แปลเพลงญี่ปุ่นKanzen Memeshe
แปลเพลง Replica ของ mol-74

  • เพลงปิดอนิเมะ Blue Period เพลงนี้เล่าถึงการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่เหมือนชีวิตเราตกอยู่ใต้บงการของอะไรสักอย่าง มันบีบให้เรารีบใช้ชีวิตเพื่อไขว่คว้าหาชื่อเสียง เงินทอง อำนาจมาครอบครองโดยเร็วที่สุด เราโหยหาการเป็นที่รักของคนอื่น อยากเป็นที่ยอมรับ แต่การเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังท้อแท้ซ้ำๆ หลากหลายความรู้สึกถาโถมเข้ามามากมายจนความสุขที่ฉาบฉวยก็เติมเต็มเราไม่ได้อีกต่อไป เราตกอยู่ในสภาพที่ยอมแพ้ต่อทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ลึกๆก็ยังฝันถึงวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า แล้วเราก็กลับมาคิดว่า สภาพที่เราเป็นอยู่ตอนนี้มันใช่ชีวิตที่เราใฝ่ฝันจริงๆไหม การใช้ชีวิตไปตามกระแสสังคมที่คนส่วนใหญ่บอกว่าดี มันดีจริงๆหรือ... 

    บางทีเรากลับไปนึกถึงความฝันในวันเก่าๆ ฝันยิ่งใหญ่ที่เรากล้าฝัน ฝันที่ใครๆก็พูดกันว่า พอเถอะ เป็นไปไม่ได้หรอก เราหัวเราะให้กับความฝันบ้าๆบอๆในวัยเด็ก แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่า ถ้าตัวเองได้ทำตามความฝันนั้นจะมีความสุขขนาดไหนนะ จนเกิดความรู้สึกที่อยากสานต่อความฝันนั้นอีกครั้ง เราอาจจะคิดว่า ป่านนี้แล้ว จะไปทำอะไรได้ล่ะ แต่เพลงนี้ก็ให้กำลังใจเรา บอกเราว่ามันก็ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นไล่ตามความฝันนั้นหรอก ให้เราเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วลงมือทำเถอะ ก่อนที่ความฝันนั้นจะหายไปตลอดกาล ให้เราลองเปิดตา เปิดใจ ไล่ตามความฝันนั้นไปให้สุดกำลัง ถึงแม้ความฝันนั้นจะไม่ใช่เส้นทางที่คนส่วนใหญ่เลือกทำ แต่การได้ทำตามเสียงหัวใจอาจจะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตที่เป็นของตัวเองจริงๆ อีกครั้ง

        

    เนื้อร้อง: 武市和希 (Takeichi Kazuki)
    ทำนอง: mol-74





    殺風景な平行線 
    永遠を眺めてるように
    sappūkei na heikōsen 
    ei-en wo nagame teru yō ni 

    ระนาบเส้นขนานของวิวทิวทัศน์ที่แสนจืดชืด
    ดูเหมือนเรากำลังจ้องมองสิ่งที่ไร้จุดสิ้นสุดอยู่


    誰かの操り人形に
    凭れ掛かる愚か者よ
    dareka no ayatsuri ningyō ni
    motare kakaru oroka mono yo 

    คนโง่เขลาที่หวังพึ่งแต่คนอื่น
    ดั่งหุ่นเชิดของใครเขา


    ハッピーエンドじゃ
    物足りなくなって
    happī endo ja
    mono tari naku natte 

    กลายเป็นว่า 
    แค่การลงเอยแบบสุขสมหวังดั่งใจ
    มันยังไม่เพียงพอ


    劣等感しか愛せなくなってる世界
    rettō kan shika 
    ai-senaku natteru sekai 

    โลกที่กลายเป็นว่า
    เรารักได้แค่เพียงปมด้อยของตัวเอง


    そうやって 目を閉じて 口閉じて
    sō yatte me wo tojite 
    kuchi tojite 

    เช่นนั้นแล้ว จงปิดตา ปิดปาก


    見ないふり 分かるふり
    minai furi wakaru furi 

    แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น 
    แสร้งทำเป็นว่าเข้าใจ


    変わらない何もかも諦めて
    kawaranai nanimo kamo
    akira mete 

    ยอมแพ้ต่อทุกสิ่งที่ไม่เปลี่ยนผัน


    それなのに、明日に夢を見る
    sore nanoni, 
    asu ni yume wo miru 

    แม้จะเป็นเช่นนั้น
    เราก็ยังใฝ่ฝันถึงวันพรุ่งนี้


    腐りきったレプリカ
    終わりを待っている
    kusari kitta repurika 
    owari o matte iru 

    เป็นของเลียนแบบผุพังไปทั้งร่าง
    ที่เฝ้ารอให้จุดจบมาถึง

     
    滑稽なままの平行線 
    静止画を眺めてるように
    kokkei na mama no heikōsen
    seishi-ga o nagame teru yō ni 

    ระนาบเส้นขนานดูน่าพิศวงไม่เปลี่ยน
    ราวกับเรากำลังจ้องมองภาพนิ่ง


    誰かが解ききった過去問も
    dareka ga toki kitta kako-mon mo
     
    ทั้งคำถามที่เคยออกสอบในอดีต
    ที่ใครบางคนตอบถูกหมดทุกข้อ


    間違いが断ち切った欲望も
    machigai ga tachi kitta yokubō mo 

    ทั้งความปรารถนา
    ที่ตัดข้อผิดพลาดทั้งหมดทิ้งไปได้


    喉元通り過ぎてしまったら
    まるで一切何もなかったよう
    nodo moto tōri sugite shimat tara
    marude issai nani mo nakatta yō

    หากเราปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นดำเนินไป*
    คงเปรียบเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลยสักอย่าง


    君が笑ってくれた瞬間も
    kimi ga waratte kureta shunkan mo

    ทั้งชั่วขณะที่เธอส่งยิ้มมา


    君が涙したノンフィクションも
    kimi ga namida shita 
    non fiku-shon mo
     
    ทั้งสารคดีที่เธออ่านแล้วร้องไห้


    失望、絶望も
    shitsubō, zetsubō mo 

    ทั้งความหมดหวัง และความสิ้นหวัง


    一瞬の悦じゃ満たされなくなって
    isshun no etsu ja 
    mita sare naku natte 

    แค่สิ่งที่ทำให้สุขใจในชั่วพริบตา 
    มันเติมเต็มเราไม่ได้อีกต่อไป


    優越感しか愛せなくなってる世界
    yū-etsu kan shika 
    ai-senaku natteru sekai 

    โลกที่กลายเป็นว่า เรารักได้แค่เพียง
    ความรู้สึกที่ตัวเองเหนือกว่าคนอื่น


    そうやって 目を閉じて 口閉じて
    sō yatte me wo tojite
    kuchi tojite

    เช่นนั้นแล้ว จงปิดตา ปิดปาก


    見ないふり 分かるふり
    minai furi wakaru furi 

    แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น 
    แสร้งทำเป็นว่าเข้าใจ


    変わらない何もかも諦めて
    kawaranai nanimo kamo
    akira mete 

    ยอมแพ้ต่อทุกสิ่งที่ไม่เปลี่ยนผัน


    またしても、明日に夢を見る
    mata shite mo, 
    asu ni yume wo miru 

    แล้วเราก็ใฝ่ฝันถึงวันพรุ่งนี้อีกครั้ง


    繰り返していくのかい
    kuri kae shite iku no kai

    มันจะเกิดขึ้นซ้ำๆ อย่างนี้ต่อไปหรือ


    Minorityいつあるのいち?
    Minority itsu aru no ichi?

    เสียงข้างน้อย 
    ความสุดยอดที่มีเพียงหนึ่งเดียว? **


    いつか、いつか、いつかっていつ
    itsuka, itsuka, itsu katte itsu

    สักวันหนึ่ง สักวันหนึ่ง 
    สักวันที่ว่านี่หมายถึงเมื่อไหร่ล่ะ


    いなMajority いつまでも無視
    ina Majority itsu made mo mushi

    ไม่เห็นด้วยกับเสียงข้างมาก 
    ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่สนใจ


    いつか、いつか、いつかっていつ
    itsuka, itsuka, itsu katte itsu

    สักวันหนึ่ง สักวันหนึ่ง
    สักวันที่ว่านี่หมายถึงเมื่อไหร่กัน


    今視界を伝うもの
    ima shikai o tsuta-u mono 

    สิ่งที่เคลื่อนไหวไปตามทัศนวิสัยของเราในตอนนี้


    (Minorityいつあるのいち?)
    (Minority itsu aru no ichi?)

    (เสียงข้างน้อย 
    ความสุดยอดที่มีเพียงหนึ่งเดียว?)


    本当にそれは求めていたもの?
    hontō ni sore wa 
    moto mete ita mono?

    มันใช่สิ่งที่เราเฝ้ามองหาจริงๆ ไหม?


    (いつか、いつか、いつかっていつ)
    (itsuka, itsuka, itsu katte itsu) 

    (สักวันหนึ่ง สักวันหนึ่ง 
    สักวันที่ว่านี่หมายถึงเมื่อไหร่ล่ะ)


    今更、と嘆かないで
    ima sara, tonage kanaide

    อย่าคร่ำครวญพูดว่า "ป่านนี้แล้ว" เลยนะ 


    (いなMajorityいつまでも無視)
    (ina Majority itsu made mo mushi)

    (ไม่เห็นด้วยกับเสียงข้างมาก 
    ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่สนใจ)


    君が描いていたいその未来が
    欠けてしまう前に
    kimi ga egaite itai sono mirai ga 
    kakete shimau mae ni 

    ก่อนที่ส่วนหนึ่งของอนาคตนั้น
    ที่เธอวาดฝันไว้จะอันตรธานหายไป


    (いつか、いつか、いつかっていつ)
    (itsuka, itsuka, itsu katte itsu)

    (สักวันหนึ่ง สักวันหนึ่ง
    สักวันที่ว่านี่หมายถึงเมื่อไหร่กัน)


    ハッピーエンドじゃ
    物足りなくなって
    happī endo ja
    mono tari naku natte 

    กลายเป็นว่า
    แค่การลงเอยแบบสุขสมหวังดั่งใจ
    มันยังไม่เพียงพอ


    劣等感しか愛せなくなってく世界
    rettō-kan shika 
    ai-senaku natte ku sekai 

    โลกที่กลายเป็นว่า
    เรารักได้แค่เพียงปมด้อยของตัวเอง


    もういいよ 目を開けて 口開けて
    mō ii yo me wo akete kuchi akete 

    พอเถอะนะ
    จงเปิดตาดู เปิดปากพูด


    見つめてよ 交わしてよ
    mi tsumete yo kawa shite yo 

    จ้องมองมัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน


    分かるはず 変わるはず
    wakaru hazu kawaru hazu 

    เธอจะต้องเข้าใจได้แน่ๆ
    เธอจะต้องเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน


    信じていよう
    shinjite iyou 

    มาเชื่อมั่นกันเถอะ


    それからさ、明日に夢を見よう
    sore kara sa, 
    asu ni yume o miyou 

    จากนั้น ก็มาวาดฝันถึงวันพรุ่งนี้กันเถอะ

     
    剥がれていくレプリカ
    haga rete iku repurika 

    ของเลียนแบบมันหลุดลอกออกไปเรื่อยๆ 


    今、脈打っていく
    ima, myaku utte iku

    ตอนนี้ หัวใจเรากำลังสั่นไหว





    -------------------------------------------
    head blog photo by Randy Sesser on Unsplash



    ขยายความเนื้อเพลง

    *  喉元通り過ぎてしまったら
    まるで一切何もなかったよう
    nodo moto tōri sugite shimat tara 
    marude issai nani mo nakatta yō
    หากเราปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นดำเนินไป
    คงเปรียบเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลยสักอย่าง
    •  喉元通り過ぎる nodo moto tōri sugiru ถ้าแปลแบบตรงตัวจะได้ว่า มีอะไรบางอย่างไหลผ่านลำคอเราไป แต่ถ้าแปลแบบตีความน่าจะหมายถึง เกิดเหตุการณ์อะไรบางอย่างขึ้น 
    • จะเห็นว่าเนื้อเพลงท่อนก่อนหน้าท่อนนี้พูดถึง (1) คำถามที่เคยออกสอบในอดีตที่ใครบางคนตอบถูกหมดทุกข้อ (誰かが解ききった過去問) และ (2) ความปรารถนาที่ตัดข้อผิดพลาดทั้งหมดทิ้งไปได้ (間違いが断ち切った欲望も) ดังนั้น "สิ่งที่ไหลผ่านลงคอ" ในเนื้อเพลงท่อนนี้จึงน่าจะหมายถึงเหตุการณ์ใน (1) และ (2) จากท่อนก่อนหน้า

    • ผู้แต่งเพลงอาจต้องการสื่อสารว่า ในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตคนเราต่างมีการทำผิดพลาดบ้าง มีช่วงเวลาที่แก้ปัญหาไม่ได้บ้าง เป็นเหมือนสีสัน,รสชาติชีวิต ถ้าหากเรามีชีวิตที่อยากได้อะไรก็ได้มาครอบครอง ไม่มีอุปสรรคใดๆ เมื่อพบเจอปัญหาก็แก้ไขได้หมดทุกอย่าง เช่นนั้นแล้ว เราอาจจะรู้สึกเหมือนไม่ได้ใช้ชีวิต อาจจะรู้สึกว่างเปล่าขึ้นมาก็เป็นได้ 
    • จึงแปลท่อนนี้ไปว่า "หากเราปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นดำเนินไป คงเปรียบเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลยสักอย่าง"  
    ---------------------------------------------


    // เนื้อเพลงในท่อนร้องเสียงประสานช่วงนาทีที่ 2.12 ถึง 2.43 ในBlogนี้ อ้างอิงจากเนื้อเพลงที่ปรากฏใน Spotify (ที่ดึงข้อมูลมาจาก Musixmatch อีกที) อาจจะผิดพลาดได้ เพราะไม่ใช่เนื้อเพลงจาก official ยังไงเดี๋ยวเรามารอดูเนื้อเพลงจาก official กันอีกที แต่ก็ไม่แน่ใจว่าทางวงจะเขียนเนื้อเพลงช่วงเสียงประสานนี้ลงไปในเนื้อเพลงด้วยไหมนะคะ คาดว่าเนื้อเพลง official จะปล่อยหลังวันที่ 24/11/2021 
      
    ** Minorityいつあるのいち?
    Minority itsu aru no ichi?
    เสียงข้างน้อย ความสุดยอดที่มีเพียงหนึ่งเดียว?
    • ท่อนนี้แปลยากมาก เพราะไม่มีคันจิที่คอยบ่งชี้ความหมาย แต่ลองมาดูความหมายแต่ละคำกันค่ะ 
    • จากที่นี่ いつ itsu มีหลายความหมาย นอกจากจะหมายถึง เมื่อไหร่(ปีไหน วันไหน เวลาไหน) แล้ว ยังหมายถึง (จำนวน)หนึ่ง, เลข1, สิ่งที่เหมือนกัน(ชนิดเดียวกัน ประเภทเดียวกัน), รวมกันเป็นหนึ่ง, ด้านหนึ่ง ฝ่ายหนึ่ง เป็นต้น  เราเลือกแปลในความหมาย (จำนวน)หนึ่ง
    • ที่นี่บอกว่า いち ichi หมายถึง (จำนวน)หนึ่ง, เลข1, ที่หนึ่ง อันดับหนึ่ง, จุดเริ่มต้นของเรื่องราว, สุดยอด ดีเลิศ ยอดเยี่ยม, รวมเป็นหนึ่งเดียว, มีเพียงหนึ่งเดียว, มีเพียงเล็กน้อย มีอยู่น้อยนิด เป็นต้น  เราเลือกแปลในความหมาย สุดยอด ดีเลิศ ยอดเยี่ยม
    • ดังนั้น Minorityいつあるのいち?ในท่อนนี้เราขอเลือกแปลไปในเชิงที่ว่า Minorityひとつあるの最高?นะคะ

    • ท่อนนี้ผู้แต่งเพลงอาจจะต้องการสื่อว่า การเป็นชนกลุ่มน้อยหรือเสียงข้างน้อยในสังคม ที่ไม่ได้ไหลไปตามกระแสเสียงข้างมาก เลือกทำตามฝันโดยไม่สนใจเสียงรอบข้าง เลือกเดินไปในเส้นทางที่ไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะประสบความสำเร็จ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความสุดยอดไม่ใช่หรือ 

    • ถ้าดูจากเรื่องราวในมังงะบลูพีเรียด ท่อนนี้ทำให้เรานึกถึงคำตอบของ อ.สอนศิลปะ ในฉากที่ยาโทระถามอาจารย์ประมาณว่า เก็บการวาดรูปไว้เป็นแค่งานอดิเรกได้ไหม ถ้าไม่มีอะไรมาเป็นหลักประกันว่าเรียนจบไปแล้วจะมีงานทำ เราจะเข้าเรียนศิลปะในมหาลัยไปเพื่ออะไร 

    • ปล. เนื้อเพลงจาก Musixmatch พิมพ์ท่อนนี้ว่า Maiorityいつあるのいち? แต่เราคิดว่า Maiority น่าจะพิมพ์ผิด เขาน่าจะหมายถึง Minority เพราะเนื้อเพลงอีกท่อนจะมีคำว่า Majority ที่เป็นคำตรงข้ามอยู่ ในBlogนี้จึงขอเขียนว่า Minority แทน Maiority นะคะ
    ---------------------------------------------


      いつか、いつか、いつかっていつ
    itsuka, itsuka, itsu katte itsu
    สักวันหนึ่ง สักวันหนึ่ง สักวันที่ว่านี่หมายถึงเมื่อไหร่ล่ะ
    • ท่อนนี้อาจจะต้องการสื่อว่า สักวันหนึ่งที่เราประสบความสำเร็จจะต้องมาถึงแน่นอน แต่สักวันที่ว่านี่คือเมื่อไหร่กันนะ 
    • หรืออาจจะต้องการสื่อว่า การที่เราใช้ชีวิตไปตามกระแสสังคม และพร่ำบอกตัวเองว่าสักวันหนึ่งเราจะต้องทำตามความฝันที่เคยฝันไว้ให้ได้เลย จนเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เราก็ยังไม่ได้ลงมือไล่ตามความฝันนั้นเสียที จึงเกิดคำถามในใจว่า สักวันหนึ่งที่ว่านั้นคือตอนไหนกันล่ะ เมื่อไหร่เราจะเลิกผัดวันประกันพรุ่งแล้วลงมือทำ? 
    ---------------------------------------------


    いなMajority いつまでも無視
    ina Majority itsu made mo mushi
    ไม่เห็นด้วยกับเสียงข้างมาก ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่สนใจ
    • ที่นี่บอกว่า いな ina หมายถึง การปฏิเสธ ไม่เห็นด้วย, เป็นคำที่ใช้พูดปฏิเสธตอนที่มีใครร้องขอ หรือประสงค์ให้เราทำอะไรสักอย่าง ความหมายเดียวกับ いやだ iya da (ไม่เอาด้วยหรอก, ไม่ละ) และยังใช้พูดขณะที่ตัวเรากำลังแสดงความเห็นต่ออะไรสักอย่าง แล้วเกิดลังเลใจหรืออยากปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองพูดมาก่อนหน้า ความหมายเดียวกับ いいえ iie (ไม่, ไม่ใช่) และ そうではない sou dewa nai (ไม่ใช่อย่างนั้น) ตัวอย่างการใช้ เช่น 国家のため、全世界のために (เพื่อประเทศชาติ ไม่สิ เพื่อทั้งโลกนั่นละ)
    • ท่อนนี้อาจจะต้องการสื่อว่า ไม่เอาด้วยหรอก การทำตามเสียงส่วนใหญ่ที่ใครๆเขาบอกว่าดี อะไรแบบนั้นน่ะ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไร ฉันก็ไม่สนใจหรอก 
    ---------------------------------------------


     ▷ 今更、と嘆かないで
    ima sara, tonage kanaide
    อย่าคร่ำครวญพูดว่า "ป่านนี้แล้ว" เลยนะ
    • 今更 ima sara = ป่านนี้แล้ว, (มาทำอะไร)เอาป่านนี้, มาถึงขั้นนี้แล้ว 
    • 嘆く nageku = ร้องคร่ำครวญ, เศร้าเสียใจ
    • ท่อนนี้อาจจะต้องการสื่อว่า คงมีบางทีที่เราคิดว่า ป่านนี้แล้ว, ผ่านมานานขนาดนี้แล้วเราจะทำอะไรได้ แต่ขอให้เราอย่าได้คร่ำครวญเศร้าโศกไปเลย เพราะถึงแม้เวลามันจะผ่านมานานแล้ว แต่หากเรายังมีความรู้สึกที่อยากไล่ตามความฝันนั้นอยู่ เราก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น 
    ---------------------------------------------


    คำที่น่าสนใจในเนื้อเพลง

    1. レプリカ repurika (Replica) หมายถึง ของเลียนแบบ ของก๊อป การลอกเลียนแบบ(ผลงานศิลปะ) การสร้างเลียนแบบ(ผลงานศิลปะ) ถ้วยรางวัลจำลองสำหรับผู้ชนะเลิศที่ต้องคืนถ้วยรางวัลของจริงในปีถัดมา

    2. 殺風景 sappūkei หมายถึง ธรรมดา น่าเบื่อ ไม่มีรสชาติ ไม่งดงาม

    3. 平行線 heikōsen หมายถึง เส้นขนาน

    4. 操り人形 ayatsuri ningyō หมายถึง หุ่นเชิด หุ่นกระบอก คนที่ขายจิตวิญญาณให้กับผู้อื่น คนที่ทำอะไรตามความต้องการของผู้อื่น

    5. 劣等感 rettōkan (Inferiority complex) หมายถึง ปมด้อย ความรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่า

    6. 優越感 yūetsu-kan (Superiority complex) หมายถึง ความรู้สึกว่าตนเองเหนือกว่า

    7. 滑稽 kokkei หมายถึง ตลก ขบขัน ประหลาด บ้าๆบอๆ ไร้สาระ ไร้แก่นสาร

    8. 静止画 seishi-ga หมายถึง ภาพนิ่ง ที่ไม่ได้ใช้เรียกภาพวาด ภาพถ่าย หรือภาพวาดที่ปริ้นออกมา แต่ใช้เรียกภาพนิ่งในฉากหนึ่งที่ไม่เคลื่อนไหว (อาจจะเป็นฉากที่มีข้อความ ภาพวาด ภาพถ่าย) ที่ปรากฎในคลิปวิดีโอหรือรายการโทรทัศน์ 

    9. 欲望 yokubō หมายถึง ความปรารถนา ความอยาก กระหาย โหยหา 

    10. 一瞬の悦 isshun no etsu หมายถึง ความดีใจ, ยินดี, ปลื้มใจที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา




    สนับสนุนผลงานเพลงของศิลปินได้ที่นี่


    เพลง Replica จะอยู่ในแผ่นEP ที่3 ของวง mol-74 
    วางจำหน่ายวันที่ 24/11/2021 นี้ค่ะ



    ขอฝากมังงะ Blue Period ฉบับแปลไทยของสำนักพิมพ์ Luckpim ไว้ด้วยนะคะ มีให้เลือกซื้อทั้งแบบเล่ม และแบบ E-books เลยค่ะ ตอนนี้วางจำหน่ายให้ทุกท่านได้อ่านกันเพลินๆ 4 เล่มแล้ว เรื่องนี้งานแปลคุณภาพมากค่ะ ขอการันตีในความแปลดี อ่านลื่น อ่านสนุกจนวางไม่ลง😁👍  >>Click<<



    และขอฝากอนิเมะ Blue Period ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่านด้วยนะคะ ตอนนี้ฉายทาง Netflix ได้ 2 ตอนแล้วค่ะ ดูเพลินมากเลย ลุ้นเอาใจช่วยตัวละครสุดๆ >>Click<<


     
    ----------------------------------------


    // เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่รู้สึกว่าแปลยากค่ะ T_T แต่ชอบพวกคำที่คนแต่งเพลงหยิบมาใช้ในการสร้างเนื้อเพลง อย่างการเลือกใช้คำตรงข้ามกันมาเล่าเป็นเรื่องราวในเพลง ตรงนี้ทำได้ดีมากเลยค่ะ สอดรับกับดนตรีในเพลงที่มีความสดใสตัดกับเนื้อเพลงที่หนักหน่วงได้อย่างลงตัว ท่อนที่ชอบที่สุดคือท่อนที่ร้องประสานเสียงก่อนท่อนฮุคสุดท้าย ดีงามมากๆเลย 

    หากแปลผิดพลาดประการใดต้องขออภัย
    สามารถบอกกล่าว แนะนำ ทักท้วงได้เสมอเลยนะคะ
    m(_ _)m


    ----------------------------------------
    ★ เนื้อเพลงที่เกี่ยวข้องกัน 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in