เดินเที่ยวไปด้วยกันthefirstofmine
โดดไป CHEEZE Carbootsale Festival 2018 ที่เขาใหญ่กัน
  • 03-04 February 2018 

    รีวิวงาน Cheeze Carbootsale Festival 2018 แบบสั้นๆ ก็คือ

    บรรยากาศดีมาก อากาศเย็นสมใจ แบ่งเป็นหมู่บ้านๆ น่ารักดี 
    - งานอาร์ตก็มีให้เลือกเดิน
    - ของกินเยอะ อร่อย ราคาไม่แพง
    - ตลาดของขายน่าสนใจเยอะมาก มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ
    - คอนเสิร์ตโซนด้านในโคตรดี หลายเวทีให้เลือก

    รักบรรยากาศมาก อากาศเย็นๆ แดดอุ่นๆ สัตว์เลี้ยงที่โคตรเท่ อย่างนกฮูก เหยี่ยว น้องหมาชุดเท่ กิจกรรมน่ารักๆ ก็มี เอาสเกตบอร์ดไปเล่นก็ได้ หรือขี่จักรยานในงานก็ได้เช่นกัน มีเล่นว่าวกันหลายคนเลย ว่าวติดลมบนดี รู้งี้หาไปเล่นดีกว่า





    เรากับเพื่อนๆ ออกเดินทางวันเสาร์แต่เช้าตรู่เลย ขับรถกันไปเอง เจอรถติดบ้างบางจุด งมทางไปกันโดย Google Map เจ้าเก่า (ใช่ครับ เจ้าเดิมที่เคยพาไปทางลัดที่สัตหีบมานั่นแหละ) โดยครั้งนี้งาน Cheeze Carbootsale Festival 2018 จัดขึ้นที่ 8Speed Motor Track เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา


    ภายใน Cheeze Carbootsale Festival 2018 ก็จะแบ่งเป็น 2 โซนใหญ่ๆ ด้วยกัน คือฟรีโซน และโซนที่ต้องซื้อบัตรเข้าไป เราจะเล่าทีละโซนก็แล้วกัน

    คืองี้ ภายในงาน นอกจากจะแบ่งเป็นโซนแล้ว ก็ยังแบ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อีกด้วย อย่างที่เห็นป้ายด้านบนนี่แหละ มีทั้ง Biker Village (อยากบอกว่าเปิดเพลงดีมากๆ นั่งฟังเพลินจริงๆ), Camping Zone, Field Good Sound Stage (โซนนี้เป็นดนตรีสด ทั้งดนตรีอะคูสติกยันเรกเก้เลย แถมไลน์อัปดีงาม), Designer Village ไรงี้


    ภายในงานจะมีที่จอดรถไว้ให้บริการด้วย (คาดว่ามีค่าจอดรถ) กับส่วนของเหล่า Biker ที่จะแยกโซนไว้ให้จอดต่างหากเลย

    ช็อตนี้เป็นช็อตที่ประทับใจ เพราะว่าเห็นพี่เขาเล่นว่าวอยู่นานแล้ว และน้องผู้ชายก็วิ่งไล่ว่าวพี่เขา วิ่งไปวิ่งมาจนพี่เขาร่อนว่าวลงใกล้พื้น ช็อตถัดไปจะเป็นตอนที่น้องกระโดดพยายามเอามือจับว่าวตัวนั้น เห็นแล้วรู้สึกว่าน่ารักดี

    พูดถึงฟรีโซนกันก่อน มันจะทอดยาวมากเลย อยู่บริเวณด้านหน้างาน ตอนแรกคิดว่าจะมีนิดเดียว ที่ไหนได้ มีตั้ง 3 แถว 5 ล็อกแน่ะ

    จะเป็นโซนเปิดท้ายขายของ 3 ล็อก อีก 2 ล็อกเป็นโซนอาหาร แถมอีกถัดจากโซนอาหารก็เป็น Biker Village ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่าเดิน 2 วันก็ยังแวะไม่ครบทุกร้านจริงๆ (เพราะตอนที่เราไปถึงงานวันเสาร์แล้วไปเดินตอนกลางคืน ตั้งแต่หกโมงเย็นถึงห้าทุ่มก็ยังแวะแล้วแวะอีก ก็ยังไม่ครบ ตามมาเก็บวันอาทิตย์ตอนเช้าก็ยังไม่ครบเหมือนกัน เศร้าใจ)

    หนูน้อยขี่จักรยานสองล้อไวกว่าเราอีก ตอนเราตัวแค่นี้ยังขี่สามล้ออยู่เลย

    ถัดจากฟรีโซนก็จะเป็นโซนที่ต้องซื้อบัตรเข้า โซนนี้ก็จะแบ่งเป็นหลายหมู่บ้านมีทั้งของมือหนึ่งมือสอง แผ่นเสียง เสื้อผ้า ของใช้ ของกิน รวมถึงเวทีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Field Good Sound ที่เป็นเวทีใหญ่ โซนในป่าก็จะเป็นโซนของ EDM ตื๊ดๆ กันมาก ส่วนโซนที่เป็นพื้นที่โล่งด้านหน้ามันจะเป็นโซนสำหรับดีเจโดยเฉพาะเลย มิกซ์เพลงกันสนุกเลย


    อีกอันที่พลาดไม่ได้คือโซนสอยดาว ของรางวัลเพียบ แบรนด์ทั้งนั้น เรากับเพื่อนจับกันเยอะมาก (ของเราจับไปสามร้อย ได้กระเป๋า RIPCURL มา ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ได้รองเท้ากันงี้ บางคนได้มา 2 คู่เลย แถมได้แว่นตาอีกด้วย (อิจฉามาก แต่ไม่สู้แล้ว)

    และแล้วเราก็มาเจอแกลอรี่กลางแจ้ง!! ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีด้วย แต่ภาพเขาสวยจริงๆ เราเดินดูตอนกลางคืนแล้ว วันอาทิตย์ก็แวะมาเดินดูด้วย งานเขาสวยอะ ชอบมากๆ เลย

    ในเต้นท์จะเป็นโซนดีเจที่บอก ตอนขากลับเราเดินผ่านมีแต่คนยืนเต้นกันอยู่ในนั้น ดูเพลินตาดี


    นกฮูก!! ขนน้องนุ่มฟูมากๆ เป็นของเจ้าของร้านที่มาออกบูธนี่แหละ น่ารักมากๆ เลย มีทั้งนกฮูกและเหยี่ยวคู่กัน น่ารักดี 


    อันนี้จะเป็นโซนรองเท้ามือหนึ่งจาก NIKE, VAN ฯลฯ ที่เอามาลดราคากันให้พรึบ แต่ส่วนมากมีไซส์ผู้ชายทั้งนั้นเลย ไม่ก็ไซส์เล็กๆ ที่เราใส่ไม่ได้ orz


    เราไม่ค่อยได้ถ่ายบรรยากาศภายในงานเท่าไหร่ ส่วนมากมีแต่รูปเพื่อน กลับมาบ้านทีนี่แทบหารูปอย่างอื่นไม่เจอเลย เจอแต่รูปเพื่อน

    อยากบอกว่าเป็นงานที่เดินได้ทั้งวันไม่มีเมื่อยเลย ราคาของกิน หรือของต่างๆ ไม่ได้แพงอย่างที่คิดเอาไว้ ของกินก็ได้เยอะด้วย ชอบสุดคือร้านเคบับที่ราคาไม่แพง อร่อย แป้งนุ่มๆ กรอบๆ อร่อยถูกใจ กับร้านน้ำที่เราชอบมากๆ เขาขายน้ำบลูฮาวายกับพันช์ที่ใส่ถุงน้ำเกลือแทน อันนี้เรากินมาหลายงานแล้ว พอเจอที่งานนี้เราก็พุ่งเข้าไปซื้อและเติมหลายรอบมากๆ จนเขาจะจำหน้าได้อยู่ละ

    อีกอย่างคืออากาศดีมาก อากาศเย็นๆ ในตอนแดดแรงๆ ลมดีมาก ส่วนตอนเช้า-สาย-เย็น-ค่ำ ลมเย็นจนหนาวมากๆ เลยล่ะ ใส่เสื้อหนาวก็ไม่ช่วยอะไรเพราะลมมันแรง อิจฉาโซนอินเดียนที่มีก่อไฟผิงกันด้วย

    ร้านค้าที่ประทับใจคือร้านขายกล้องฟิล์มที่ฟรีโซนในสุดเลย เขาเอาถ่านมาให้ลองกล้องด้วย เราส่องอยู่นานมาก ลองอยู่นานมาก หาข้อมูลรุ่นกล้องอยู่นานมาก แต่ว่าไม่เจอว่าใช้ถ่านอะไรก็เลยต้องบาย แต่กล้องพี่เขาเยอะมากจริงๆ ราคาไม่แพงด้วย พี่เขาใจดีมาก พูดจาดี และเป็นกันเองโคตรๆ เลย

    อีกร้านก็เป็นร้านขายแผ่นซีดี แผ่นเสียง และเสื้อผ้ามือสอง ในฟรีโซนเช่นเดิม พี่คนขายก็วัยรุ่นๆ เดียวกันนี่แหละ พูดดี คุยเพลิน คุยสนุก เทสต์ดนตรีดีมาก ประทับใจ แต่คุยเพลินจริงๆ นะ 

    ส่วนร้านอื่นๆ คือประทับใจเหมือนเดิม ทั้งร้านถุงเท้าเจ้าประจำ (ที่เราเจอร้านนี้ในงาน Cheeze กี่ครั้งก็ต้องเสียเงินซื้อตลอด)  ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร ฯลฯ ประทับใจมากกกกกกก

    โซน Field Good Sound คือโซนที่ไลน์อัปประทับใจเรามาก แม้เราจะมาไม่ทันบางคนก็ตาม แต่เป็นโซนพักขา พักหู พักใจได้อย่างดี เพลงเขาฟังเพลินจริงๆ นะ เสียดายที้ Srisaja Rocker อยู่ค่ำวันอาทิตย์ ไม่งั้นเราคงได้ดูละ



    ถัดมาเป็นส่วนที่พัก เรากับเพื่อนก็ไปพักกันไกลจากที่จัดงานหน่อย ราคาไม่แพง แต่บรรยากาศดีโคตรๆ ห้องพักใหญ่มาก ร่มรื่นด้วย ดูแลดีมากๆ ด้วยเหมือนกัน


    เราจองห้องครอบครัวไป เพราะไปพักกัน 5 คน ตอนแรกก็คิดว่าเป็นบ้านด้านหน้า แบบสองหลังนี้ แต่ปรากฎว่าไม่ใช่เลยจ้า


    เรากลับได้ห้องพักชั้นบนของหลังนี้แทน ซึ่งอยากบอกว่ามันโคตรสวย อยากได้เป็นบ้านจริงๆ เลยล่ะ มันไม่ได้มีอะไรมากมายเลย แต่ว่ามันเรียบง่ายและน่าอยู่จริงๆ (แถมมันก็ยังนอนได้ 8 คนเชียวนะ) ห้องน้ำก็โอเคเลยล่ะ มีน้ำอุ่นให้ด้วย


    มีโซนให้ออกมานั่งรับสายลม แสงแดดด้วย คือดีงาม เรากับเพื่อนก็เลยจัดมุมถ่ายรูปกันซะเลย แหม แสงดี อากาศดี ใครล่ะจะไม่อยากถ่ายรูปเล่นกัน


    ที่นี่ยังมีบริการอาหารเช้าอีกด้วยนะ เป็นบุฟเฟต์ที่ส่วนกลาง มีซีเรียล ขนมปังปิ้ง โจ๊ก และสลัด ให้เลือกกัน 

    เราชอบส่วนกลางของที่นี่นะ มีของตกแต่งเป็นงานไม้หมดเลย นาฬิกาน่ารัก ตกแต่งน่ารักดี อีกอย่างคือร่มรื่นมากๆ ด้วย 




    แล้วเราก็จะขอจบไว้เพียงเท่านี้ เพราะไม่รู้จะเขียนอะไรต่อแล้ว มันเป็นงาน Festival ที่เราไปงานแรกเลยล่ะ สนุกและประทับใจมาก แม้ที่จอดรถจะจอดยากนิดนึง แถมตอนออกไปถนนก็ลำบาก เพราะรถมาจอดขอบทางเต็มไปหมดเลย แต่ก็สนุกดีที่ได้ไปกับเพื่อนๆ และได้มางานนี้ 




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in