เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Short StoryFrom the moon
Miss or Missing ความคิดถึงของฉันดั่งชายชุดสูท

  • และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ฉันพยายามไม่คิดถึง
    แต่กลับกลายเป็นว่าคิดถึงกว่าเดิมเสียอีก...

    เช้าวันหนึ่งฉันนั่งมองพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมแม่น้ำ พลางแหงนมองท้องฟ้า เห็นฝูงนกขนาดใหญ่ที่กระพือปีกอยู่บนอากาศ ทำไมรู้สึกถึงความอิสระจัง (ฉันคิดในใจ ) นี่มันนานแค่ไหนแล้วที่ตัวฉันไม่ได้มาสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ ในที่แห่งนี้ ที่ๆฉันจากมาที่เรียกว่าบ้าน บ้านของฉัน

    ฉันนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่แดดส่องอุ่นๆ จนกระทั่งอุณหภูมิของพระอาทิตย์ให้ความรู้สึกร้อนนิดหน่อย ตัวพระอาทิตย์เองที่ ในตอนแรกหลบอยู่หลังภูเขาก็ค่อยๆแสดงตัวออกมาอยู่เหนือภูเขาชะแล้ว แสงของพระทิตย์ที่สาดส่องลงมาสู่ผืนน้ำเป็นภาพที่สวยมากสำหรับฉัน ' ฉันรักที่นี่จัง! ' ( ฉันร้องออกไปแรงๆหนึ่งครั้ง ) แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงใดๆสท้อนกลับมา

    พอพูดเสร็จฉันก็หันหลังให้กับความสวยงามเหล่านั้น แล้วก้าวเท้าเดินออกมาจากตรงนั้น ด้วยความรู้สึกพอใจเป็นพิเศษ ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ฉันได้มองดูผู้คนที่ฉันคุ้นเคย และ รู้จัก มาตั้งแต่เด็กๆ จนตอนนี้ทุกสิ่งก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากหนัก
    ฉันยิ้ม และ พูดทักทายกับพวกเค้าอย่างที่เคยทำ มันยังคงเหมือนเดิม ตัวฉันก็ยังคงเหมือนเดิม

    ฉันเดินต่อไปเรื่อยๆ แล้วบังเอิญได้พบเห็นชายผู้สูงอายุคนนึงที่ยืนรดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ดูท่าทางแกมีความสุขดี แกมองมาที่ฉันด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเป็นระยะ ระยะ ชึ่งมันทำให้ฉันยิ้มตามอย่างไม่ต้องสงสัย ว่าเพราะอะไร เพราะฉันรู้จักกับลุงคนนั้นดี

    " สวัสดีค่ะ " ฉันพูดกับคุณลุง
    " เอ้อ สวัสดีตัวเล็ก " ลุงพูดตอบ

    " แหม่ม อารมณ์ดี ยิ้มแต่เช้าเลยนะค่ะ " ฉันพูด

    แกยิ้มให้ แล้วพูดว่า " มานานหรือยัง มาได้กี่วันแล้ว "

    " พึ่งมาถึงเมื่อวานเองค่ะ " ฉันตอบ

    " อ่อ กินอะไรมาหรือยัง มากินข้าวด้วยกันมั้ย " คุณลุงถาม

    " ได้สิค่ะ " ฉันตอบ

    หลังจากนั้นคุณลุงก็พาฉันเข้าไปในบ้าน
    ขณะที่เดินอยู่นั้นฉันมองดูรอบๆบ้าน แล้วทำให้ฉันนึกถึงวันเก่าๆในอดีตขึ้นมา ฉันเห็นชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดสูทนั่งอยู่บนเกาอี้ ที่บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยกองเอกสารมากมาย ฉันนั่งมองดูเค้าอย่างใจจดใจจ่อ เค้านั่งขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอะไรสักอย่าง หมุนเก้าอี้สลับกับมืออีกข้างที่จับปากกาหมุนไปมาอยู่อย่างงั้นหลายรอบ ดูแล้วช่างวุ่นวาย คงเครียดน่าดู ชายชุดสูทคนนั้นเป็นนักธุรกิจรายใหญ่ของบริษัทแห่งหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อน คือคุณลุงแก่ๆผมขาวในวันนี้
    พอเดินมาถึงห้องโถงชึ่งเป็นห้องที่ฉันคุ้นชินก็คือห้องครัว มีโต๊และเก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานอาหาร ที่ตอนเด็กๆฉันชอบมาทานอาหารค่ำกับชายชุดสูทและ ลูกสาวของเค้าชึ่งเป็นเพื่อนของฉันเอง
    นั่นมันก็นานมาแล้ว

    ฉันนั่งอยู่ตรงข้ามกับคุณลุง เราทานอาหารเช้าด้วยกัน ได้พูดคุยกันในหลายๆเรื่องตามภาษาคนที่ไม่เจอกันมานาน

    " ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างคะ " ฉันถาม

    "ก็ดีนะ ไม่ค่อยเป็นอะไรมาก " ลุงพูด

    " อ่อ ดีแล้วค่ะ ว่าจะชวนไปขึ้นเขาอยู่พอดี " ฉันพูด

    " ไม่ไหวมั้งหนู ลุงแก่ปูนนี้แล้ว ไม่ไหวจริงๆ " ลุงตอบ

    " งั้นสัญญากับหนูก่อนนะ ว่าจะไม่ไปไหนก่อนที่หนูจะเรียนจบ "

    " ได้สิ ลุงจะอยู่จนถึงวันที่หนูเรียนจบจะรอดูความสำเร็จของหนูนะ"

    "หนูจะทำให้ดีที่สุดเลยล่ะ รอดูได้เลยค่ะ " ฉันพูด

    " ทำให้ได้อย่างที่พูดละกัน " ลุงพูด

    " แน่นอนอยู่แล้วค่ะ " ฉันตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ

    เราเงียบกันไปครู่หนึ่ง

    " ยังคงคิดถึงใช่มั้ยคะ? " ฉันพูดขึ้นมา

    ฉันมองหน้าคุณลุง ที่ยิ้มอย่างเศร้าๆ

    " ก็คิดถึงนะ แต่จะทำยังไงได้ละเค้าจากเราไปนานแล้ว " ลุงพูด

    "หนูขอโทษนะค่ะ หนูไม่น่าพูดเรื่องนี้เลย "

    " ไม่เป็นไรหรอก ลุงไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก " ลุงพูด

    ความเงียบได้ทำหน้าที่อีกครั้ง ฉันไม่รู้จะพูดอะไร

    แล้วลุงก็พูดขึ้นว่า "ความทรงจำในอดีตไม่ว่าจะเร็วร้ายสักแค่ไหน มันก็แค่ส่วนหนึ่งที่ทำให้เรานึกถึงสิ่งที่เราเคยมีในเมื่อก่อน อย่าเอามันมาทำร้ายความรู้สึกในปัจจุบันนะ "

    " ค่ะ " ฉันตอบ

    ลูกสาวของคุณลุงเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่วนภรรยาก็จากไปหลังจากที่ลูกสาวพึ่งอายุได้ 5 ขวบ ฉันเลยไม่เคยเห็นตัวจริงภรรยาของคุณลุงแต่หากได้เห็นเป็นภาพถ่ายที่ติดไว้บนผนังของบ้านแทน

    หลังจากทานอาหารเสร็จฉันก็ได้พูดขอบคุณ สวมกอด และ บอกลาคุณลุง ด้วยรอยยิ้ม

    ก่อนที่เราจะไม่ได้เจอกันอีก 


     .   .   .   .   .   .   .   .   .   .   .  .   .   .   .    .   .   .


    เมื่อปีที่แล้วคุณลุงได้จากฉันไปด้วยโรคมะเร็ง ฉันไม่ได้ไปร่วมงานศพของท่านเพราะฉันไม่รู้ไม่มีใครบอก มารู้อีกทีก็ตอนกลับมาเยี่ยมบ้านอีกครั้ง
    มันน่าใจหายจริงๆแค่ลองคิดว่าวันธรรมดามีเขาอยู่แล้วจู่ๆเขาก็ไม่มีวันกลับมาแค่คิดมันก็หวิวๆละนะอยากให้มันเป็นแค่ฝันร้ายเหมือนกันนะไม่คิดว่าต้องมาจากกันเพราะความตาย และฉันเสียใจทำใจอยู่พักหนึ่ง แต่ฉันก็คิดถึงคุณลุงมากกว่า เพราะเวลาที่ฉันเดินผ่านบ้านของคุณลุงที่ไร
    ทำให้ฉันนึกถึงคุณลุง และ ลูกสาวของคุณลุงทุกครั้ง ฉันคิดถึงคำพูดที่แกเคยบอกกับฉัน ฉันคิดว่าฉันรู้ชึ้งถึงประโยคนั้นแล้ว การจากไปของคุณลุงได้ทำให้ฉันเข้าใจถึงการมีอยู่ และ การจากไปนั้นเป็นเช่นไร มันคงจะทรมาน และ เจ็บปวดมากถ้าหากเราคิดถึงสิ่งที่เคยมี สิ่งที่คุ้นเคย เคยได้สัมผัส แต่ตอนนี้มันไม่มีแล้ว มันน่าเศร้าเหมือนกันนะ

    การจากลา การสูญเสีย เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ก็คือความทรงจำ ไม่ว่าใคร หรือ สิ่งใดหากหายไป หรือ จากไปก็ตามเรายังสามารถจดจำ และ นึกถึงสิ่งนั้นได้เสมอ 


    เพราะหายไปจึ่งทำให้คิดถึง

    ไม่หายไป ก็คงไม่คิดถึง 

    เวลาทำให้ จำ ทุกอย่าง 

    เวลาทำให้ ลืม ทุกอย่าง

    ทุกอย่างที่ว่าคือ... ความทรงจำ




    ' Never let the sadness of your past
    And the fear of your future
    Ruin the happiness of your present '  - unknow uncle . 




    Story by the moon


    #เรื่องสั้น #life #live #die
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in