My First StoryKittipit Chunpradub
วิจารณ์ (Review) ดนตรี Pirates of the Caribbean (Auckland Symphony Orchestra) <รายวิชาสังคีตนิยม Music Appreciation 2737110>
  • สวัสดีครับทุกคนวันนี้ผมจะมารีวิวการแสดงดนตรีคอนเสิร์ต "Organ Symphony" เป็นคลิปวีดีโอที่ได้บันทึกการแสดงสดไว้เมื่อเดือนธันวาคมปี 2012 ณ Auckland Town Hall ประเทศนิวซีแลนด์ โดยบทความนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 2737110 สังคีตนิยม (Music Appreciation)


    Pirates of the Caribbean (Auckland Symphony Orchestra)

    เหตุผลที่ผมเลือกฟังเพลงนี้และนำมารีวิวเพราะว่าส่วนตัวผมเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะชอบดูหนังในโดยเฉพาะการดูในโรงภาพยนต์ แต่หลังจากสถานการณ์โควิดตอนนี้ที่ดำเนินมาเกือบ 2 ปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากในการดูหนังคือเพลงประกอบ (OST. Original Soundtrack) ที่ถูกประพันธ์ขึ้นโดยมีแนวความคิดที่ว่าต้องทำให้เพลงมีความเหมาะสมกับฉาก การดำเนินเรื่อง ดึงอารมณ์ของผู้ชมให้ความรู้สึกร่วมกับการแสดงนั้นและที่สำคัญคือการประพันธ์เพลงให้ออกมาติดหูผู้ชม เมื่อคนได้ยินทำนองทุกคนก็จะรู้ว่าเพลงนี้มาจากหนังเรื่องอะไร เป็นเพลงประจำตัวของตัวละครอะไร เมื่อได้ยินเพลงนี้แล้วนึกถึงใครเป็นคนแรก ซึ่งเพลง Pirates of the Caribbean หรือชื่อเพลงที่เป็นทางการว่า He's a Pirate ก็ตอบโจทย์สิ่งที่ผู้ประพันธ์ต้องการสื่อและอยากให้เป็น ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยเมื่อทุกคนได้ยินทำนองนี้ก็จะรับรู้ได้ว่านี่คือเพลง Pirates of the Caribbean หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยดูหนังก็สามารถรับรู้ได้ว่านี่คือเพลงของโจรสลัด โดยเฉพาะในการแสดงคอนเสิร์ตนี้ที่ได้นำเพลง Pirates of the Caribbean มาแสดงในรูปแบบวงออร์เคสตรา (Symphony Orchestra) ยิ่งทำให้เพลงมีความทรงพลังและสื่อสารกับตัวผู้ฟังได้อย่างเข้าถึงอารมณ์มากยิ่งขึ้นไป ซึ่งตัวผมหลังจากที่ได้เรียนวิชาสังคีตนิยม (Music Appreciation) ทำให้ผมได้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถเข้าถึงมุมมองและมิติของความเป็นดนตรีมากยิ่งขึ้น ทำให้การฟังดนตรีของผมเปลี่ยนไปมากเพราะได้เห็นองค์ประกอบของดนตรีที่เกิดขึ้นในเพลง Pirates of the Caribbean ที่บรรเลงโดยวง Auckland Symphony Orchestra 

    ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปรับชมการบันทึกการแสดงนี้ได้ที่ Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=6zTc2hD2npA 


    ก่อนอื่นการแสดงเป็นการแสดงประเภทวงซิมโฟนีออร์เคสตราหรือ Symphony Orchestra วงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทครื่องสาย รวมกับเครื่องลมไม้ เครื่องทองเหลือง และเครื่องกระทบ Conducted by Gary Daverne ซึ่งการแสดงเป็นการบรรเลงดนตรีประกอบภาพยนต์ Pirates of the Caribbean เมื่อเริ่มการบรรเลง Intro ของเพลงขึ้นมาในหัวผมเห็นภาพของกัปตันแจ็คสแปร์โรว์ลอยขึ้นมาทันที ซึ่งในเริ่มแรกจะเป็นการให้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายรวมถึงเครื่องดนตรีฮาร์พ (Harp) บรรเลงขึ้นมาก่อนโดยเริ่มจาก Dynamics ที่ค่อนข้างเบาอย่าง mezzo piano (mp)แล้วค่อยๆดังขึ้นมานิดหน่อยเป็นให้ผู้ชมรู้สึกเตรียมเจอกับสิ่งที่กำลังรออยู่ข้างหน้าพร้อมกันกับกัปตันแจ็คสแปร์โรว์ซึ่งในช่วงแรกตัวดนตรีมี Texture ที่เหมือนจะเป็น Homophonic แล้วเสริมพลังให้ตัวเพลงมีความรู้สึกที่น่าสนใจขึ้นมาพร้อมกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่น ๆ มาช่วยเสริมทำนองหลักของเพลงให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ในช่วงที่สองของเพลงจะมีการลด Tempo ความเร็วของดนตรีลงมาเป็นให้เครื่อง Brass และ Woodwind ได้โชว์ทำนองหลักในช่วงสองที่มีการดึงอารมณ์ดราม่าเข้ามาก่อนจะมีเสียงกลอง Percussion ตีดังขึ้นมาพร้อมกับจังหวะที่เร็วขึ้นมานิดหน่อยเหมือนเป็นการที่กัปตันแจ็คสแปร์โรว์เริ่มดึงผ้าใบเรือลงมาเพื่อเริ่มแล่นเรือออกสู่ทะเลกว้างใหญ่ที่มาการผจญภัยสุดตื่นเต้นรออยู่ข้างหน้า โดยตัวดนตรีก็ยังคงมีการบรรเลงด้วย Texture แบบ Homophonic อยู่ เมื่อบรรเลงไปได้สักระยะดนตรีจะเริ่มเปลี่ยนทำนองและ Tone color และ Dynamics ที่ดังขึ้นเหมือนเป็นการกระชากอารมณ์ความรู้สึกให้เตรียมความพร้อมที่จะสู้รบ เสมือนเรากำลังเจอตัวร้ายอย่าง เดวี่ โจนส์ ที่ใบหน้าของเขามีลักษณะเป็นปลาหมึกและมีหนวดที่น่าเกรงขามซึ่งท่อนนี้เป็นที่มีจังหวะ Tempo ที่ค่อนข้างเร็ว หลังจากนั้นจะมีท่อน Bridge เล็กน้อยเป็นลดความเร็วแต่ยังคงมี Tone color เหมือนเดิม หลังจากนั้นจะเป็นท่อน Climax ของเพลงและเป็นท่อนที่น่าจะคุ้นหูทุก ๆ คนมากที่สุด มีการเล่น Dynamics ที่หนักขึ้นให้ความรู้สึกว่าเรากำลังต่อสู้กับศัตรูอย่าง เดวี่ โจนส์อยู่เพื่อชัยชนะของตนเองซึ่งตัวเองดนตรีก็บรรเลงด้วยความหนักแน่นเสียงดังพร้อมกับอัตราจังหวะแบบ Duple meter ทำให้มีความรู้สึกที่ค่อนข้างสนุกและตื่นเต้นเร้าใจไปในเวลาเดียวกัน ถือเป็นการบรรเลงที่ความลงตัวอย่างมาก ก่อนที่จะช่วงหลังจะมีการดึงอารมณ์ดราม่าด้วยการนำท่อนสองของเพลงที่เคยเล่นแล้วมาเล่นซ้ำอีกรอบ (Repetition) ด้วยการบรรเลงที่มีความหนักแน่นขึ้นให้ความรู้สึกว่า เราชนะแล้ว เราทำได้แล้ว เราได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่นี้มาแล้ว หลังจากนั้นท่อนสุดท้ายจะเป็นเล่นท่อนไฮไลต์ที่ทุกคนสามารถฮัมกันได้ เรียกได้ว่าเป็นท่อน Signature ของ Pirates of the Caribbean เลยก็ว่าได้ ซึ่งตัวดนตรีได้ท่อนนี้ก็ได้เร่งความเร็วขึ้นเพื่อให้ความรู้สึกว่ากัปตันแจ็คสแปร์โรว์ออกเดินทางผจญภัยและพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอุปสรรคที่เข้ามา ให้ความรู้สึกฮึกเหิมและมีพลังอย่างมากและจบเพลงได้อย่างงดงามและมีพลัง ซึ่งในการแสดงชุดนี้มีการใช้ Musical Form ทั้งการซ้ำ (Repetition) การทำให้แตกต่าง (Contrast) ซึ่งทำให้การแสดงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ต้องขอชื่นชมทั้งนักดนตรีและผู้ควบคุมวงที่ทำให้การแสดงนี้มีความสมบูรณ์และมีความสนุกเป็นอย่างมาก

    Pirates of the Caribbean หรือชื่อเพลงใน Soundtrack ว่า "He's a Pirate" เป็นเพลงในปี 2003 ที่แต่งโดย Klaus Badelt และ Hans Zimmer สำหรับภาพยนตร์ดิสนีย์เรื่อง Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl ปี 2003 เป็นจุดเด่นในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์และใช้ในตอนต้นของเครดิตสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้
    แทร็กนี้ใช้เวอร์ชันรีมิกซ์หลายเวอร์ชันที่รวบรวมไว้ใน EP ที่ชื่อ Pirates Remixed และแยกซิงเกิลที่ออกโดย Tiësto ในปี 2006 และ Rebel ในปี 2014 การแสดงของแทร็กยังใช้สำหรับเครดิตในภาคต่อของ Pirates สี่ภาคอีกด้วย


    Auckland Symphony Orchestra (ASO) ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันอีกครั้งในวันครบรอบ 30 ปีของผู้เล่นจากออเคสตร้าจูเนียร์ซิมโฟนีออร์เคสตรา (JSO หรือที่รู้จักกันในปัจจุบันในชื่อ Auckland Youth Orchestra) และงานเลี้ยงวันเกิดครบรอบ 60 ปีของดร. ชาร์ลส์นัลเดน 
    Gary Daverne อดีตนักคลาริเน็ตของ JSO และต่อมาเป็นวาทยกรละครเพลง ได้รับมอบหมายให้กำกับวงรียูเนียนออเคสตราของผู้เล่น 80 คน ดนตรีได้รับเลือกจากรายการที่ผ่านมา ในการซ้อมเพียงสามครั้งเท่านั้น 
    จากความสำเร็จของการรวมตัว ผู้เล่นหลายคนแสดงความสนใจที่จะสร้างวงออเคสตราถาวร Gary Daverne ได้รับเลือกให้เป็นผู้กำกับเพลงและผู้ควบคุมวง และควบคู่ไปกับทักษะการบริหารของ Patricia Goddard โดย Music Players of Auckland ก่อตั้งขึ้นด้วยผู้เล่นประมาณสี่สิบคน พวกเขาจัดคอนเสิร์ตครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2518 และขยายขนาดอย่างรวดเร็วเป็นผู้เล่นกว่าหกสิบคน สองปีต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Auckland Symphony Orchestra
    Auckland Symphony Orchestra เป็นวงดุริยางค์ซิมโฟนีออร์เคสตราในชุมชนของนิวซีแลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1975 โดยผู้ก่อตั้ง Gary Daverne ผู้เล่นกว่า 80 คนมาจากทุกส่วนของโอ๊คแลนด์และจากทุกสาขาอาชีพ รวมถึงมืออาชีพที่เลือกอาชีพนอกเหนือจากดนตรี Auckland Symphony Orchestra เปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้เพลิดเพลินกับการซ้อมดนตรีไพเราะทุกสัปดาห์ เล่นโดยไม่ต้องจ่ายเงิน และเพียงเพื่อความสุขในการทำดนตรีที่ดีร่วมกัน นอกจากนี้ยังสนับสนุนศิลปินเดี่ยวรุ่นเยาว์ในพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงร่วมกับวงดุริยางค์ซิมโฟนีเต็มรูปแบบ ปรัชญาหลักของวงออเคสตราคือดนตรีควรสนุกและเพลิดเพลินโดยทั้งผู้เล่นและผู้ชม ดังนั้นคอนเสิร์ต Free Family ปกติที่จัดในโอ๊คแลนด์พร้อมคอนเสิร์ตนอกเมืองในพื้นที่ที่มีการแสดงสดของวงซิมโฟนีออร์เคสตราเป็นงานหายาก ตั้งแต่ปี 2013 ASO ยังได้จัดทัวร์ประจำปีที่ Bay of Islands ประเทศนิวซีแลนด์

    จากมุมมองที่ผมได้ฟังการแสดงดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตราทำให้ได้เห็นมิติของดนตรีที่มากยิ่งขึ้น ทำให้ผมได้รับรู้ถึงสิ่งที่นักดนตรีได้ส่งสารไปยังผู้ฟังผ่านตัวบทเพลงบทประพันธ์นั้นและทักษะการบรรเลงดนตรีของตัวนักดนตรี ซึ่งผู้ฟังแต่ละคนอาจจะได้รับสารนั้นและตีความสารนั้นแตกต่างกันไปตามลักษณะความชอบและรสนิยมของตัวผู้ฟังด้วย ซึ่งทำให้ผมได้เห็นมุมมองของดนตรีว่ามีความเป็นศิลปะมีความงดงามในตัวของตนเอง แต่ดนตรีนั้นมีความแตกต่างจากศิลปะแขนงอื่นตรงที่ดนตรีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและหายไปแต่ความรู้สึกยังคงตราตรึงอยู่เหมือนเดิมประหนึ่งว่าดนตรียังคงบรรเลงอยู่เหมือนเดิมตลอดเวลา ซึ่งเหมือนการแสดงคอนเสิร์ตที่เมื่อการแสดงเริ่มขึ้นเรารู้สึกตื่นเต้น ณ ช่วงเวลา ขณะที่การแสดงดำเนินไปเรารู้สึกสนุกเพลิดเพลินไปกับการฟังเสียงดนตรี เรารู้สึกประจับใจเมื่อดนตรีบรรเลงจบ ขณะที่เราเดินออกจาก Hall เราก็ยังคงมีความรู้สึกประทับใจ แม้แต่ตื่นเช้าในวันถัดไปเราก็ยังคงจำความรู้สึกความประทับใจเหล่านั้นได้ ซึ่งเป็นศิลปะที่มีความมหัศจรรย์เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามดนตรีก็ยังเป็นศิลปะที่มีปัจจัยเรื่องเวลามาเกี่ยวข้อง เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ เราอาจจะจำความรู้สึกความประทับใจเหล่านั้นได้แบบเลือนลางหรืออาจจะจำไม่ได้ แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เราสามารถที่จะบันทึกบทเพลงการแสดงต่าง ๆ เหล่านั้นเก็บไว้และสามารถนำกลับมาดูได้ทุกเมื่อผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เหมือนอย่างคลิปวีดีโอการแสดงคอนเสิร์ตนี้ที่ถูกบันทึกไว้เมื่อปี 2013 มาจนถึงปัจจุบันปี 2021 ก็ยังสามารถดูได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตามผมรู้สึกประทับใจการแสดงดนตรีนี้เป็นอย่างมาก เป็นการแสดงดนตรีที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนได้ดูหนังเรื่อง Pirates of the Caribbean ในรูปแบบการแสดงดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตรา การแสดงมีการใช้ทั้ง Dynamics,Rhythm,Texture ที่ใช้ในการสื่อสารดึงอารมณ์ตัวบทเพลงไปสู่ผู้ฟังได้อย่างสมบูรณ์และเพลิดเพลิน มีการเล่นเรื่องความดังเบา ช้าเร็ว Tone color ของเพลงผ่านตัวเครื่องดนตรีประเภทต่าง ๆ ในวงทำให้บทเพลงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก รวมถึงการใช้ Musical Form ที่มีทั้งการเล่นซ้ำ (Repetition) เพื่อย้ำให้ผู้ฟังจำทำนองได้และการเล่นที่แตกต่าง (Contrast) ที่ให้ความรู้สึกไม่น่าเบื่อกับผู้ฟัง หากฟังโดยรวมผมรู้สึกว่า ( ความรู้สึกส่วนตัวนะครับ 555 ) เพลงนี้เหมือนจะมีการแปรทำนอง (Variation) อยู่นิดหน่อยโดยที่ยังคงได้ยินทำนองหลักของเพลงอยู่เมื่อการบรรเลงจะเปลี่ยนไปแต่ก็ยังคงคุณสมบัติบางอย่างของตัวเพลงเอาไว้

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in