Mumei’s Diary無名
ฆ่าตัวตาย ≠ คิดสั้น (3)
  • บอกไว้ก่อนเลยเด้อ เขียนหลายตอนไม่ใช่เป็นนิยายนะ
    แต่อยากแบ่งๆ เป็นเรื่องๆที่อยากจะพูดไป
    ยังไงก็ฝากตามอ่านกันได้นะถ้าสนใจ เย้

    มาต่อกันดีกว่า
    หลังจากที่พูดเรื่องสาเหตุว่าทำไมคนซึมเศร้าถึงร่าเริง, ความรู้สึกล่องลอยไปมาไม่รู้จบของคนที่เป็นซึมเศร้า รอบนี้จะมาเขียนเรื่องอะไรดีนะ
    มีหลายเรื่องที่อยากเขียนเต็มไปหมดเลย

    แต่เริ่มขี้เกียจ เริ่มปวดนิ้วละ เราจะมาเข้าเรื่องหลักเลยดีกว่า ว่าทำไม ฆ่าตัวตาย ≠ คิดสั้น

    เราอาจจะได้ยินคนพูดกันมากมายเกี่ยวกับคนที่ฆ่าตัวตายว่า เห้อ ไม่น่าคิดสั้นเลย เสียดายที่พ่อแม่เลี้ยงมา
    อุ๊บบสส สต๊อปค่ะ หยุดก่อน ช้าก่อน ถ้าไม่รู้อะไรแล้งพูดแบบนี้ คนที่ฆ่าตัวตายได้ยินคงร้องไห้ออกมาชิหายวายป่วงแน่ๆค่ะ

    เอาจริงๆ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ว่าทำไม คนเหล่านี้ถึงฆ่าตัวตาย จึงสามารถพูดนู่นพูดนี่ได้เรื่อยๆ แต่เราหงุดหงิดอะ คนที่พูดๆกันยังไม่รู้จักเลยว่าคนตายเจออะไรมาบ้าง มันไม่มีใครรุ้จักคนที่ฆ่าตัวตายดีไปกว่าตัวเขาเองหรอกค่ะ

    ฉะนั้น ถ้าเจอคนที่ฆ่าตัวตาย อย่าไปว่าว่าเขาคิดสั้นเลยค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง

    เอ้า ถ้าไม่คิดสั้น จะฆ่าตัวตายทำไม??
    หยุดเลยค่ะ ใจเย็นๆก่อน คนที่จะฆ่าตัวตายส่วนใหญ่
    คิดแผนมานานแล้วค่ะ นานมากๆ นานจนเป็นแผนสมบูรณ์ที่ไม่ให้มีใครมาห้ามเขาได้นั้นแหละค่ะ ยกเว้นการขู่จะฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องความสนใจ อันนี้จะไม่พูดถึง แต่ถ้าอยากเล่าจะเอามาใส่ในหัวข้ออื่นเองค่ะ

    ค่ะ อย่างที่บอกไปในสองตอนก่อนหน้านี้ค่ะ คนที่เป็นซึมเศร้า เหมือนล่องลอยอยู่ใต้มหาสมุทร ที่จะขึ้นเองก็ไม่ไหว จะลงไปก็ลงไปไม่สุดสักที เป็นความล่องลอยที่ไม่ได้เหมือนนั่งห่วงยางลอยอยู่ริมหาดนะคะ มันเป็นการล่องลอยที่ทรมาณมากน้อยแล้วแต่คน

    คนที่เป็นซึมเศร้าไม่อยากให้มีคนมาเข้าหาเพราะสงสารนะคะ พวกเขาโครตอยากมีเพื่อนที่สามารถเข้าใจในตัวเขาเลยค่ะ แต่หายาก เลยพยายามอยู่กับคนที่เขาสบายใจด้วยนั่นแหละค่ะ แต่วนกลับมาเรื่องเดิมก่อน ก่อนที่จะออกทะเลไปไกล

    “ฆ่าตัวตาย ≠ คิดสั้น”
    เรามีเพื่อนคนนึง ที่เคยมาบอกเราว่าไม่อยากอยู่แล้ว ไม่ไหวแล้ว โลกนี้มันเหนื่อยเหลือเกิน อยู่คนนึง แต่เราคงไม่อ้างถึงมากหรอกค่ะ ตอนนี้เขาก็ดีขึ้นแล้ง จากการหาอะไรหลายๆอย่างทำ เราก็ยินดีมากค่ะที่เขาโอเคขึ้นขนาดนี้ เขาเคยบอกว่า ถ้าเขาจะไป อย่ามาห้ามเขา ซึ่งคนปกติก็คงจะไปห้ามแหละค่ะ แต่เรารู้สึกว่า ถ้าเขาคิดและต้องการที่จะไป การยื้อไว้ มันเหมือนเป็นการที่ยื้อเพื่อให้ฝ่ายที่ยื้อสบายใจ ส่วนฝ่ายที่ถูกยื้อก็เจอกับเรื่องเดิมๆอยู่ดี สุดท้ายพอยื้อให้อยู่ได้ สภาพแวดล้อมก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย คนที่ถูกยื้อก็อาจจะถูกมองว่าต้องมายื้ออีกรอบเป็นภาระไปอีก กลายเป็นว่า เรายื้อให้เขาทรมาณต่อไป

    สิ่งที่เราอยากจะบอกก็คือ การที่คุณไปยื้อให้ใครสักคนที่กำลังจะฆ่าตัวตายมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว คุณได้กลายเป็นความหวังใหม่ของชีวิตเขาไปแล้ว ถ้าความหวังใหม่ของเขา กลายเป็นความสิ้นหวังอันใหม่ ถึงเวลานั้น คุณไม่อาจจะยื้อเขาได้อีกต่อไป สิ่งที่ควรทำก็คือการทำความเข้าใจคนที่คุณยื้อไว้นั่นแหละ แล้วบอกกับเขา ดึงสติเขาอยู่ตลอดเวลา ว่าโลกนี้มันยังมีส่วนที่ดีดีให้น่าอยู่อีกเยอะ เพื่อให้เขาทีความหวังความตั้งใจ หรือความหมายที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปนั่นเอง

    แต่เราขอบอกไว้ก่อนเลย ย้ำเน้นชัดๆเลย
    ถึงเราจะเคารพการตัดสินใจของคนที่จะฆ่าตัวตาย แต่ถ้าเป็นคนใกล้ตัวที่เรารัก เราก็จะยื้ออยู่ดีแหละ ก็ทำตามที่เขียนไปข้างบนแหละค่ะ การที่เขาอยากไปไม่ใช่แค่อยากตัดๆปัญหาหรือปลดปล่อยตัวเอง อีกสาเหตุนึงมันคือการที่เขาไม่อยากอยู่โดยไร้ค่าไร้ความหมายต่อไปอีกแล้ว ถ้าหากพวกเขาได้เจอกับความหมายในการใช้ชีวิตอันใหม่ มันก็เป็นเหมือนการต่อความหวังในการใช้ชีวิตของเขาต่อไปได้นั่นเองค่ะ

    แต่ขอเน้นย้ำหนักๆ ขีดเส้นใต้เน้นตัวหนาเลยว่า
    เราไม่สนับสนุนการฆ่าตัวตายทุกรูปแบบค่ะ
    การฆ่าตัวตายมันเหมือนการส่งต่อความดาวน์แบบลูกโซ่ ไม่ใช่แค่ผู้คนที่รู้จักกับผู้ตาย แต่ผู้ที่รับรู้เหตุการณ์ก็ได้รับผลกระทบในวงกว้างเช่นกันค่ะ

    แต่ถ้าหากมันได้เกิดขึ้นแล้ว
    เราอยากให้ทุกคนเห็นใจเขานิดนึง ว่าเขาคงเจออะไรมามากพอที่จะทำให้เขาตัดสินใจแบบนั้นค่ะ
    คนฆ่าตัวตายเขาไม่ได้คิดสั้นหรอกค่ะ
    เขาต้องใช้เวลานานมาก ถึงตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ค่ะ
    เขาพยายามที่จะช่วยเหลือตัวเองแล้ว และอาจจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรอบข้างเท่าที่ควร จึงได้ตัดสินใจไปแบบนี้
    เราคิดว่า เราควรเคารพการตัดสินใจของเขาค่ะ

    ขอบคุณค่ะ
    มุเมย์
    12.12.18

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in