Sanook Review 2020sanookjungrai
Pain and Glory
  • เหตุผลที่อยากดูหนังเรื่อง Pain and Glory นี้ (หรือที่ชื่อเดิมคือ Dolor y Gloria) โดยส่วนตัวแล้ว คงไม่ใช่เพราะสไตล์การเขียนและกำกับของ Pedro Almodóvar หรือด้วยความที่เนื้อหามันเกี่ยวกับความรักของคนเพศเดียวกันซักเท่าไหร่ แต่ว่าเป็นเรื่องของความสนใจในตัวหนัง และในตัวของ Antonio Banderas ล้วน ๆ เลย
    .
    ด้วยความที่เคยดูหนังของ Antonio Banderas มาตั้งแต่ยังเด็กอย่างอย่างเรื่อง The Mask of Zorro (1998) และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย จึงมีความอยากเห็นการแสดงของเขา ในวัย 60 ปี ที่พาตัวเขาได้มาถึงการได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงชาย (แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ เพราะว่า Joaquin Phoenix ได้ไป) ซึ่งจะว่าไปแล้ว เขาก็ทำได้ดีมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกเจ็บปวดของตัวละคร ทั้งทางร่างกายและความรู้สึกทางใจ ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมาก แต่ก็คงไม่ถึงขั้น outstanding หรือ โดดเด่นเท่าบทบาทของ Joker จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก
    .
    ส่วนตัวหนังนั้น ก็ทำให้มีความรู้สึกอยากที่จะดูอยู่ไม่น้อย เพราะว่าเป็นผลงานตัวเก็งที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม และแน่นอนว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลนี้ไปคือเรื่อง Parasite ของ Bong Joon Ho อย่างที่รู้ ๆ กัน ซึ่งจริง ๆ แล้ว หนังเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดีมาก ๆ เรื่องหนึ่งเลยนะ แต่ก็คล้ายกับเหตุผลเมื่อย่อหน้าที่แล้วนั่นแหล่ะ ก็คือมันดี แต่ไม่ได้โดดเด่นเท่ากับหนังมาแรงอย่าง Parasite ที่ได้รับรางวัลไป
    .
    การได้ดู Pain and Glory ทำให้นึกถึงหนังมาแรงของปี 2017 อย่าง Call Me By Your Name ที่พูดถึงความรักในช่วงวัยหนึ่ง แต่สำหรับ Pain and Glory แล้ว การเล่าเรื่อง ยังมีความแตกต่างอยู่มาก อีกทั้งยังนำเสนอมิติของหนังที่มีความลึกอื่น ๆ มากกว่านั้น
    .
    หนังได้เลาถึง ช่วงชีวิตขาลงของนักเขียนบทและผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ Salvador Mallo (Antonio Banderas) ที่กำลังประสบปัญหาทางด้านสุขภาพทางกาย และทางใจ ซึ่งนั่นทำให้เขา ได้กลับมาพูดคุยกับ Alberto Crespo (Asier Etxeandia) อดีตนักแสดงที่มีชื่อเสียงในภาพยนตร์ของเขา ที่กลายเป็นว่า เหตุการณ์นั้นได้นำพาให้เขาหันมาพึ่งพายาเสพย์ติด เพื่อลดอาการเจ็บปวดทางกาย ก่อนที่เขา จะพบว่า การที่จะหายจากความเจ็บปวดที่แท้จริได้ง นั่นคือเขาต้องเผชิญกับความเจ็บปวดนั้น ๆ ด้วยตัวของเขาเอง
    .
    หนังใช้เทคนิคการเล่าเรื่องตามสไตล์ของผู้กำกับ Pedro Almodóvar ที่ถือว่าเป็นผู้กำกับที่เก่งมา ๆ ในเรื่องนี้ ด้วยการเล่าเรื่องของปัจจุบัน สลับกับเรื่องราวในอดีต ซึ่งทำให้หนังมีความน่าสนใจและน่าติดตามมาก ๆ
    .
    Pain and Glory ทำให้เราได้เข้าใจถึงความรู้สึกของตัวละคร และความปลง ของความไม่เที่ยง และการรับมือกับการสูญเสียของชีวิต ที่คนเราทุกคนล้วนต้องประสบกับสิ่งนี้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง นั่นก็เพราะว่า ความเจ็บปวด คือสิ่งหนึ่ง ที่เกิดขึ้นมาเพื่อย้ำเตือนให้เราได้รู้ว่า ความสุข มันเป็นเช่นไร
    .
    .
    .
    .
    .
    Ad : โคนิญโญ่

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in