Major Depressive DisordersEmbrace
ยินดีที่ไม่รู้จัก
  • 27 มิถุนายน 2560
         ครบรอบ 6 เดือนแล้วสินะ ที่ฉันได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ฉันเป็นผู้ป่วยที่ใช้ชีวิตตามปกติอยู่ในสังคมปกติ ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว อาการป่วยของฉันจะเข้าสู่ระยะ recovery หรือระยะฟื้นฟู ฉันย้ำว่ามันคือ "ทางทฤษฎี" นะ เพราะในชีวิตจริงมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่ได้เข้าสู่ระยะนั้นตามเวลาดังกล่าว พร้อมกับอีกหลายคนเช่นกันที่เข้าสู่ระยะนี้ได้ และแน่นอนว่าฉันไม่ใช่หนึ่งในหลายๆคนของกลุ่มข้างหลังแน่นอน

         วันนี้ฉันยังคงไปตามนัดของหมอเหมือนอย่างปกติที่เคยเป็น ถ้าอยากหายก็ต้องทำตัวเป็นคนไข้ที่ดีแหล่ะเนอะ หากแต่วันนี้การไปพบหมอของฉันแตกต่างออกไป ฉันถูกให้ "เข้ากลุ่ม" การเข้ากลุ่มเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วย ผู้ดูแล ได้แชร์ประสบการณ์ที่มีให้ักันและกัน ซึ่งในตอนแรกฉันไม่อยากที่จะเข้าร่วมเลย เพราะเขาไม่ยอมบอกฉันน่ะสิว่ามันคือกลุ่มอะไร ทำไมต้องเข้า เขาพาตัวฉันไปเข้าร่วมแล้วจึงมาชี้แจงทีหลัง ไม่ถามความสมัครใจฉันเลย ถึงอย่างนั้นแม้การถูกเชิญในครั้งแรกจะไม่ค่อยประทับใจเท่าไรนัก แต่บรรยากาศในการเข้าร่วมกลุ่มก็พอจะลบล้างกันได้

        การเข้ากลุ่มในครั้งนี้ฉันได้พบกับผู้ป่วยอีก 2 คน ญาติของผู้ป่วย 2 คน และพยาบาลอีก 2 คน เราถูกแนะนำให้รู้จักในสถานะของกันและกัน ฉันและพวกเขาเรารู้ว่าคนตรงหน้าคือผู้ป่วยนะ ข้างหลังคือญาติผู้ป่วย และพยาบาล ไม่มีใครรู้จักชื่อกันและกัน ถึงแม้ว่าพยาบาลจะเรียกฉันก็ตาม แต่ก็นะเรียกทุกรอบชื่อฉันไม่ซ้ำกันเลยสักรอบ แล้วใครจะรู้ว่าฉันชื่ออะไรล่ะจริงไหม  ฉันไม่ค้านหรือไม่แก้ชื่อหรอก เพราะชื่อฉันอ่านยาก ออกเสียงยาก มีน้อยมากที่จะเรียกถูก ตลกดีเหมือนกันนะจะว่าไปเพราะการเรียกชื่อผิดในครั้งนี้กลับทำให้เรายังรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวไว้ได้ และทำให้รู้ว่าตัวฉันจริง ๆ แล้วฉันคือใคร มันไม่ใช่อยู่ที่ชื่ออย่างเดียวหรอก แต่มันอยู่ที่การถูกปฏิบัติด้วย ซึ่งนั่นแหล่ะไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ตั้งใจหรือไม่ก็ตาม มันก็ยังเป็นเรื่องที่น่ายินดีเรื่องหนึ่งนะ
        
        ตลอดการเข้ากลุ่มฉันผู้ซึ่งมีชื่อเรียกมากมาย แต่กลับไม่รู้จักใครเลยกลายเป็นผู้ที่แชร์ประสบการณ์การเจ็บป่วย บอกเล่าว่าโรคเกิดจากอะไร การกินยา การรักษา การปรับตัว การใช้ชีวิต รวมทั้งตอบข้อสงสัยของญาติผู้ป่วยและตัวผู้ป่วยด้วย โดยมีพยาบาลช่วยอธิบายเสริมเพิ่มเติมหากฉันพูดไม่กระจ่างนักและเป็นการยืนยันคำพูดของฉันว่าสิ่งที่ฉันพูดออกไปนั้นไม่ได้ผิดจากความเป็นจริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน  แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ได้เก่งหรือเป็นผู้รู้หรอกนะ ฉันแค่ป่วยด้วยโรคนี้นานกว่าอีก 2 คนเท่านั้นเอง 

      และถึงแม้ว่าระยะเวลาการเข้ากลุ่มจะไม่นาน การพูดคุยก็เหมือนฉันไปนั่งเล่าชีวิตให้คนอื่นๆฟัง แต่อย่างน้อยฉันก็คิดว่ามันจะพอเป็นประโยชน์อะไรกับตัวผู้ป่วยคนอื่นและญาติผู้ป่วยได้บ้าง อย่างน้อยก็มีเนื้อหาวิชาการเกินครึ่งนี่นา ซึ่งอันที่จริงเนื้อหาพวกนี้ก็สามารถหาอ่านตามหนังสือ หรืออินเตอร์เน็ตได้ ส่วนตัวฉันเองก็เหมือนไปนั่งพูดสรุปสิ่งที่ฉันค้นคว้ามาให้พวกเขาฟังมากกว่า หากแต่ในช่วงเวลาที่ไม่นานนี้กลับทำให้ฉันยินดี เพราะมันเปิดโอกาสให้ฉันได้ทำความรู้จักกับเรื่องที่น่ายินดี กับการพยายามช่วยเหลือผู้ป่วย การให้กำลังใจกันถึงแม้ในชีวิตจริงเราจะไม่รู้จักกันเลยก็ตาม
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in