Together #BlakefieldHardyLow
Chapter 2
  • **คำเตือน เนื้อหามีสปอยบางฉากในหนัง 1917**

    .
    .
    .

    “เฮ้ วิญญาณ ตรงนั้นน่ะ!”

    ผมรู้สึกมีคนเรียกผมจากอีกฝั่ง มีทหารอังกฤษกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาผม เหมือนเขารู้สึกดีใจที่ได้เห็นผม

    “เฮ้ นายมาจากไหน?”

    “เอ่อ... กองราบที่ 8”

    “เห้ย! นายมาไกลมากเลยนะ มาๆ มาพักก่อน”

    แล้วผมก็โดนลากจากตรงนั้น ผมมอง สคอร์ ที่ยืนดูอยู่นิ่งๆตรงหน้าสะพานนั้น

    สีหน้าเขาดูไม่ค่อยดีที่ได้เห็นที่ตรงนี้ซะเลย...

    แต่ผมเห็นเมืองนี้เป็นปรกติทุกอย่าง...

    มันต้องมีอะไรแน่ๆ...

    “นายชื่ออะไร?”

    ทหารอังกฤษคนหนึ่งที่จับมือลากผมนั้นถาม แต่ผมรู้สึกเขาไม่น่าไว้ใจเลย 

    “ชื่อ เบลค”

    “แล้วนายเป็นอะไรตายมาล่ะเบลค? โดนแทงมาสินะ?”

    แค่ประโยคคำว่าโดนแทง ทำไมมันสะเทือนใจจัง...

    “ใช่...โดนแทงมา...รู้ได้ไง...”

    “กางเกงนายมีรอยเลือดแถมเสื้อนายก็เริ่มมีเลือดซึมออกมา นายนี่ไม่รอบคอบจริงๆเลยนะ นายเกิดมาครั้งหน้าต้องรอบคอบนะ”

    ถ้าผมตบวิญญาณดวงนี้ซะทีผมจะตกนรกไหม...

    น่าจะไม่ล่ะมั้ง เพราะผมก็พึ่งชกดวงวิญญาณนักบินเยอรมันคนนั้นไปด้วย...

    “ฉันจะจำไว้ ก็แล้วกัน”

    เย็นไว้ เย็นเอาไว้... ไม่อยากมีเรื่องกับวิญญาณพวกนี้เลย รู้สึกไม่ชอบมาพากลเหลือเกิน

    เขาพาผมมาที่บ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านสองชั้นที่ดูใหญ่เหลือเกิน

    มันเหมือนเป็นร้านเหล้าเล็กๆที่ข้างในก็พอมีคนอยู่บ้าง

    “เฮ้เพื่อน! มีดวงวิญญาณมาเพิ่ม”

    เมื่อเขาทักผมก็เห็นทหารคนหนึงแต่เป็นในชุดทหารเยอรมัน

    แต่ก็ไม่แปลกนะที่คนตายสามารถสื่อสารกันในภาษาเดียวกันได้

    “โอ้ดีเลย! เข้ามาข้างในสิ มาพักกันก่อน”

    ก่อนที่จะเข้าไปข้างใน ผมรู้สึกถึงคนจ้องมาที่ผมเมื่อผมมองไปรอบๆ

    ผมก็ได้เห็นเด็ก 2 คนที่ยื่นหน้ามาจากหน้าต่างข้างๆ

    และทำท่าว่าอย่าเข้ามาผมที่รู้สึกสงสัยก่อนที่จะเข้าไป

    “เอ่อ พวกคุณมีเด็กที่นี่ด้วยงั้นหรอ?”

    “หืม ไม่มีนะ”

    นายทหารที่อยู่ด้านหลังของผมเอ่ย

    “มีแค่พวกเราเท่านั้นแหล่ะ"

    “เอ้า เข้ามาสิ เราจะได้ฉลองกับการมีสมาชิกใหม่ไง”

    ทหารอังกฤษอีกคนเอ่ย แต่ผมไม่ก้าวเข้าไปและผมก็ถามต่อไปเรื่อยๆ

    “แล้วพวกคุณชื่ออะไรกัน แล้วตายยังไง?”

    ทหารรอบๆเริ่มหันมามองที่สีหน้าเปลี่ยนไป

    “แล้วทำไมนาย...”

    “ฉันบอกชื่อและสาเหตุการตายให้พวกนายรู้ไปแล้ว ทีนี้พวกนายก็บอกฉันบ้างสิ...”

    ทหารอังกฤษและเยอรมัน ต่างเงียบและไม่ให้คำตอบที่ผมต้องการ

    ผมเลยชักระแวงและผมก็ค่อยๆก้าวถอยหลังออกมาแบบช้าๆ

    และพูดต่อโดยมีพวกเขามองตาม แต่ไม่ใช่ในแววตาเดิมที่เจอกันครั้งแรก

    “นี่พวกแกหลอกวิญญาณแบบนี้มากี่คนแล้วล่ะ?”

    “หึ แกนี่มันไหวตัวทันจริงๆ... คิดว่าเด็กอย่างแกจะหลอกง่ายกว่านี้ซะอีกนะ”

    "ทำไมต้องเป็นฉันวะ? ฉันมันน่าสนใจตรงไหน?"

    ผมเริ่มขึ้นเสียงและต้องการคำตอบที่พวกนี้ต้องการผม

    "บังเอิญว่าวิญญาณที่พึ่งตายนั้นมันหลอกง่าย และมันหอมหวานมากกว่าวิญญาณที่ตายนานแล้วน่ะสิ...และนายก็เข้าข่ายที่พวกเราต้องการ"

    พวกทหารที่อยู่ตรงหน้าเริ่มหัวเราะคิกคัก เป็นการหัวเราะที่ทำให้ขนลุก

    ผมอึ้งกับคำพูดที่เอ่ยออกมา และใช่ผมเป็นแบบนี้จริงๆ

    "นายซื่อและเชื่อง่าย แล้วนายก็เป็นคนที่ฟังใครยากสินะ... นายเป็นคนที่ไม่รอบคอบอีกทำให้โดนอะไรง่ายมาก นายน่าจะฟังคนที่เตือนนายซะหน่อยนะ"

    "หยุดย้ำซะที..."

    "โอ้ว แสดงว่ามันคือเรื่องจริงสินะ สมแล้วที่นายตายแบบนี้... ตายแบบโดดเดี่ยวและไม่มีใคร"

    "หยุดได้แล้วโว้ย!"

    พวกทหารที่อยู่ตรงหน้าหัวเราะพร้อมกัน และพวกมันเริ่มถอยหลังเข้าไปอยู่ในความมืด...

    มันมีเสียงครืดๆ ผมเริ่มเห็นข้างในตัวบ้านเริ่มสั่นและรู้สึกได้เลยว่าท่าไม่ดีแน่ๆ

    "ไหนดูซิ๊... ว่าวิญญาณของนายน่ะ... มันนุ่มและหวานซะแค่ไหนกันนะ..."

    พวกนั้นพูดเสียงเย็นและเริ่มตัวใหญ่ขึ้น มันเป็นเงาดำที่ขนาดใหญ่มาก... 

    ผมก้าวขาไม่ออกด้วยซ้ำตอนนี้ เมื่อเจออะไรที่มันพิศวงและผิดแปลกอะไรแบบนี้...

    มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี๊ย!!

    มันง้างมือจะมาจับผม แต่แล้วก็มีคนคว้าแขนผมทำให้เกือบหน้าคว่ำ
     
    แต่ผมก็ตั้งหลักได้และวิ่งตามแรงฉุดนั้นไป

    "อย่าหันไปมองนะ"

    หญิงสาวผมบลอนด์แดง ตาฟ้าที่เห็นเพียงแว๊บเดียว กำลังลากผมวิ่งอยู่ในตอนนี้ แต่ผมก็กำลังจะหันไป...

    "บอกว่าอย่าหันไปมอง!"

    เธอขึ้นเสียงกับผมและวิ่งต่อ

    "เอาเหยื่อของข้าคืนมา นางบ้า!!"

    ผมพยายามไม่หันไม่มองอย่างที่เธอสั่ง เสียงที่ตามหลังมานั้นโกรธเกรี้ยวและดังแสบแก้วหู

    มันทำให้ผมเอาหูมาปิดหนึ่งข้างและพยายามวิ่งต่อ เธอพยายามพาไปที่บ้านหลังหนึ่งที่มีแสงอยู่รอบๆนั้น

    "วิ่งเข้าไป!"

    เธอเหวี่ยงผมให้วิ่งขึ้นไปข้างหน้าเธอ ผมวิ่งจนสุดตัวและเธอก็ตามหลังมา

    เมื่อผมเข้าไปในบ้านได้ เธอจับกดผมให้นั่งลงและเอาตัวเธอบังผมไว้

    เงาดำนั้นมันเข้ามาบ้านที่มีแสงอยู่ล้อมรอบไม่ได้ มันกรีดร้องและแสบแก้วหูมาก

    ผมพยายามปิดหูเพราะเริ่มทนไม่ไหวกับเสียงนี้

    "ไปซะ เขาไม่ใช่ของแก!"

    หญิงสาวพูดขึ้น และเสียงนั้นก็ค่อยๆเงียบลง...

    มันไปแล้วหรอ...

    ผมค่อยๆเอามือออกจากหูและเงยหน้าขึ้น... มันหายไปแล้ว...

    ผมหอบเร็วและค่อยๆสูดหายใจอย่างช้าๆ ผมเริ่มตามเหตุการณ์ไม่ทันว่ามันเกิดอะไรขึ้น

    "เป็นอะไรไหม... โดนทำร้ายตรงไหนรึเปล่า?"

    "ไม่...แค่...หายใจไม่ทัน..."

    "นั่งพักก่อน นายอยู่ที่นี่ไม่ได้..."

    ผมเงยหน้าขึ้นกับคำถามที่ทำให้ชวนงง... แต่ที่สงสัยคือ เธอคือใคร และทำไมมาช่วยผม

    "แล้ว...คุณเป็นใคร แล้วนั้นมันตัวอะไร!?"

    "ไม่สำคัญหรอก แต่คุณน่ะไม่สมควรอยู่ที่นี่ คุณเกือบโดนปีศาจเล่นงานแล้วนะ..."

    ผมเริ่มหงุดหงิด ที่ไม่มีใครบอกชื่อหรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นเลยทำให้ผมเริ่มหมดความอดทน

    "ขอเถอะ ผมถามอะไรผมแทบไม่ได้เรื่องอะไรเลย ราวกับผมเป็นคนโง่งั้นแหล่ะ...ให้ตายสิ!"

    "..."

    ผมเริ่มขึ้นเสียง แต่เธอไม่ตอบ เธอได้แค่มองผมที่นั่งอยู่โง่ๆแบบนี้

    นั่งโง่ๆเท่านั้นเอง...

    ผมมองเธอ และเธอก็มองผมตอบ... ผมผิดเหลือเกินที่ผมตวาดเธอไปเมื่อกี้...

    "ขอโทษ...ผมไม่..."

    "ลูซี่... ฉันชื่อ ลูซี่"

    .
    .
    .

    TBC
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in