหรือโลกส่วนตัว เช่น

    A: What’s wrong with Brooke? She seems to be space out for a while.
    (บรู๊คเป็นอะไรไป ดูใจลอยมาสักพักแล้วนะ)

    B: Just ignore her. Tom asked her out an hour ago and  she has been in her la la land since then.
    (อย่าไปสนใจเลย เมื่อชั่วโมงก่อนทอมชวนเธอไปเที่ยวน่ะ เธอก็เลยหลุดเข้าไปในโลกส่วนตัวตั้งแต่นั้นมา)

    จริงๆแล้ว ลาลาแลนด์แต่เดิมก็เป็นชื่อเล่นของ แอลเอ อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นการเล่นกับตัวสะกดของชื่อเมืองอย่าง LA (Los Angeles) กลายเป็นฉายาของเมืองนี้อีกด้วย แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวหรอกนะที่L.A. จัดว่าเป็นเมืองแห่งห้วงฝันของใครหลายๆคน นั่นเพราะอุตสาหกรรมบันเทิงทุกแขนงจะต้องมีสาขาอยู่ที่เมืองนี้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงถ่ายทำภาพยนต์(ที่เราสามารถซื้อตั๋วเข้าไปชมได้เป็นรอบๆ) หรือค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ บ้านพักของดาราฮอลลีวู้ดหลายๆคน สวนสนุกของเด็ก(และผู้ใหญ่หัวใจเด็ก)อย่าง Disney Land และ Universal Studio (ที่ถึงแม้จริงๆแล้วโดยที่ตั้งถือว่านอกเมือง Los Angeles ไป 2 ชั่วโมง ก็ตาม) แถมยังมีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Google, Facebook, Snapchat ฯลฯ มาเปิดสำนักงานอยู่ที่นี่อีกด้วย

    ไม่แปลกใจที่ใครๆต่างก็หลั่งไหลมายังแอลเอเพื่อมาไล่ตามความฝัน แม้จะแลกกับค่าครองชีพสูงลิ่ว และการคมนาคมที่...ถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็ไปไหนไม่ได้เลย ก็ตาม 


    จุดหมายปลายทางของคนไทย

    นอกจากนี้ แอล เอ ยังมีชุมชนคนไทย และคนเอเชียอื่นๆอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั่งยังมีวัดไทยอยู่หลายแห่ง (ญาติเล่าว่าบูทอาหารตามงานวัดไทยนี่แหละเด็ดสุด รสชาติเหมือนกินที่เมืองไทย) สาเหตุที่มีคนไทยอยู่เป็นจำนวนมากอาจเพราะแอลเอนั้นมีอากาศที่อบอุ่นเกือบตลอดทั้งปี มีชายหาด มีแดด มีอาหารหลากหลาย แถมยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกาหลายแห่ง ซึ่งคนไทยน่าจะรู้จักดีอย่าง UCLA (University of California Los Angeles), กระทั่งมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำต่างๆเช่น USC (University of Southern California) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในการผลิตคนในแวดวงภาพยนตร์ที่มี George Lucus ผู้ให้กำเนิด แฟรนไชน์หนังอภิมหาสงครามลิเกอวกาศอย่าง Star Wars เป็นศิษย์เก่าผู้มีขื่อเสียง,  สายวิทย์ วิศวะ ที่ CalTech (California Institute of Technology) สาย Art & Animation ที่เข้ายาก การแข่งขันสูง และเรียนหนัก อย่าง CalArt (California Institute of Art) ซึ่งศิษน์เก่าที่จบไปมักจะได้งานที่ให้ Walt Disney studio, Pixar และ Dreamwork

    ทีนี้พอจะนึกภาพออกไหมคะว่าทำไม Los Angeles จึงได้ชื่อว่าเป็นปลายทางแห่งความฝัน ของใครหลายคน ที่อยากเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิงยักษ์ใหญ่ของโลก?

    ดังนั้นไม่แปลกใจที่ L.A. ในความทรงจำของเรานั้นมีเสน่ห์มากกว่าจะเป็นแค่เมืองป๊อบๆ อาจด้วยความชิล และอยากกินอะไรก็ได้กิน ชวนให้นึกถึง กรุงเทพฯ เหลือเกิน และนี่เองจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Los Angelese ถูกจัดอันดับให้เป็นอยู่ในจุดหมายอันดับแรกๆของคนไทยที่ต้องการมาเที่ยวอเมริกา

    “ภูมิประเทศในรัฐแคลิฟอเนีย (มีเลนส์แฟลร์แบบที่ท่านพ่อ J J Abram** ต้องภูมิใจ!)” (ก.ค.ปี 2017– รอบนอกหอดูดาว Griffith Observatory)



    My Gibberish Facts

    1. ภาษีของเมือง Los Angeles นั้นแต่ละพื้นที่จะไม่เท่ากัน แต่โดยเฉลี่ยคือ 9.5% ซึ่งสูงกว่านิวยอร์ก! เวลาเราจับจ่ายซื้อสินค้าใดใดก็ตามที่อเมริกานั้นมักจะไม่รวมภาษีเข้าไปด้วย ซึ่งภาษีของแต่ละรัฐและแต่ละเมืองก็จะเเพงมากน้อยต่างกัน ดังนั้นถ้าคุณซื้อแฮมเบอร์เกอร์ราคา $1 ที่แอลเอ คุณต้องจ่ายเงินจริงๆเป็นจำนวน $1.095 และในบางพื้นที่ของ Los Angeles อย่าง Pasadena ภาษีก็อาจสูงถึง 10.25% เลยทีเดียว! OMG! ความจำเป็นที่จะต้องรู้: รู้ไว้เพื่อวางแผนการเงิน

    2. Los Angeles เป็นเมืองใหญ่ แต่มีหลายเขตกระจายอยู่ห่างกัน และจำเป็นต้องขับรถเพื่อไปยังที่ต่างๆ เช่น วันนี้คุณอยากกินปิ้งย่างเกาหลีที่โคเรียทาวน์ แล้ววางแผนไปเดินเล่นชายหาดที่ orange county แต่คุณมีนัดกับเพื่อนที่ย่านดาวน์ทาวน์ แอลเอ ดังนั้นคุณต้องขับรถไปกินข้าว ขับรถไปหาด ซึ่งบางครั้งถ้ารถติดก็อาจจะใช้เวลาเป็น2-3ชั่วโมงบนถนน ไม่ต่างกับชีวิตดีดีที่ลงตัวใน กทม เลยนะ  ความจำเป็นที่จะต้องรู้: ควรโหลดแอพUber, lyft เพื่อการคมนาคมที่สะดวก

    3. น้ำมันที่เติมที่ Los Angeles จะมีราคาแพงกว่าที่อื่น เพราะเป็นน้ำมันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่าญาติเราที่เป็นคนอเมริกันเล่าว่า เนื่องจากแอลเอเป็นเมืองที่ต้องใช้รถ จึงมีรถเป็นจำนวนมาก รัฐบาลท้องถิ่นเองก็ตระหนักถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม เลยทำให้ออกกฏหมายใช้น้ำมันที่ “คลีน” กว่าปกติ (เราเดาว่าเขาผสมสารที่ทำให้เชื้อเพลิงเผาไหม้ได้สะอาดกว่า) เลยเป็นต้นเหตุที่มำให้น้ำมันราคาแพง   ความจำเป็นที่จะต้องรู้: หูว!

    4. คนไทยที่เกิดและโตในอเมริกา มักจะพูดภาษาไทยไม่ได้ หรือถ้าพูดได้ก็อ่านเขียนไม่ได้ญาติเคยเล่าว่าที่เด็กไม่กล้าพูดเพราะตอนเด็กๆเวลาแยกภาษาไม่ออกก็จะใช้มั่วๆปนกัน พอไปโรงเรียนเพื่อนก็จะล้อ ก็เลยไม่อยากพูด และพ่อแม่บางบ้านก็ไม่ได้เคร่ง และไม่ได้พูดไทวกับลูก คนอเมริกันเชื้อสายไทยก็เลยมีไม่น้อยที่พูดไทยไม่ได้เลย แม้ว่าจะมี Sunday school สำหรับสอนภาษาไทยตามเมืองใหญ่ต่างๆก็ตาม (แต่คนที่เก่งๆก็มีนะ) ความจำเป็นที่จะต้องรู้: หรอๆอืมๆ มีเรื่องอื่นอีกไหม

    5. อย่าปล่อยสัตว์เลี้ยงของท่านไว้นอกบ้าน ไม่เช่นนั้นน้องอาจถูกพี่หมีงาบไปได้ เนื่องจากแคลิฟอเนียเป็นรัฐที่ยังมีพื้นที่ธรรมชาติอยู่มาก สัตว์ป่าบางครั้งก็เข้ามาเขตที่อยู่อาศัยเพื่อหาอาหาร โดยที่เห็นบ่อยๆจะเป็นแรคคูนที่ชอบคุ้ยถังขยะจนเละ สร้างความรำคาญใจให้เจ้าของบ้านต้องมาเก็บกวาดใหม่ และที่แย่กว่านั้นคือถ้าปล่อยสัตว์เลี้ยงของท่านไว้นอกบ้าน รุ่งขึ้นสัตว์เลี้ยงของท่านอาจจะกลายเป็นอาหารของสัตว์ป่า หรือติดโรคพิษสุนัขบ้าได้! ความจำเป็นที่จะต้องรู้: แง๊ อย่าทำน้อง! (กอดแน่น)

    “โปรดระวังสัตว์เลี้ยงของท่านจาก หมี สุนัขป่า และแรคคูนเอาไว้ให้ดี (ก.ค.ปี 2017– ทิวทัศน์จากหลังบ้านญาติ)

    ———-
    *Damien Chazelle ผู้กำกับภาพยนต์อินดี้ที่มีชื่อเสียงอย่าง Whiplash, 10 Clover field Lane และ La La Land
    **J J Abram ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ที่มีชื่อเสียง ถูกแซวว่าชอบใช้เทคนิคภาพโดยมีเลนส์แฟลร์ ผลงานสร้างชื่อคือ Star Trek, Star Trek: Into the Darkness, Star Wars VII: The force Awaken, Star Wars IX: The Rise of Skywalker ฯลฯ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in