เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ภาษาพาเพลินFayathi Sorap
ภาษาอังกฤษน่ารู้
  •      สวัสดีค่ะ

         ก่อนจะไปเรื่องอื่น ขออัพเดทสถานการณ์ก่อน คุณผู้อ่านจำกรณีของป้าเราที่เจอไปรษณียบัตรแปลกๆแจ้งว่ามีพัสดุตกค้าง ซึ่งเราเขียนเล่าไปเมื่อวันอังคารที่แล้วได้ไหมคะ

         สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ป้าเล่าว่า นิติบุคคลคอนโดฯมาหาป้า บอกว่ามีจดหมายค้างอยู่ฉบับหนึ่งจริงๆ แล้วมอบจดหมายฉบับนั้นให้ป้า ป้าเลยถามว่าอ้าว แล้วหนังสือแจ้งหน้าตาแปลกๆแผ่นนั้นคืออะไร เขาตอบ(ประมาณ)ว่า
         มันคือเอกสารของนิติบุคคลฯ จริงๆแผ่นนั้นน่ะต้องอยู่ที่นิติบุคคลฯ แต่ด้วยความผิดพลาดอย่างไรก็ไม่รู้ล่ะ มันเลยไปอยู่ที่กล่องไปรษณีย์ของลูกบ้านอย่างที่เห็น 
         ทำเอาเรากับแม่งงเป็นไก่ตาแตกไปเลย นึกว่าเจอมิจฉาชีพเสียแล้ว
         อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าเรื่องแปลกๆทุกเรื่องจะจบอย่าง happy ending เหมือนกรณีป้าเรา เพราะฉะนั้น ถ้าเจออะไรแปลกๆ ขอให้ตั้งสติให้ดี สอบถามข้อมูลให้รอบด้าน และอย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวกับใคร และห้ามโอนเงินให้ใครเป็นอันขาด นะคะ 

         มาสู่เรื่องของวันนี้


         บังเอิญอ่านโน่นอ่านนี่ไปเรื่อย แล้วไปเจอเข้ากับเพจหน้านึงค่ะ เขาแนะนำภาษาอังกฤษได้น่าสนใจทีเดียว ก็เลยนำ link มาฝาก แล้วก็มายกตัวอย่างประกอบคร่าวๆ ให้ ส่วนรายละเอียดฉบับเต็มอ่านเพิ่มได้จากในเว็บไซต์นะคะ 

         เว็บนี้ก็คือ https://www.boredpanda.com/pronunciation-mistakes/

         เนื้อหาพูดถึงเกร็ดหรือกลเม็ดเคล็ดลับเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ โดยจะเน้นไปที่คำศัพท์เป็นหลักค่ะ 

         ตัวอย่างเนื้อหาในเว็บไซต์ ได้แก่


         1. fish 
         คุณผู้อ่านคิดว่า รูปพหูพจน์ของ fish คืออะไรคะ? fish หรือ fishes 

         เฉลย : ถูกทั้งคู่ค่ะ 

         เอ้า งง (ให้เวลางง 5 นาที) 

         ข้อมูลในเว็บนี้บอกว่า รูปพหูพจน์ของปลามีสองแบบ คือถ้าเราพูดถึงปลาชนิดเดียวกันหลายๆตัว สามารถใช้ศัพท์เดิมคือ fish เป็นทั้งรูปเอกพจน์และพหูพจน์ได้

         ส่วน fishes นั้น จะใช้กรณีที่พูดถึงปลามากกว่า 1 ตัว และ มากกว่า 1 ชนิด ค่ะ

         อ่านแล้วก็อึ้งเหมือนกันนะว่า อ้าว เหรอ นี่ก็จำว่าเวลาคำนามลง h พหูพจน์เติม -es ธรรมดา มาโดยตลอดเหมือนกัน 
         เออมันก็แปลกดี 


         ยกตัวอย่างอะไรอีกดี นี่ละกัน 


         2. hospital 
         แฮ่ ไม่ได้จะมาพูดถึงคำเหมือนของโรงพยาบาลหรอกนะคะ จะมาพูดถึงการใช้ preposition ที่ต่างกันอันนำมาสู่ความหมายที่ต่างกันต่างหาก 

         ถามคุณผู้อ่านค่ะ การพูดว่า ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้คำว่า at กับ in ต่างกันไหมคะ? 

         ข้อมูลในนี้บอกว่าต่างกันค่ะ 

         ถ้าเราพูดว่า I'm in the hospital. จะแปลว่า เราไปโรงพยาบาล เพื่อ หาหมอ/รับการรักษา
         แต่
         ถ้าเราพูดว่า I'm at the hospital. จะแปลว่า เราไปเยี่ยมคนไข้ในโรงพยาบาล ค่ะ 

         เออ ตรงนี้เราก็ไม่เคยคิดไม่เคยใช้เลยแฮะ 


         สนุกดีไหมคะ นอกจากนี้ก็จะเกี่ยวกับคำศัพท์เป็นหลักค่ะ เช่น


         3. การใช้ preposition
         เป็นอีกเรื่องที่หากจะจำก็เป็นอะไรที่ยิบย่อยสุดๆไปเลยค่ะ ถ้า in ต้องใช้กับศัพท์นี้ๆๆ at ใช้กับนี้ๆ by ใช้กับนี้ๆ ฯลฯ 
         อย่างการเดินทางต่างๆค่ะ ถ้าโดยรถไฟ จักรยาน ก็จะใช้กับ by (by train, by bike) แต่ถ้าใช้ว่า ไปในรถ ก็จะใช้ in (in a car) แต่ถ้าเดินเท้าเปล่า ใช้ on (on foot) เป็นต้น
         จริงๆก็จำจากการใช้จริงในชีิวิตประจำวันเอาน่ะค่ะ 

         แต่ถ้าใครฟิตอยากท่องก็ตามสะดวกค่ะ จดจากเว็บนี้ไปได้เลย มีเยอะอยู่ 


         4. การใช้ศัพท์ทดแทนคำว่า very 
         คนเรียนภาษาอังกฤษจากโรงเรียนน่าจะคุ้นกับการใช้ very เช่น very good (น่าจะเจอบ่อยสุด) very bad, very hot ฯลฯ ซึ่งมันเป็นวิธีการพูดที่ง่าย เราเพียงนำคำคุณศัพท์มาสักคำ ใส่ very เข้าไป ก็จะแปลว่า ..มาก 
         ซึ่งเว็บนี้บอกเราว่า Man, just quit หยุดเหอะแก มีคำศัพท์อื่นให้ใช้เยอะแยะ แล้วก็แปะศัพท์มาให้เป็นตับเลยค่ะ

         เช่น แทนที่จะใช้ very big สามารถใช้คำว่า massive 
         เสริมให้ นอกจาก massive คำว่า big ยังมีคำเหมือนที่สามารถใช้แทนได้อีกนะคะ เช่น gigantic, enormous, huge เป็นต้น

         และตามประสบการณ์จริง เวลาคนต่างชาติเขาจะชมเรา หลายครั้งเขาก็ไม่ได้ใช้ very good นะ เขาใช้คำว่า excellent บ้าง brilliant บ้าง (brilliant จะเจอบ่อยตอนอยู่อังกฤษ เหมือนคนอังกฤษเขานิยมใช้คำนี้มากกว่า)

         ลองจดจำและนำไปใช้ดู เว็บฝั่งตะวันตกเขาบอกว่า ใช้ศัพท์ระบุลักษณะไปเฉพาะแทนการใช้ very น่ะ
         เท่ห์กว่ากันเยอะเลย  


         5. วิธีอ่านคำต่างๆ 
         อย่างหนึ่งทีี่ภาษาอังกฤษกวนประสาทมากกว่าภาษาอื่นเช่นเยอรมันหรือสเปน(ในฐานะคนเคยเรียนมา อุ๊บส์) คือการอ่านค่ะ ในขณะที่สองภาษาหลังเขียนอย่างไรก็อ่านอย่างนั้น 
         อังกฤษไม่ใช่ 

         และจากในบทความ เดาได้เลยว่าไม่ใช่เฉพาะคนไทยหรอกที่สับสนว่า ศัพท์บางตัว สะกดอย่างนี้ต้องอ่านอย่างไร ท่าทางจะมีคนสับสนกันทั่วโลก 
         เว็บนี้ก็นำตัวอย่างมาฝากเช่นกัน

         เช่น women ที่แปลว่า ผู้หญิง ซึ่งอยู่ในรูปพหูพจน์ เราไม่อ่านว่า วู-เม่น นะคะ เราอ่านว่า วี-เม่น 

         ลองศึกษาและนำไปใช้นะคะ อ่านผิดพูดกะฝรั่งไม่รู้เรื่องนา (เคยโดนมาละ หุหุ)



         และนี่ก็เป็นตัวอย่างคร่าวๆของเนื้อหาเว็บไซต์นี้ค่ะ ใครสนใจฉบับเต็มก็เข้าไปดูได้ตาม link ที่ให้นะคะ และหากอยากท่องเป็นเรื่องเป็นราวก็สามารถเซฟเก็บไว้หรือจดใส่สมุดได้ค่ะ 

         คนเราต้องไม่หยุดเรียนรู้ค่ะ


         สวัสดีค่ะ 


         ปล. อย่างไรก็ดี เนื่องจากเว็บนี้เป็นเว็บปกิณกะทั่วไป ไม่ใช่เว็บเกี่ยวกับภาษาโดยเฉพาะ ดังนั้นแล้วเนี่ย หากอ่านข้อไหนแล้วไปกระตุ้นต่อม เอ๊ะ ว่า เอ๊ะ ใช่เหรอ ที่เคยเข้าใจมันต่างจากนี้นะ ก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบก่อนจดจำก็ดีนะคะ เราจะได้ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้องค่ะ  
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in