อยากเล่าMr.PT
Green Concert #20 คอนเสิร์ตรุ่นใหญ่กับวัยรุ่นหน้าแก่
  • เย็นวันที่ 8 กันยายน ขณะที่ผมกำลังจัดกระเป๋าจัดเสื้อผ้าเตรียมตัวกลับบ้านที่กรุงเทพ เสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่แสดงให้เห็นว่าสายที่โทรมาคือแม่ของผมเอง

    แม่ถามไถ่ถึงการกลับบ้านของผมในรอบนี้ ว่าผมจะกลับกี่โมง จะลงรถที่ไหน มาตอนไหน และทิ้งท้ายว่า แม่ได้บัตรคอนเสิร์ตของ Greenwave มา 4 ใบ และบัตรเหลือที่นึงพอดี จึงอยากชวนผมไปดูด้วย

    คอนเสิร์ตที่ว่านั้นคือ "Green Concert #20 ปุ๊ ปาน ป๊อด The 3 Masters" ซึ่งธีมหลักของคอนเสิร์ตนี้คือการรวมเอาผู้สร้างปรากฎการณ์ต่างๆ ให้แก่วงการเพลงไทยมารวมตัวกันในคอนเสิร์ตเดียว

    โดยศิลปินหลักๆ ที่ขึ้นแสดงได้แก่ ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ , ปาน-ธนพร แวกประยูร และ ป๊อด-ธนชัย อุชชิน (ป๊อด โมเดิร์นด็อก) และมีแขกรับเชิญพิเศษอีก 3 ท่านได้แก่ ติ๊นา-คริสติน่า อากีลาร์ , แอม-เสาวลักษณ์ ลีละบุตร และ แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข 

    คอนเสิร์ตจะจัดขึ้น 2 รอบด้วยกันคือรอบวันเสาร์ที่ 9 กันยายน และวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน โดยรายได้ส่วนหนึ่งนำไปซื้อเครื่องกระตุกหัวใจ (AED) มอบให้โรงพยาบาลในถิ่นธุรกันดารอีกด้วย

    ขอบคุณภาพจาก http://www.royalparagonhall.com/whaton.php?id=92 ด้วยครับ

    พอเห็นศิลปินที่ขึ้นแสดงก็ทำให้ผมค่อนข้างสนใจคอนเสิร์ตนี้เลยล่ะครับ เพราะนี่เป็นการรวมตัวของ The Masters จริงๆ รวมตัวเทพในแต่ละด้านจริงๆ พี่ปุ๊นี่ก็ร็อคเกอร์แนวคลาสสิกมาแต่ไกล พี่ปานก็ขึ้นชื่อเรื่องความแซ่บของฝีปากและพลังเสียง ส่วนพี่ป๊อดยังไงก็คือพี่ป๊อด ความอัลเทอร์เนทีฟในตัวพี่เขายังไงก็ยังเป็นที่น่าตื่นเต้นเมื่อได้ฟังเขาแสดงสดอยู่ดี

    และอีกสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกสนใจคอนเสิร์ตนี้มากเป็นพิเศษนั้น เป็นเพราะว่าผมไม่เคยดูคอนเสิร์ตในห้องแอร์เลยครับ

    ผมเป็นคนชอบฟังเพลงและชอบดูคอนเสิร์ตมากๆ แต่ส่วนใหญ่คอนเสิร์ตที่ผมไปนั้นมักจะเป็นคอนเสิร์ตในที่กลางแจ้ง ร้อนๆ แห้งๆ เหงื่อแตกพลั่กๆ เวลาตัวถูกับคนข้างๆ ทีขี้ไคลก็หลุดออกมาเป็นปื้นๆ ไม่มีหรอกครับแบบมานั่งดูชิลๆ ในห้องแอร์อย่างใครเขา...

    ในที่สุด ผมเลยตอบตกลงกับแม่ว่าจะไปดูคอนเสิร์ตด้วย อย่างน้อยถ้าคอนเสิร์ตไม่สนุก เราก็ยังได้มีโอกาสไปลองได้นั่งชิลๆ ดูคอนเสิร์ตอย่างมีคลาสหน่อยๆ ในรอแย่ล พารากึ้น ฮอรล์กับเขาบ้างสักครั้งในชีวิต

  • 9 กันยายน วันแสดงคอนเสิร์ตรอบแรก 

    ผมมาเจอกับแม่ที่หน้ารอยัลพารากอนฮอลล์ พอไปถึงก็เห็นพ่อ แม่ และน้าโด่ง-น้องชายของแม่ นั่งรอกันอยู่ เวลาตอนนั้นยังประมาณสี่โมงเย็นกว่าๆ ซึ่งประตูคอนเสิร์ตก็ยังไม่เปิด ดังนั้น พวกเราเลยลงไปหาอะไรกินรอระหว่างที่ประตูคอนเสิร์ตจะเปิด

    หลังจากพวกเรากินกันอย่างอิ่มหมีพีมันแล้ว เราก็ขึ้นลิฟต์ไปยังฮอลล์ (ขี้เกียจเขียนชื่อเต็มแล้ว ยาว...) เมื่อเราขึ้นไปถึง ประตูคอนเสิร์ตก็เริ่มเปิดแล้ว 


    ภายในงานมีป้ายขนาดใหญ่ของศิลปินหลักทั้ง 3 ท่านไว้ให้แฟนๆ มาถ่ายรูปกันได้ (อย่างที่เห็นในภาพ) และมีบูทกิจกรรมของสปอนเซอร์คอนเสิร์ตอยู่หลากหลายบูทเช่นกัน แต่ผมและครอบครัวไม่ได้สนใจไปเล่นกิจกรรมอะไรมากนัก เดินดิ่งเข้าคอนเสิร์ตกันอย่างเดียว

    เรา 4 คนมุ่งหน้าไปต่อแถวรอเข้าตัวคอนเสิร์ต ต่อแถวตรวจบัตรตรวจกระเป๋าได้สักพัก เจ้าหน้าที่ก็ได้ชี้ทางพาเราไปนั่งที่นั่งที่เราได้จองไว้

    ที่นั่งของเราเป็นที่นั่งริมขวาสุดของเวที ไม่ใกล้ไม่ไกลเวทีจนเกินไป ยังพอได้เห็นศิลปินอยู่บ้าง ไม่ได้ดอยจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ไกลขนาดเห็นรูขุมขนศิลปิน



  • ตลอดเวลาที่อยู่ในคอนเสิร์ต ตั้งแต่หน้าประตูจนถึงในตัวคอนเสิร์ต สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้จากคอนเสิร์ตนี้คือในคอนเสิร์ตแทบไม่มีคนรุ่นผมเลยครับ 

    ผมพยายามกวาดสายตามองไปทั่วๆ มองไปมองมาก็จะเห็นแต่รุ่นวัยทำงานกันซะหมดแล้ว รุ่นหนุ่มสาวมหาวิทยาลัยนี่มองยังไง๊ยังไงก็ไม่เจอ อาจเป็นเพราะศิลปินที่มาในคอนเสิร์ตนี้หลักๆ เป็นศิลปินยุค 80s 90s ด้วยล่ะมั้งครับ เลยแทบไม่มีคนรุ่นผมมาดูเลย

    เพราะงั้นบรรยากาศก็ค่อนข้างดูแปลกๆ กว่าคอนเสิร์ตที่ผมเคยไปดูมา ธรรมดาจะมีแต่วัยรุ่นวัยคะนองกันเพียบ แต่มาคอนเสิร์ตนี้เจอคนแต่งตัวเนี้ยบๆ เท่ๆ ดูมีฐานะกันทุกคน 

    บรรยากาศเหมือนมางานแซยิดใครสักคนยังไงไม่รู้...



  • 19.15 น. 

    เสียงดนตรีเริ่มดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าคอนเสิร์ตกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว 

    จอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่แสดง VTR ของพี่ปุ๊-อัญชลี และอีกไม่นานพี่ปุ๊ก็ปรากฎตัวขึ้นกลางเวทีพร้อมกับร้องเพลงฮิตที่สร้างตำนานให้แก่พี่ปุ๊อย่างเพลง "หนึ่งเดียวคนนี้" ซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดและเสียงโห่ร้องจากบรรดาแฟนๆ ได้อย่างกระหึ่ม (รวมถึงผมด้วย กรี๊ดหนักมากกกก พี่ปุ๊โคตรเท่)




    หลังจากนั้นก็ตามมาติดๆ ด้วยพี่ปาน-ธนพร ที่มาพร้อมกับเพลงที่ทำให้เกิดกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างเพลง "คำยินดี" เวอร์ชั่นสาปส่ง ซึ่งน้ำเสียงและลีลาของพี่ปานก็เรียกเสียงกรี๊ดได้ไม่แพ้พี่ปุ๊เลยทีเดียว




    ปุ๊กับปานมาแล้ว ป๊อดก้ต้องมา !

    พี่ป๊อด-ธนชัย ปรากฎตัวมาในชุดสูทสุดเนี้ยบ แต่กลับร้องเพลงสุดมันส์ที่ขัดกับลุคของตนเองในวันนี้อย่างเพลง "บุษบา" ทำให้คนในฮอลล์ลุกขึ้นสนุกสนานกับพี่ป๊อดไม่น้อยเลยทีเดียว


  • หลังจากนั้นก็เป็นโชว์เดี่ยวของพี่ๆ ทั้ง 3 ท่านครับ โดยเริ่มจากพี่ป๊อด พี่ปาน และพี่ปุ๊ตามลำดับ ซึ่งพี่ๆ ต่างก็ขนเพลงฮิตของตัวเองมาร้องกันไม่ขาดสาย (ยกเว้นพี่ปานที่ไม่สามารถร้องเพลงตัวเองได้ เนื่องจากปัญหาลิขสิทธิ์) 

    ช่วงที่น่าประทับใจในช่วงเดี่ยวของศิลปินแต่ละท่านนั้น คือการส่งต่อให้ศิลปินท่านถัดไปด้วยการร้องเพลงคู่กับศิลปินท่านนั้นครับ

    เช่น ช่วงสุดท้ายของโชว์พี่ป๊อดนั้น พี่ป๊อดได้ร้องเพลง "ก้อนหินก้อนนั้น" คู่กับพี่ปาน ก่อนที่จะส่งต่อให้กับช่วงพี่ปาน , พี่ปานร้องเพลง "มีเธอ" คู่กับพี่ปุ๊ และ พี่ปุ๊ร้องเพลง "I was born to love you" ซึ่งแต่ละโชว์ก็ให้บรรยากาศที่น่าประทับใจในรูปแบบต่างๆ กันอย่างมาก

    และนอกจากนั้น พี่ๆ ศิลปินทั้ง 3 ท่านยังร่วมร้องเพลง "รัก" เพลงความหมายดีๆ ของพี่ปุ๊ อัญชลี เพื่อเป็นการจบช่วงเดี่ยวของศิลปินทั้ง 3 ท่าน





  • หลังจากจบช่วงเดี่ยวของแต่ละศิลปินแล้ว ก็มาถึงช่วงแขกรับเชิญกันบ้าง

    โดยช่วงนี้เริ่มจากแขกรับเชิญของพี่ป๊อดอย่างพี่แสตมป์-อภิวัชร์ ที่มาเปิดตัวโชว์เพลงฮิตตลอดกาลของตัวเองอย่างเพลง "ความคิด" ให้แฟนๆ วัยรุ่น (ที่มีอยู่น้อยนิด) ได้กรี๊ดกันอย่างกระหึ่ม

    ช่วงที่น่าประทับใจของช่วงแสตมป์-ป๊อด สำหรับผมคือการที่พี่ๆ ทั้งสองคนร้องเพลงแบบ Mashup (เอาเพลงสองเพลงมารวมกัน เรียบเรียงเป็นเพลงเดียว) โดยทำการรวมระหว่างเพลง "ช่วงที่ดีที่สุด" และ "กาลครั้งหนึ่ง" เข้าด้วยกัน สร้างความประทับใจให้กับผมเป็นอย่างมาก เพราะทั้งสองเพลงก็ต่างเป็นเพลงที่ผมชื่นชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

    ยิ่งได้มาฟังสดๆ แบบ Mashup แบบนี้แล้วด้วย

    อ้าห์ ยิ่งฟิน...


    ในรูปเป็นพี่ปานกับพี่ป๊อดครับ เพราะผมลืมถ่ายช่วงพี่แสตมป์มา แฮ่ๆ

    ต่อจากนั้นก็เป็นช่วงของพี่ปานกับแขกรับเชิญสุดเก๋าอย่างพี่แอม-เสาวลักษณ์ ซึ่งทั้งคู่ก็ประเดิมความเฟี้ยวฟ้าวกันด้วยเพลง "อยากสวย" 

    หลังจากเฟี้ยวฟ้าวได้เพลงเดียว พี่แอมกับพี่ปานก็ลากเราลงสู่ช่วงดาร์คทันที ด้วยเมดเลย์เพลงเศร้าที่ขนมาทั้งเพลง "รุนแรงเหลือเกิน" , "ลาก่อน" และ "อกหัก" ที่ขยี้ๆๆๆ ให้เราจมดินลงไป

    และยังไม่พอ หลังจากนั้นพี่ปานก็ยังทิ้งให้พี่แอมขยี้เราให้หนักขึ้นไปอีกด้วยเมดเลย์เพลงเศร้าของพี่แอมอย่าง "กดดัน" ,"ความทรงจำ" และ ปิดท้ายด้วยเพลงฮิตตลอดกาลของพี่แอมอย่างเพลง "ครึ่งหนึึ่งของชีวิต" 

    จุดพีคของช่วงนี้สำหรับผมคือช่วงมอบดอกไม้ให้ศิลปินครับ ตามปกติแล้วศิลปินแต่ละคนก็จะได้รับช่อดอกไม้จากแฟนๆ หรือครอบครัว แต่สำหรับพี่แอม-เสาวลักษณ์ แกดันได้เป็นพวงมาลัยครับ

    สำหรับผมช็อตนี้นี่ฮาที่สุดในคอนเสิร์ตนี้แล้วครับ โคตรพีค 555555

    ช็อตในตำนาน
  • จากนั้นก็เข้าสู่โชว์แขกรับเชิญคนสุดท้ายอย่าง พี่ติ๊นา-คริสติน่า อากีลาร์ที่ครั้งนี้พี่ติ๊นาเปิดตัวด้วยเพลงช้าๆ ซึ้งๆ อย่าง "เปล่าหรอกนะ" , "อย่าไปเสียน้ำตาให้เขาเลย" และ "ไม่มีใครขอร้อง" 

    สำหรับผมแล้ว การเปิดตัวด้วยเพลงช้าถือว่าเป็นการเปิดตัวที่แปลกไปจากปกติของพี่ติ๊นา เพราะตามปกติแล้ว ถ้าเรานึกถึงพี่ติ๊นา เราก็น่าจะนึกถึงเพลงเร็วๆ แดนซ์ๆ มันส์ๆ และฉายา Queen of Dance ของพี่เขา แต่รอบนี้พี่ติ๊นาดันเปิดตัวด้วยเพลงช้าๆ กระแทกกระทั้นอารมณ์ เลยดูแปลกๆ ไปหน่อย ดูเปิดตัวผิดกับที่ผมคาดคิดไว้

    หลังจากเศร้าได้ 3 เพลง พี่ติ๊นาก็จัดเต็มเพลงแดนซ์ของตนให้แฟนๆ ได้ฟัง โดยเริ่มจากเพลง "นินจา"  และ "พลิกล็อค"

    ถึงตอนนี้บรรยากาศในฮอลล์คึกคักมากครับ ที่นั่งรอบๆ ผมลุกขึ้นเต้นกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะคนหนุ่มคนแก่ หรือแม้คุณป้าแถวหลังผมที่นั่งดมยาหม่องแจกฟรีจากหน้างานก็ต่างลุกขึ้นเต้นแบบยาหม่องกระจายกันเลยทีเดียว

    ต่อจากนั้นพี่ปุ๊-อัญชลี ก็ปรากฎตัวมาด้วยชุดตาข่ายสุดเฟี้ยวพร้อมร่วมแดนซ์กับพี่ติ๊นาในเพลง "ไปด้วยกันนะ" และ "พูดอีกที" ซึ่งสร้างความเซอร์ไพรส์ให้ผู้ชมทุกคน (รวมถึงผม) อย่างมาก เพราะมาดพี่ปุ๊นี่ปกติจะต้องเป็นแนวร็อกๆ เท่ๆ แต่รอบนี้พี่แกดันมาเต้นท่าน่ารักๆ เฉย 

    ช็อคดีีครับ...
  • หลังจากจบช่วงปุ๊-ติ๊นาแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงท้ายของคอนเสิร์ต 

    พี่ปานปรากฎตัวออกมาในเมดเลย์เพลงลูกทุ่งอย่าง "คนดังลืมหลังควาย" , "ผู้ชายในฝัน" และ "กระแซะเข้ามาซิ" พร้อมกับโชว์เต้น (ที่ผมดูแล้วเหมือนเต้นแอโรบิกหน้าโลตัส) อีกด้วย

    ต่อจากนั้นพี่ป๊อดก็ขึ้นมาปลุกเวทีให้ลุกเป็นไฟด้วยเพลงร็อกอัลเทอร์เนทีฟในตำนานของวงโมเดิร์นด็อกทั้ง 3 เพลงอย่าง "ตาสว่าง" , "ติ๋ม" และ "บุษบา" ซึ่งคนแทบทั้งฮอลล์ก็ร่วมกระโดดไปกับพีี่ป๊อดอย่างเต็มที่ 

    และในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต พี่ๆ ศิลปินหลักทั้ง 3 คน ออกมาขอบคุณผู้จัดและผู้สนับสนุน ก่อนจะปิดฉากโชว์ของวันนี้ด้วยเพลงความหมายดีๆ อย่างเพลง "เรามีเรา" ส่งผู้ชมกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ


    ช็อตประทับใจจากเพลง "รัก"

  • สำหรับผมแล้ว นี่เป็นคอนเสิร์ตที่น่าประทับใจมากๆ ครั้งหนึ่งในชีวิตผม การได้มาฟังเสียงศิลปินระดับเทพถึง 6 คนสดๆ แบบนี้มันช่างน่าอิ่มอกอิ่มใจเอามากๆ และด้วยความที่ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าอยู่แล้ว ทำให้ในคอนเสิร์ตนี้ผมร้องเพลงตามพี่ๆ เขาได้แทบทุกเพลง มันยิ่งทวีคูณความฟินเข้าไปใหญ่ 

    ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ในเดือนเกิดของตัวเองเรื่องนึงครับ :)



    ปล. ตอนนี้ผมมีเพจเฟซบุ๊กของตัวเองแล้วนะครับ จะคอยอัพเดทเรื่องราวงานเขียนของตัวเองในนี้ครับ สามารถเข้ามาติชมงานเขียนของผมได้ที่นี่เลยครับ https://www.facebook.com/mrpaatop/ 

    อย่าลืมมากด Like กันเยอะๆ นะครับ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in