เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
my translated works and writing piecesrchyuan
untitled


  • "ซื้อมาทำไมวะเยอะแยะ?"


    คำถามผุดขึ้นในหัวขณะโกยเอาหนังสือธรรมะเล่มที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ใส่ลงถุงพลาสติกใบใหญ่สีดำ ปะปนกันนั้นมีจิตวิทยาเชิงบวก ฮาวทูและเซลฟ์เฮลป์รุ่นบุกเบิก หรือลูกผสมระหว่างสามสี่อย่างนี้ แต่ละถุงน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กิโลฯ


    ก็แม่แกอยากให้เอาไปทิ้งน่ะ ใครจะทำไม?


    ช่วงนี้ตรุษจีนอะเนาะ ต้องทำความสะอาดบ้านสักหน่อย อะไรที่ไม่อ่านแล้วเก็บไว้ก็รกบ้านเปล่าๆ สู้เอาไปให้คนเก็บขยะชั่งกิโลขายได้ประโยชน์กว่า


    หนังสือขนไปทิ้งหมดแล้ว

    แต่คำถามยังอยู่


    “เพื่ออะไรเนี่ย?

    ชอบอ่านหนังสือธรรมะขนาดนั้นเลยเหรอ?

    หรือเพราะสมัยนั้นมันฮิตเฉยๆ เลยซื้อตามๆ กัน?”


    เอาน่า เรื่องของเขา เงินของเขา 

    ช่างมันเถอะ

    รีบๆ เก็บให้เสร็จแล้วไปดูหนังดีกว่า


    มองย้อนไปแล้วก็อยากเขกหัวตัวเอง


    แย่หน่อยนะที่ตอนนั้นดองคำถามไว้เป็นเดือน และไม่คิดแม้แต่จะขอฟังคำเฉลย เพราะคำถามพวกนั้นจะวกกลับมาสะกิดใจแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย รู้ตัวอีกที ก็นั่งสะอื้นไห้น้ำตาแตกไปแล้วตอนเห็นคอลเลกชันหนังสือของคาลัม


    ความรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะหรือ “โรค” ซึมเศร้าของคนในสังคมเมื่อก่อนต่างจากสมัยนี้ขนาดไหนกันนะ? ถ้าการไปพบจิตแพทย์ รับยาต้านเศร้า และอ่านหนังสือจิตวิทยาเชิงบวกเป็นวิธีที่คนรุ่นใหม่ใช้รับมือกับการแก่งแย่งแข่งขันกันในโลกทุนนิยม และความห่อเหี่ยวซังกะตายในชีวิตที่ตามมา วิธีรับมือกับประเดประดังของชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่ง (ซึ่งเรียนจบแค่ชั้น ป.4) พอจะนึกได้คงเป็นการหาหนังสือแนว “คิดดี-มีสุข” มาอ่านล่ะมั้ง แน่นอนว่านั่นอาจไม่ใช่วิธีรับมือที่ได้ผลที่สุด แต่ก็ดีพอแล้วเท่าที่เงินในกระเป๋า ณ เวลานั้นและร้านหนังสือกากๆ ในจังหวัดจะเอื้ออำนวย


    เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ตอนกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว วิ่งตามความฝันของชนชั้นกลาง—ธุรกิจเล็กๆ ของตนเอง บ้านหนึ่งหลัง รถยนต์หนึ่งคัน ครอบครัวสุขสันต์ ลูกๆ ได้เรียนโรงเรียนดี—ตอนนั้นแม่คิดอะไรอยู่นะ? ในใจรู้สึกอย่างไร? กังวล สับสน และกลัดกลุ้มบ้างหรือเปล่าเมื่ออะไรๆ ไม่เป็นดั่งใจ?


    ที่ผ่านมาไม่เคยนึกถามแม่เรื่องนี้เลย ไม่สิ ไม่แม้แต่จะคิดหรือจินตนาการเลยด้วยซ้ำว่าแววตาคู่นั้นอาจมีทุกข์ตรมหมองหม่นซ่อนอยู่ข้างใน—ไม่เคยเห็นเขาเศร้าเลย ก็แปลว่าต้องโอเคน่ะสิ?—ช่างไร้เดียงสาเสียนี่กะไร เป็นความเพ้อฝันไร้เดียงสาแบบเดียวกับเด็กหลายๆ คนที่มีภาพจำว่าแม่เก่งที่สุดในโลก แม่คือยอดมนุษย์ ไม่มีอะไรที่แม่ทำไม่ได้


    แต่ก็นั่นแหละ 


    "แม่" ที่เราคิดว่าเรารู้จักกับ "แม่" ที่แม่อยากให้เรารู้จักอาจไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวกัน


    มันคงเจ็บปวดเกินไปถ้าได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาต้องยอมแลกอะไรบ้างเพื่อเลี้ยงลูกสองคนให้อยู่รอดปลอดภัยและเติบโตมา "เป็นผู้เป็นคน" ได้ (ถึงจะไม่ค่อยเต็มเต็งเท่าไหร่นัก) ในประเทศบิดๆ เบี้ยวๆ แห่งนี้ (ว่าแต่ คนที่เติบโตมาในสังคมนี้ได้อย่างสมบูรณ์พร้อมไร้รอยขีดข่วนนี่มีอยู่จริงเหรอ?)


    โลกนี้มันบ้าบอขนาดไหนกัน มนุษย์คนหนึ่งถึงต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และจิตวิญญาณมากถึงเพียงนี้เพื่อเลี้ยงอีกชีวิตขึ้นมา? ใยจึงเชิดชูความเสียสละอุทิศตนและการฟันฝ่าอุปสรรคในเมื่ออุปสรรคนั้นไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว? การเป็นพ่อคนแม่คนมันควรจะง่ายกว่าที่เป็นอยู่หรือเปล่า?


    ทุกวันนี้แม่เลิกอ่านหนังสือฝึกสมาธิเจริญสติแล้ว (แต่ยังขอให้เราซื้อหนังสือสวดมนต์เล่มใหม่จากงานสัปดาห์หนังสือไปให้อยู่ เพราะอะไรไม่อาจทราบได้) 


    จริงๆ จะซื้อมาอ่านอีกก็ได้แหละ ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่แค่อยากให้ซื้อมาเพราะสนใจจริงๆ 


    ไม่ใช่เพราะลึกๆ ข้างในมีปัญหาอะไร


    Aftersun (2022, Charlotte Wells)



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in