A Life JourneyGemily
ช่วงต่ำสุด
  • ในชีวิตเกิดมาไม่เคยเครียดกับเรื่องอะไรจนถึงขั้นนอนไม่หลับเลย
    ตอนอกหักที่ว่าแย่ที่สุด ถึงจุดหนึ่งก็จะนอนหลับไปเอง
    แล้วก็จะหลับได้เยอะมากๆ ด้วย ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นกลไลในการปกป้องตัวเอง
    แบบหลับให้ลืมความเจ็บปวด 
    แล้วทุกอย่างจะค่อยๆ ผ่านไป ทุกอย่างก็จะดีขึ้น 

    แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 2-3 ก่อน ทำให้เราเครียดถึงขั้นนอนไม่หลับ
    เหมือนสะดุดเท้าตัวเองแล้วจากนั้นก็ถูกคนเป็นหมื่นรุมเหยียบซ้ำเพื่อความสะใจ

    จู่ๆ ตอนนั้นก็คิดว่า
    ระหว่างอกหักกับดราม่าชีวิต อะไรมันทรมานและหนักหนากว่ากันนะ 

    ในขณะที่พิมพ์อยู่นี่ เรารู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว
    แบบกินข้าวได้ นอนหลับได้ยาวมากขึ้น
    ปัญหาครั้งนี้ มันเหมือนพายุที่โถมเข้าใส่แบบไม่ให้ตั้งตัว 
    เป็นพายุที่วิ่งหนีไม่ได้ ป้องกันไม่ได้ ทำได้แต่ต้องรับแรงปะทะอย่างเดียว
    แต่พอพายุมันผ่านพ้นไปแล้ว ก็เหลือแค่ตัวเรากับร่องรอยที่คลื่นลมโหมกระหน่ำใส่

    เราบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร
    ทุกอย่างมันจะดีขึ้น แล้วมันก็ดีขึ้นจริงๆ มีความห่วงใยค่อยๆ ส่งมาถึงหลังจากยับเยินไปแล้ว

    ชีวิตคนเราจะหาคนที่พร้อมจะฟันฟ่าอุปสรรคและภัยอันตรายไปพร้อมกันมันยากจริงๆ
    ใครได้พบคนนั้น แม้จะไม่ใช่ในฐานะคนรัก 
    ถึงเขาจะเป็นแค่เพื่อนก็ถือว่าโชคดีจริงๆ

    ช่วงเวลาที่ทุกข์ยากและเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้
    ทำให้คิดถึงชีวิตคนอื่นรอบตัวที่แม้ว่าจะมีปัญหา เขาก็ยังมีคนซัพพอร์ท
    ทุกคนสามารถเป็นบ้าเป็นบอ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรก็ได้
    แต่ไม่ใช่เราที่มีภาระแบกไว้อยู่เต็มบ่า หายใจไปพร้อมกับต้องคำนึงถึงอนาคต

    อยากให้มีคนมาเข้าใจ อยากให้เขาเป็นที่พึ่งทางใจให้กับคืนที่มืดมิดที่สุด
    แต่สุดท้ายก็ไม่มี เพราะทุกคนก็มีชีวิตของตัวเอง จะหวังพึ่งใครไม่ได้หรอก เธอคาดหวังอีกแล้ว และก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง

    สุดท้ายเราค้นพบว่าเราเหลือแค่ตัวเรา
    ร้องไห้กับตัวเอง 
    ปลอบใจตัวเอง ผ่านพ้นทุกอย่างไปด้วยตัวเอง
    สงสัยเหมือนกันนะ ว่าร่างกายและจิตใจของเรามันทำด้วยอะไรกันแน่
    ถึงได้อดทนมาจนป่านนี้โดยไม่ผูกคอตายไปซะก่อน

    เฮ้ นี่ไม่ใช่จดหมายลาตายหรอกนะไม่ต้องห่วง
    หลังจากฮีลตัวเองรัวๆ ก็พบว่ายังลุกขึ้นมานั่งทำงานต่อไปได้
    เราโอเคแล้วล่ะ

    เขียนมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกว่า เอาเถอะ...ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง 
    วันนี้ไม่ดี แต่มันต้องมีวันของเราบ้างแหละ 
    แล้วก็คงมีคนที่แย่กว่าเราอีกไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่าแน่ๆ
    และทุกคนก็คงกำลังดื้นรนใช้ชีวิตต่อไปเช่นกัน

    บทเรียนจากปัญหาครั้งนี้มันใหญ่มาก
    ถึงตอนนี้เรายับเยิน
    แต่กลับมีประกายไฟเล็กๆ จุดติดตรงกลางใจ
    เราจะผลักตัวเองขึ้นไปให้สูงกว่านี้
    เราจะไม่ใช้ความดีชนะความเกลียด แต่จะใช้ความสำเร็จเอาชนะแทน

    เพื่อที่สักวันจะได้มีชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการ
    ด้ทำแต่เรื่องที่ตัวเองชอบ
    โดยไม่ต้องกังวลกับอะไร หรือใครทั้งนั้น 





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in