อันนี้รีวิวจริงจังติ่ง(ซีรี่ส์)
Nothing To Lose (Judge vs. Judge)

  • ประเภท : ดราม่า / กฎหมาย    ช่อง SBS     ปี 2017-2018  32 ตอน(สั้น)   รับชมพร้อมซับไทยได้ที่ VIU

    นักแสดงนำ

    Park Eun Bin ( ผลงาน Age Of Youth / Father, I'll Take Care of You / Secret Door)

    Yun Woo Jin ( ผลงาน Introverted Boss / Queen For Seven Days / Marrigae, Not Dating)

    Dong Ha ( ผลงาน Suspicious Partner / Chief Kim )

    Kim Hae Sook ( ผลงาน Father Is Strange / I Hear Your Voice )

    เรื่องย่อ

    ผู้พิพากษา คือผู้ตัดสินชี้ขาดในกระบวนการยุติธรรม การตัดสินใจ จึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด แต่เมื่อเธอพบว่าคดีข่มขืนฆ่า ที่พี่ชายของเธอ เป็นคนร้าย กลับมีผู้ต้องสงสัยคนอื่น และเขาคนนั้นคือรุ่นพี่ที่สนิทกับเธอ เรื่องราวเมื่อ 10 ปีก่อน ถูกนำขึ้นมาสืบสวนอีกครั้ง เพราะความผิดพลาด ควรได้รับการแก้ไข และคนร้ายตัวจริง ควรได้รับการลงโทษ

    แต่คดีก็ดูจะมีความเกี่ยวพันกับบุคคลมากมาย และอาจเกี่ยวข้องกับคดีอื่นด้วย เมื่อมีความบริสุทธิ์ของผู้ที่ไม่ได้กระทำผิด เป็นเดิมพัน เธอจึงต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อหาความจริง

    ตัวอย่าง

    เรตติ้งเฉลี่ย 7 - 8 %

    ซีรี่ส์กฎหมายเล่าเรื่องในมุมของผู้พิพากษา ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นในซีรี่ส์นัก ถือว่าเป็นงานที่มีลักษณะงานค่อนข้างแตกต่างกับ อัยการ หรือ ทนาย ที่เรามักพบในซีรี่ส์แนวกฎหมายก่อนหน้านี้ พอสมควร ทำให้เรื่องน่าสนใจและแปลกใหม่ ถือว่าเรื่องนี้ตามมาเกาะกระแสซีรี่ส์กฏหมายที่กำลังเป็นที่นิยมในประเทศเกาหลี รวมทั้งมีกระแสความสนใจในประเทศไทยด้วย แต่ช่วงเปิดเรื่อง ออกจะไม่ได้รวดเร็วหรือมีอะไรให้ลุ้น และกดดันมากนัก จนถึงขั้นทำให้คนดูติดหนึบ (จุดนี้อาจจะมีบางส่วนที่เทไป) แต่ก็วางปมไว้เยอะ และค่อนข้างเกี่ยวข้องกับบุคคลรอบตัวนางเอก ซึ่งจะเป็นที่มาของดราม่าทางอารมณ์ในช่วงกลาง-ท้ายเรื่อง


    เมื่อเรื่องดำเนินมาเรื่อยๆ ก็เริ่มปล่อยข้อมูลต่างๆ และสร้างความสัมพันธ์กับคดีอื่น ในขณะเดียวกันก็เล่าเรื่องการทำงานของผู้พิพากษาทั้งในส่วนของการรับฟังคดี การพิจารณารวบรวมข้อมูล หรือกระทั่งการตัดสินลงโทษ (ตัวละครทีมงานผู้พิพากษาค่อนข้างมาก แต่มีบทบาทกับแกนหลักไม่กี่คน แต่ก็แสดงให้เห็นลักษณะการทำงาน และเป็นส่วนแทรกคดีย่อยๆ ทำให้เรื่องไม่ได้เล่นอยู่แค่คดีที่เกี่ยวกับนางเอกโดยตรงอยู่คดีเดียว)

    พระเอกก็อบอุ่น พระรองก็น่ารัก เรื่องหน้าขอเป็นพระเอกบ้างนะ

    แต่เสน่ห์ของบทเรื่องนี้คือ ค่อยๆเคี่ยวเรื่องให้ข้นขึ้นเรื่องๆ ทั้งเรื่องการสืบสวนหาความจริง และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ทั้งอารมณ์ดราม่า ที่ค่อยๆกดดันอารมณ์ (บทดราม่าจะตกหนักไปที่พระรอง-นางเอก) หรือการพัฒนาความสัมพันธ์โรแมนติกระหว่างพระ-นาง ซึ่งพัฒนาจากเพื่อนร่วมงานช้าๆ ถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ละครจนเกินไป มีลักษณะของเพื่อนร่วมงาน คือไม่ปุบปั๊บ ไม่เน้นฉากถึงเนื้อถึงตัว แต่อบอุ่น อุ่นใจ ไว้ใจ และคอยเป็นกำลังใจช่วยเหลือกัน ซึ่งทั้งๆที่ไม่ได้มีการแตะเนื้อต้องตัวอะไรมาก แต่พอดำเนินมาถึงช่วงท้ายเรื่อง แค่นั่งมองหน้า ยิ้มกันนิดๆ คนดูก็เขินกันม้วนแล้ว (เหมือนเว่อร์นะ แต่ต้องลองดูเองจะเข้าใจ 555) ยกตำแหน่งเลิฟไลน์ "น้อยแต่มาก" ให้เลย (กลุ่มผู้พิพากษาพูดจาสุภาพกันแทบตลอดเวลา เป็นกลุ่มคนทำงานที่มีเกียรติสูงพูดกันเอง ขนาดอายุงานไม่เท่ากัน ก็ยังมีควมสุภาพมากพระ-นาง ยังแทบไม่พูดเล่นหัวกันเลยตั้งแต่ต้น จนจบ มีพระรองพูดกับนางเอกแหละที่กันเอง)

    เรื่องนี้คนดูเสียน้ำตาไปกับชีวิตพระรองเยอะมาก

    ในส่วนของนักแสดงหลักของเรื่องทั้งรุ่นพระ-นาง และรุ่นพ่อแม่ ถือว่าได้รวมเอานักแสดงมากฝีมือ โดยเฉพาะการแสดงที่โดดเด่น และเรียกความเห็นใจ จนบางฉากถึงกับน้ำตาไหล จากการแสดงของดงฮา อูจินเรื่องนี้มีเสน่ห์มาก มาดนิ่งๆ พึ่งพาได้ แล้วยังได้ดงฮาที่บุคลิกในเรื่องต่างกันอย่างสิ้นเชิงมาสร้างสีสันและความน่าสนใจ ปมเรื่องความสัมพันธ์ของรุ่นพ่อแม่พระเอก และพระรองก็น่าสนใจมาก ได้นักแสดงมากฝีมือ ที่คุ้นหน้าคุ้นตาทั้ง 3 ท่าน มาขยี้ดราม่าให้ชีวิตพระรองยิ่งเศร้าไปอีก (แงๆ)

    ครอบครัวคุณอัยการฮันจุน

    รักสามเส้าที่หน่วงสุดๆ เพื่อนรัก - คนที่เพื่อนรัก - คนที่รัก
    บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าที่ตอนแรกเปิดมาเอื่อยๆมันเริ่มสนุกขึ้นมาตอนไหน แต่อารมณ์ประมาณค่อยๆใส่ค่อยๆให้คำใบ้ แล้วก็หลอกให้ลังเล เหมือนจะรู้ความจริง แต่ก็กลัวว่าจะมีใครปกปิดความจริงไว้อีก เหมือนจะเดาได้ แต่ก็ไม่แน่ใจซะทีเดียว แล้วก็ใส่ดราม่าความสัมพันธ์แต่ละคู่ แต่ละบ้านแล้วก็เติมหวานพอเขินๆสรุปไม่รู้สนุกตอนไหนนะ แต่พอดูมาถึงตอนจบ ก็ยกให้เป็นอีกเรื่องที่ชอบ

    เพลงประกอบ

    ***เรื่องนี้มีเพลงประกอบแค่ 3 เพลง แต่เพราะทุกเพลง***




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in