ภาพยนตร์ลอยเล่นลม
Ohhh. Great warrior.  Wars not make one great.
  •  
       
              ช่วงนี้ก็ได้โอกาสฉีกแนวไปหาหนังใหม่ ซึ่งเก่าไปแล้วแต่ยังไม่เคยดูมาดูบ้างเพื่อเปลี่ยนรสชาติ เกี่ยวกับสงครามเวียดนามทั้งหมดแต่ไม่ใช่หนังที่จะดูเอามันอย่างเดียวได้ 

     

              Full Metal Jacket  กระสุนหัวทองแดง ในชื่อไทยว่า เกิดเพื่อฆ่า  เป็นเรื่องที่เปิดมาครึ่งแรก ตลกมากดูแล้วหัวเราะเอิ้กอ้ากทั้งที่เป็นการฝึกแบบระเบียบเคร่งครัด จัดหนัก แต่รังสรรบทพูดได้มีรสชาติ แสดงดีกันสุดๆ ทั้งครูฝึก พลทหารไพล์ หรือโจ๊กเกอร์ มาหน้านิ่งๆ แล้วร้องแล้วขยับไปด้วย This is my rifle This is my gun This is for fighting This is for fun  ใครจะทนไหว555



                 ซึ่งพอฝึกไปๆเห็นได้ชัดเลยว่าคนจิตใจอ่อนแอนี่ไม่เหมาะกับการเป็นทหารจริงๆ  ตาอ้วนไพล์นี่บ้าไปแล้ว ยังไม่ทันจะเจอสงครามจริงๆเลยก็สติแตก  มาถึงครึ่งหลังความสนุกกลายเป็นเฉยๆโจ๊กเกอร์พอจะมีแววเป็นหัวหน้าที่ดีได้ แต่หนังเลือกให้ไปเป็นผู้สังเกตการณ์จิกๆกัดๆ แต่ทำอะไรไม่ได้แทน  แต่ก็ชอบที่ตัวหนังทำให้เรื่องขำๆค่อยๆกลายเป็นเรื่องที่ขำไม่ออกไปจนได้  เสียดายที่เพลงโฉ่งฉ่างไปหน่อย  ใส่เข้ามาซะดังและมากไปหน่อย    พวกที่อบรมมาไม่ค่อยฉลาดเลย รู้ทิศทางมือยิงแล้ว มีรูทะลุยังจะไปยืนขวางรูให้เขายิงอีก  ส่วนมือยิงเด็กผู้หญิงดูแล้วไม่สงสารเลยแฮะ แปลกๆหลุดมายิงคนเดียวโดดๆไม่มีกำลังสนับสนุน   คือยิงฆ่าเลยยังพอว่า นี่ยิงให้เจ็บ ล่อให้เพื่อนมาช่วย แล้วยิงเพื่อนให้เจ็บตั้งหลายนัด ให้ร้อง ล่อให้คนมาช่วยต่อไปเรื่อยๆ สามสี่คน พอตัวเองถูกยิงบ้างร้องไห้โฮ  ก่อนจะยิงเขาไม่เตรียมใจว่าตัวเองจะโดนบ้างก็งี้แหละ   ส่วนที่ไม่ชอบก็การกระหน่ำเพลงเร้าอารมณ์ให้คนลุ้นว่าจะยิงไหม จะยิงไหม  น่าเบื่อ ตอนนั้นยิงไปยังมีความกล้าหาญ เมตตาปิดภารกิจได้ดีกว่าพวกที่เย้วๆจะให้ทิ้งไว้อีก   ส่วนตัวเผลอๆเพื่อนรักโดนยิง คงจะไม่ช่วยเด็กนี่พ้นทุกข์อย่างที่โจ้กเกอร์ทำ

       


    ฉากในตำนาน "โอ้พระเจ้า เอ้ย ผู้กำกับ เอ็งคัทซะทีเหอะ
    ข้าโดนยิงมาพรุนแล้ว ยังไม่ตายอีกเรอะ วิ่งจนตับทรุดแล้ว"


                Platoon เป็นเรื่องที่ได้มาตรฐานแต่ดูแล้วงั้นๆในบรรดา 3 เรื่อง  พลทหารใหม่เข้าสู่ศึกในป่าดงฝนชื้นแห่งเอเชียอาคเนย์ด้วยอยากหาความแปลกใหม่ และรับใช้ชาติ  เจอสองขั้วแนวคิดสายพิราบ อย่างจ่าไลแอส สายเขียว  กับจ่าบานสายเหี้ยม  แน่นอนว่าพระเอกเราต้องศรัทธาสายสันติกว่าอย่างจ่าไลแอส  รบไปๆ โดนเวียดนามถล่ม เลยชักจะแค้น พอไปเจอหมู่บ้านเลยลงกับชาวบ้านที่ดูไม่รู้อิโหน่อิเหน่  ซึ่งก็ไม่แน่ว่ามีพวกเวียดกงด้วยรึเปล่า  ฆ่าคนบริสุทธิ์ไปส่วนหนึ่ง  จ่าบานเอาปืนจ่อหัวเด็กทำให้จ่าไลแอสทนไม่ไหว ทะเลาะกัน     จ่าบานเลยหาโอกาสเก็บจ่าไลแอสในระหว่างปฏิบัติการ ทำให้พระเอกซึ่งรู้เรื่องเข้าโกรธมาก


                ต่อมาพอได้โอกาสออกไปรบเลยเก็บจ่าบานที่กำลังบาดเจ็บจากระเบิด  พระเอกบาดเจ็บได้กลับบ้าน  ความจริงคนอย่างจ่าบานถ้าพิสูจน์ได้ก็โทษตายแหละ ซึ่งศาลทหารหาพยานไม่ได้หรอกว่าฆ่าพวกเดียวกัน  คนแบบนี้อยู่ไปจะแย่กว่าจ่าไพล์ ตาอ้วนที่พละกำลังไม่ดีดันยิงปืนแม่น แบบที่ไลเเอส บอก ว่าคนแบบจ่าบานทำให้งานสงครามมันยากขึ้น  การจะได้ใจมวลชน ใครทำผิดหน่อยก็จะถูกเหมารวมไปหมด  ไม่นับเรื่องสงครามเวียดนาม ทหารสหรัฐดูจะรบแบบไม่ซึ้งถึงเป้าหมาย แบบชาวเวียดนามที่มีสองทางให้ได้กลับบ้าน ไม่ชนะก็ตาย






               Apocalypse Now   "สิ้นโลกแล้วโว้ย" เป็นหนังที่ยาวมาก สามชั่วโมงกว่า แต่ถ่ายภาพสวยมากๆๆ บันทึกเสียงดีสุดๆๆ เหมือนมีคอปเตอร์  มีพัดลมมาเป่า  มีปืนมายิงข้างๆหู การถ่ายทำแสงเงา จังหวะ กำลังพอดี  เนื้อหาแบ่งได้เป็นสามส่วนเลย เริ่มจากผู้กองวิลลาร์ดผู้ได้รับความบอบช้ำทางจิตใจ นอนเกาไข่มองพัดลมเพดานไปวันๆ พอเมายาได้ที่ก็ต่อยกระจกเล่นให้รู้สึกถึงความเจ็บปวดภายในอันร้าวราน  เขาได้รับคำสั่งให้ไปฆ่าอดีตนายพันเคิร์ซผู้เก่งกาจที่มีอาการทางจิตวิปลาส ฆ่าคนเป็นผักปลาไปแล้ว และกำลังซ่องสุมผู้คนที่ชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม



             แรกเริ่มคือการเดินทางไปกับเรือตรวจการ ซึ่งสนุกที่สุด มีผู้พันที่จะช่วยจัดการการเดินทางให้เขาได้ แต่แกก็บ้ามาก คลั่งการเล่นเซิร์ฟเป็นชีวิตจิตใจ ระหว่างไปเฮลิคอปเตอร์ถล่มหมู่บ้านเวียดกงก็พกบอร์ดโต้คลื่นไปด้วย   พอปฏิบัติภารกิจแล้วก็สั่งระเบิดนาปาล์มบอมต้นมะพร้าวและหมู่บ้าน  ซึ่งเป็นฉากที่ดูอลังการงานสร้างจริงๆ  แล้วก็สั่งให้ลูกน้องโต้คลื่นระหว่างที่หมู่บ้านนั้นก็ยิงปืนตอบโต้อากาศยานมาตกใกล้ๆในทะเลเป็นคลื่นให้  ตอนที่ลูกน้องพระเอกขอตัวไม่กล้าเล่นโต้คลื่นในสภาพนั้นมันตลกจริงๆ  เคยอ่านบันทึกของหัวหน้าทหารสหรัฐ  ทหารบางคนไปรบแล้วตายระหว่างพักผ่อนเพราะถูกคลื่นซัดจมจริงๆนะ  เพื่อนเตือนแล้วไม่เชื่อ วัยรุ่นห่ามๆด้วยประมาทว่าคลื่นไม่แรงเท่าแถวบ้าน   มาอย่างองอาจ ตายอย่างอนาถ  เพียงแต่หัวหน้าจะเขียนสาเหตุการตายแบบคลุมเคลือไปให้พ่อแม่ภูมิใจเท่านั้นเอง




                    วิลลาร์ดและลูกเรือล่องไปตามแม่น้ำต่อไปเรื่อยๆ จนเข้าช่วงสองที่รวมความไม่ประสีประสาของกองทัพอเมริกาเข้าไว้  ภัยจากเสือลายพาดกลอนในป่า   บางค่ายไม่มีหัวหน้า สักแต่ยิงกัน  ทหารอยากได้ดาวโป๊ปฏิทินแต่พวกเธอก็เป็นหญิงที่มีหัวใจ เล่นพลุสีไม่ดูตาม้าตาเรือ เพื่อนเป็นจุดสังเกตโดนยิงตาย   เข้าไปตรวจค้นเรือชาวบ้านแต่เข้าใจผิดยิงคนตาย (ชาวบ้านแค่ซ่อนลูกหมาไว้ แต่พอวิ่งเข้าหาลับๆล่อๆ ทหารจะระเเวงและยิงไว้ก่อน เพราะในองค์หนึ่งมีเด็กหญิงวิ่งเข้ามาหาแม่   สุดท้ายเป็นระเบิดฆ่าตัวตาย คนในเฮลิคอปเตอร์เรียบร้อย)  และอย่างเคยเหลือผู้หญิงบาดเจ็บสาหัสเอาไว้ให้พระเอกมาจบงาน  วิลลาร์ดล่องเรือมาถึงหมู่บ้านทหารฝรั่งเศส พักยกเล็กน้อยกับครอบครัวทหารฝรั่งเศสที่อย่างน้อยก็เห็นเวียดนามเป็นบ้านเกิด และตั้งใจจะสู้เพื่อปกป้องแผ่นดิน



              ผ่านไปสองชั่วโมงกว่าๆแต่คงเป็นสัปดาห์ในเรื่อง ในที่สุดก็มาถึงแดนกัมพูชาเสียที นับเป็นช่วงที่ตึงเครียดที่สุด  วิลลาร์ดถูกจับ เคิร์ซบ้าจริงๆ มีศพเรี่ยราดอยู่แถวนั้น พวกชาวบ้านจำนวนมากทั้งลูกเด็กเล็กแดงบูชานายทหารผิวขาวราวเทพเจ้า อดีตนายพันเห็นแจ้งแทงตลอดว่าเขามาทำไม  แต่ก่อนไปวิลลาร์ดสั่งคนที่เรือว่าถ้าไม่กลับตามกำหนดให้วิทยุเรียกเครื่องบินมาทิ้งระเบิดที่นี่ได้เลย    ผู้กองพบว่ามือสังหารนายทหารหนุ่มโคบี้ที่ถูกส่งมาก่อนหน้านั้น บัดนี้หัวเขากลับมากลิ้งหลุนๆอยู่บนตัก  (อ้าว โคบี้ นายคืออนาคตเจ้าแห่งกองทัพเรือ ไม่ไปรอสู้กับลูฟี่แล้วเรอะ )  


       
          

          การเปิดตัวเคิร์ซแบบค่อยๆเผยโฉม แสงเงาสวย เล่นน้อยได้มาก อาจจะเป็นโชคดีของวิลลาร์ดที่เวลาที่เขามาเหมาะเหม็ง   เคิร์ซหมดอาลัยตายอยากไปแล้วและอยากตายเสียที  ทั้งที่อดีตเขาคือทหารที่มีฝีมือและผลงานสุดยอดของสหรัฐ  คือคนที่ยึดถือคุณธรรมมากไป คิดมากไป จะขัดแย้งกับตัวตน บางทีเวลาจะหลุดมันก็หลุดไปเลย  เขาคุยกับวิลลาร์ดว่าอยากให้ลูกของเขารู้ความจริง มากกว่าคำโกหกหลอกลวงสวยงามที่ทางกองทัพให้  เขายังเล่าให้ฟังว่าหมู่บ้านหนึ่งที่พวกทหารไปฉีดวัคซีนโปลิโอให้เด็กๆ  พอกลับไปอีกที แขนเด็กๆถูกตัดทิ้งกองไว้  เรื่องนี้ไม่ชัดว่าเวียดกงทำ หรือชาวบ้านเกลียดทหารอเมริกันมากจนทำร้ายเด็กๆลูกตัวเอง-ยังสงสัยว่ามาจากเรื่องจริงรึเปล่า หรือแค่แสดงความโหดร้าย หรือเสียดสีอย่างเรื่องสั้นคึกฤทธิ์เรื่องนึง บ้านแขนขาด ที่ตัดแขนเด็กแรกเกิดไม่ให้ไปเป็นผู้แทนยกมือในสภา หลอกชาวบ้าน 



                 ช่วงท้ายเรื่อง เรียกว่าเคิร์ซก็ยอมให้วิลลาร์ดฆ่าจนได้ และรำพึงออกมา "ความสยดสยอง ความสยดสยอง" ในคืนวันฉลองเทศกาล มีฉากฆ่าควายที่ทำเอาไม่อยากกินเนื้ออีกต่อไป   ฝ่ายวิลลาร์ดถ้าไม่ทำแล้วกลับไปที่เรือเพื่่อนก็วิทยุบอกเบื้องบน  ถ้าปล่อยให้เอาระเบิดมาถล่มไม่ใช่แค่เขากับเคิร์ซจะตาย แต่ชาวบ้าน เด็กๆผู้บริสุทธิ์อีกหลายร้อยคนจะพลอยตายด้วย   ในที่สุดเขาก็จากมาลงเรือแล่นออกไปได้อย่างปลอดภัย     ส่วนตัวคิดว่าหลังจบงานนี้เขาน่าจะมีสิทธิ์กลับบ้านได้แล้วไปอธิบายให้ครอบครัวผู้พันฟังถึงสาเหตุความกระทบกระเทือนที่ทำให้ผู้พันเปลี่ยนไป เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาทำให้เคิร์ซได้ ด้วยความซื่อสัตย์ ให้เป็นบทเรียน มากกว่าจะเป็นเรื่องยอดวีรบุรุษที่สูญหายไปในสงคราม  



               ความจริงเรื่องทหารอเมริกันกับคนเวียดนามกระทำต่อกันก็ยังพอว่า เพราะเป็นศัตรูกัน ไม่เข้าใจกันเป็นปกติ   แต่เรื่องที่คนเวียดนามด้วยกันทำกันเองก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน  ไม่ว่าจะถูกบังคับขู่เข็ญ ฆ่าตาย เพราะต่างความเชื่อ   จะว่าไปเรื่องความโหดซีรีย์ Pacific น่าจะโหดกว่าน่าสงสารชาวโอกินาว่า ที่พออเมริกายึดได้ก็โดนทหารญี่ปุ่นใช้เป็นเครื่องมือบังหน้าเข้าระเบิดฆ่าตัวตายหรือล่อให้มาติดกับอีก  สงครามปัจจุบันไม่ได้แบ่งขาวดำหรือมีเป้าหมายให้บรรลุอย่างกองร้อย Easy ยังภูมิใจที่ลำบากลำบนมาช่วยคนอื่นไว้ได้ มันคุ้มมากๆ  ยังสงสัยว่าต่อไปอีกสักสิบยี่สิบปีจะมีหนังสงครามซีเรีย บ้างไหม  สงครามเวียดนามยังพอมองได้ว่าคนเวียดนามรบสุดใจขาดดิ้นเพราะต่อสู้ปกป้องแผ่นดินตัวเอง แต่ในตะวันออกกลาง ต่างฝ่ายก็รบเพื่อแผ่นดินตัวเอง ยังมีศาสนา เชื้อชาติ ผลประโยชน์ทับซ้อน การแบ่งเขาแบ่งเรา การก่อการร้าย อีรุงตุงนังไปหมด จะผู้หญิง เด็ก โดนล้างสมอง แล้วระเบิดฆ่าตัวตาย อันตรายพอกัน 



    Yes, 'n' how many times must a man look up
    Before he can see the sky?
    Yes, 'n' how many ears must one man have
    Before he can hear people cry?
    Yes, 'n' how many deaths will it take 'til he knows
    That too many people have died?
    The answer, my friend, is blowin' in the wind
    The answer is blowin' in the wind

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in