Mumei’s Diary無名
LGBT and me (part 2)
  • mumeisawas...

    LGBT and me (part 2)

    ต่อจากครั้งที่แล้ว ประสบการณ์แต่งหญิงครั้งแรกของเราคือการคอสเพลย์
    หลายคนอาจจะรู้จัก หลายคนอาจจะไม่รู้จัก จะอธิบายให้ตรงนี้ละกัน 

    cosplay (n.) คือการแต่งตัวเลียนแบบคาแร็กเตอร์ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นคาแร็กเตอร์จากเกม การ์ตูน อนิเมะ หรือแม้แต่คนจริงๆก็สามารถเรียกว่าคอสเพลย์ได้

    ถามว่าทำไมถึงเริ่มคอสเพลย์น่ะหรอ ?? ก็เพราะว่าอยากแต่งหญิงแบบมีข้ออ้างไง //ไม่ใช่
    ความจริงคือช่วงม.ต้น เป็นช่วงที่เริ่มหันมาสนใจการ์ตูน อนิเมะ แล้วก็ชอบฟังเพลงญี่ปุ่น ซึ่งสิ่งที่เราสนใจอย่างมากตอนนั้นก็คืือสิ่งที่เรียกว่า "Vocaloid" มันคือโปรแกรมเสียงสังเคราะห์ของญี่ปุ่น ที่สามารถเอาไปสร้างเพลงได้หลากหลายมากๆเลย ซึ่งโปรแกรมนี้ แต่ละรุ่นที่ออกมา ก็จะมีคาแร็กเตอร์ประจำรุ่นของมันด้วย ซึ่งตัวที่เราชอบมากที่สุดก็คือ Hatsune Miku ซึ่งเป็นตัวละครแรกที่เรานำมาคอสเพลย์ โดยที่ชุดที่เราคอสเพลย์นั้น เราเอามาจากเพลงที่ชื่อว่า "World is mine" ซึ่งรูปตอนเราคอสเพลย์ชุดนั้นก็ไม่มี และชุดก็หายไปแล้ว เสียดายมากแต่ก็ช่างมันเถอะ

    แปะลิ้งค์เพลงแปป เผื่อใครอยากเห็นว่าชุดเป็นแบบไหน


    ซึ่งหลังจากที่ได้เริ่มคอสเพลย์ไปตัวนึง ตัวอื่นๆมันก็ตามมาเรื่อย ๆ
    ยอมรับผิดเลยว่าตอนนั้นเผาผลาญเงินไปกับอะไรพวกนี้เยอะมาก แต่สิ่งที่ได้มามันคือความสุข ที่ได้แสดงออกในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นอ่ะ

    เรื่องวุ่นๆของการเป็น LGBT มันไม่ได้หมดแค่นี้หรอกนะ
    นอกจากคอสเพลย์แล้ว เรายังเต้นโคฟเวอร์แด๊นซ์อีกด้วยแหละ
    ซึ่งแน่นอน เวลาเต้นโคฟเวอร์เนี่ย ก็ต้องใส่ชุดผู้หญิง ซึ่งมันก็ทำให้รู้สึกว่าเป็นตัวเองสุดๆไปเลยแหละ
    เราเริ่มเต้นโคฟตั้งแต่ประมาณ ม.4 แต่พอจบม.6 เข้ามหาลัยเราก็เลิกไป เพราะมหาลัยมันมีทั้งกิจกรรม ทั้งเรียนถาโถมเข้ามาจนไม่มีเวลาว่างเลย จะหาเวลาไปโคฟก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยอ่ะ

    สิ่งที่ LGBT ทุกคนต้องเจอ คือการ come out กับครอบครัว
    มันคือการเปิดใจคุยของเรากับพ่อและแม่ ในเรื่องที่เราอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง
    การเปลี่ยนแปลงนี้มันเป็นทางกายภาพ มันเลยเป็นอะไรที่ค่อนข้างซีเรียสระดับนึงเลยล่ะ
    เพราะสิ่งที่เราอยากทำคือการเทคฮอร์โมน และถ้าเก็บเงินได้เราก็คิดว่าจะทำการผ่าตัดแปลงเพศด้วย
    ตอนที่คุยเรื่องนี้กับพ่อกับแม่ มีแต่เรื่องซีเรียส ทั้งพ่อกับแม่บอกกับเราว่ายอมรับได้ แต่ท่านๆเป็นห่วงว่า แล้วเราจะใช้ชีวิตในสังคมลำบากมั้ย เวลาหางาน เวลาอะไรเราจะลำบากรึเปล่า เราเข้าใจว่าท่านเป็นห่วงนะ แต่เราก็ไม่อยากทนอยู่กับร่างกายที่มันไม่ใช่เราอีกต่อไปหรอก 
    พ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยจะสนับสนุนเท่าไหร่หรอก แต่ท่านเห็นว่าเราโตแล้ว เราควรเลือกเส้นทางชีวิตของเราเอง ก็เลยอนุญาตให้เราทำตามใจเรา แม่เราก็ช่วยออกค่าฮอร์โมนที่ต้องกินในแต่ละเดือนให้ ปลื้มใจสุดๆ
    หลังจากนั้นก็ผ่านมาปีนึง เราเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากขึ้น แล้วก็รู้สึกพอใจ ดีใจมากที่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองมาขนาดนี้ ผมยาวขึ้น รูปร่างก็เปลี่ยนไปในทางที่ดี เรารู้สึกขอบคุณพวกท่านมาก ที่คอยสนับสนุนเราอยู่แบบนี้ รัก ♥

    เรื่องเกี่ยวกับ LGBT ของเราก็มีประมาณนี้แหละ
    ครั้งหน้าจะมาเล่าเรื่องประสบการณ์ First love ให้อ่านกันนะ งุ้ยย

    มุเมย์
    23/09/18
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in