เมื่อคนไม่ดูหนังมาดูหนังlonelykitty
October Sonata :รักที่รอคอย (2009)

  • ***บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์***

     


    เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสได้ดูหนังเรื่อง October sonata หรือ รักนี้ที่รอคอย หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นอายบรรยากาศทางการเมืองเดือนตุลาคมอย่างเต็มเปี่ยมภายในเรื่องแทรกเหตุการณ์ทางการเมืองและตั้งคำถามกับสังคมเยอะเสียจนต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่าหรือว่าจริง ๆ มันเป็น       หนังการเมืองกันนะ

    เรื่องราวความรักที่ปรากฏในหนังโดดเด่นไม่แพ้ประเด็นทางการเมืองภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดให้ผู้อ่านตีความให้เป็นหนังการเมืองปนรักก็ได้หรือให้เป็นหนังรักปนการเมืองก็ไม่ผิด นับว่าภาพยนต์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ผสมผสานเนื้อหาที่ต่างกันได้อย่างลงตัวและแนบเนียน


               ฉันอยากเป็นแบบเพลินจ้ะ พี่รวี 


    เธอก็เป็นเช่นเพลินจากหนังสือ "ลูกผู้ชาย" ของศรีบูรพาจริง ๆ ฉันอดคิดเช่นนี้ไม่ได้แม้ว่าจะเห็นใจเธออยู่ไม่น้อยก็ตามระหว่างผู้ชายสองคนคือ รวี” คนในใจของเธอ คนที่เป็นเฉกเช่นแสงนำทางชีวิตของเธอแต่รวีกลับเป็นตัวตนไม่มั่นคงและหาโอกาสเจอได้เพียงปีละครั้งบางปีก็หายไปและไม่มีหนทางที่จะติดต่อ ราวกับว่าเป็นเจ้าชายในฝัน เทียบกับ เฮียลิ้ม” ที่พยายามทำดีกับเธอ เอาใจเธอเรียกได้ว่าปรนเปรอเธอเกือบทุกอย่าง แม้ไม่ใช่ชายในอุดมคติแต่เฮียลิ้มกลับมอบความมั่นคงทางวัตถุและสังคมให้กับแสงจันทร์เสมอมาถึงแม้ว่าในบางคราความดื้อดึงและนิสัยขี้หึงของลิ้มก็ทำให้แสงจันทร์ลำบากใจไม่น้อยถ้าให้แสงจันทร์เลือกระหว่างสองคนนี้แน่นอนว่าเธอต้องเลือก "รวี" ชายที่ตนเองรักแต่ในความเป็นจริงแล้วกลับมีข้อจำกัดมากมายที่ทำให้เราเลือกในสิ่งที่เราอยากไม่ได้โดยเนื้อเรื่องสอดแทรกทั้งข้อจำกัดเรื่องเงินทอง การประกอบอาชีพ ฐานะความไม่เท่าเทียมในสังคม ประกอบกับเวลาที่ไหลผ่านไป  เรื่อย ๆ และลูกตื๊อของลิ้มทำให้แสงจันทร์จำใจอยู่กินกับลิ้มอย่างไม่มีทางเลือกมากนัก


    ฉันไม่ได้จะกดขี่แสงจันทร์ว่าไร้ซึ่งสิทธิในการเลือกคู่ครองหรือจะสบประมาทรักที่เธอมีต่อรวีนั้นเป็นของปลอม เพียงแต่ว่าเมื่อถึงทางแยกของชีวิต เมื่อถึงเวลาเลือกระหว่าง ความฝัน” กับความจริง หลายคนถูกบีบคั้นให้เลือกความจริงอย่างอย่างไม่เต็มใจ แม้ว่าเราจะพยายามไล่ตามความฝันมากเพียงใดก็มีความจริงวิ่งไล่หลังเข้าประชิดตัวมายัดเยียดให้เรายอมรับกันแบบซึ่งๆ หน้า


    แม้จะไม่ได้ลงรายละเอียดถึงรวีและลิ้มมากนักก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่เห็นใจพวกเขา 

    ทั้งรวีและลิ้มต่างก็ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดไม่ต่างกับแสงจันทร์ทั้งลิ้มที่ครอบครองได้เพียงกายแต่ใจของคนรักกลับอยู่ที่ผู้อื่น และ รวีที่ถูกสถานการณ์การเมืองถาโถมเสียจนเขาแทบหาโอกาสมาพบคนที่รักไม่ได้แถมมารู้ตัวอีกทีคนรักกลับแต่งงานกับชายอื่นไปเสียแล้ว


                         ในความสัมพันธ์นี้ไม่มีใครเป็นคนผิด

    ฉันเห็นใจทุกคนในเรื่อง เพียงแต่ว่าความจริงนั้นช่างยากที่จะยอมรับความจริงนั้นเจ็บปวดและไม่อาจหลีกหนี สิ่งที่พอจะทำได้นั้นมีเพียงยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบของสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตและมองถึงเส้นทางข้างหน้าเฉกเช่นในตอนจบของภาพยนต์ที่แสงจันทร์ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ถูกผูกมัดอยู่กับอดีตยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นและพร้อมที่จะเริ่มต้นก้าวใหม่ของชีวิตแม้จะเป็นเรื่องยากและอาศัยระยะเวลาก็ตาม


          ฉันนับถือแสงจันทร์จริง ๆ ที่เธอสามารถก้าวข้ามผ่านความผิดหวังนี้ไปได้



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in