เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
รีวิวเว้ย (3) – Chaitawat Marc Seephongsai
ประวัติศาสตร์การทูต By ศิวพล ชมภูพันธุ์
  • รีวิวเว้ย (2259) ประวัติศาสตร์การทูตมีความสำคัญกระทั่งในสมัยปัจจุบัน เพราะประวัติศาสตร์การทูตเป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องและความหลากหลายของวิธีการที่โลกของการทูตได้พัฒนาขึ้น เพื่อจัดการความสัมพันธ์ระหว่างกันภายใต้เงื่อนไขทางการเมือง วัฒนธรรม และอำนาจที่แตกต่างกันในแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันเรายังคงต้องศึกษาประวัติศาสตร์การทูตอยู่เป็นเพราะการศึกษาพัฒนาการเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เราสามารถทำความเข้าใจถึงรากฐานของระเบียบระหว่างประเทศที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันได้ แต่ยังช่วยเปิดโอกาสให้เราได้มองเห็นถึงประสบการณ์ทางการทูตอันหลากหลายที่เคยเกิดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ก่อนที่แนวปฏิบัติในอดีตบางประการจะหล่อหลอมและพัฒนามาเป็นมาตรฐานของสังคมระหว่างประเทศในเวลาต่อมา  
    หนังสือ : ประวัติศาสตร์การทูต วิวัฒนาการแห่งพันธกิจในสังคมระหว่างประเทศ
    โดย : ศิวพล ชมภูพันธุ์
    จำนวน : 282 หน้า 
    .
    "ประวัติศาสตร์การทูต วิวัฒนาการแห่งพันธกิจในสังคมระหว่างประเทศ" เป็นตำราที่มุ่งอธิบายความหมายของการทูตในฐานะสถาบัน โดยเลือกใช้กรอบการวิเคราะห์จากสำนักอังกฤษ (English School) ซึ่งเน้นแนวคิดสำคัญที่จะใช้ตลอดทั้งเล่ม ได้แก่ สังคมระหว่างประเทศ สถาบัน และบรรทัดฐาน ตำราเล่มนี้ยึดถือข้อสังเกตของอดัม วัตสันที่ว่า เมื่อหน่วยการเมืองหลายหน่วยดำรงอยู่ร่วมกันและส่งผลกระทบต่อกัน การติดต่อสื่อสาร การเจรจา และการแสวงหาข้อตกลงร่วมกันย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
    .
    ในส่วนแรกของ "ประวัติศาสตร์การทูต วิวัฒนาการแห่งพันธกิจในสังคมระหว่างประเทศ" ผู้เขียนได้พาผู้อ่านย้อนกลับไปสำรวจการทูตในโลกโบราณ โดยครอบคลุมภูมิทัศน์ตั้งแต่ดินแดนตะวันออกใกล้ กรีก โรมัน ไบแซนไทน์ ระบบบรรณาการของจีน โลกอิสลาม ไปจนถึงการทูตของอินเดียโบราณและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การนำเสนอในส่วนนี้จัดทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า แม้หน่วยการเมืองในอดีตจะมีความลักษณะแตกต่างจากรัฐสมัยใหม่อย่างมาก แต่การส่งทูต การเจรจา และการสร้างพันธะระหว่างหน่วยการเมืองก็ปรากฏอยู่แล้วในรูปแบบที่หลากหลาย
    .
    ถัดจากโลกโบราณ "ประวัติศาสตร์การทูต วิวัฒนาการแห่งพันธกิจในสังคมระหว่างประเทศ" ได้วิเคราะห์การก่อตัวของระบบการทูตยุโรปสมัยใหม่ ตั้งแต่ยุคกลาง ผ่านนครรัฐอิตาลี การทูตแบบฝรั่งเศส และมรดกเวสต์ฟาเลีย จุดเน้นสำคัญของหนังสือคือการประชุมใหญ่แห่งเวียนนา ปี ค.ศ. 1815 ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญของมหาอำนาจในการออกแบบระเบียบระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังครอบคลุมพัฒนาการในช่วงปี ค.ศ. 1850-1914 ที่ระเบียบเวียนนาต้องเผชิญกับแรงกดดันจากลัทธิชาตินิยม รวมถึงการขยายตัวของสังคมระหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกรณีของ จีน ญี่ปุ่น และสยาม ที่เผชิญความท้าทายภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน
    .
    เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 "ประวัติศาสตร์การทูต วิวัฒนาการแห่งพันธกิจในสังคมระหว่างประเทศ" พิจารณาสงครามโลกครั้งที่หนึ่งในฐานะจุดล้มเหลวของระเบียบเดิม ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ "การทูตแบบใหม่" และการก่อตั้งสันนิบาตชาติ จากนั้นจึงอธิบายการทูตในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ผ่านการก่อรูปของมหาพันธมิตรและการประชุมสุดยอดผู้นำ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามนำบทเรียนจากความล้มเหลวของสันนิบาตชาติ มาสร้างสถาบันระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น
    .
    ​สำหรับยุคสงครามเย็น "ประวัติศาสตร์การทูต วิวัฒนาการแห่งพันธกิจในสังคมระหว่างประเทศ" แบ่งการวิเคราะห์ออกเป็นสองช่วง ได้แก่ ช่วงต้นสงครามเย็น (ค.ศ. 1945-1962) ซึ่งอธิบายการทูตในสภาวะโครงสร้างอำนาจแบบสองขั้ว การจัดการวิกฤตการณ์อย่างเช่นวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา และการประมวลกติกาการทูตสากลผ่านอนุสัญญากรุงเวียนนา ส่วนช่วงปลายสงครามเย็น (ค.ศ. 1963-1991) จะมุ่งเน้นไปที่การทูตในยุคผ่อนคลายความตึงเครียด กระบวนการเฮลซิงกิ การทูตสามเส้าระหว่างสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต และจีน ตลอดจนการตัดสินใจของกอร์บาชอฟที่มีส่วนสำคัญต่อการสิ้นสุดของสงครามเย็น
    .
    ​ในบทสุดท้าย "ประวัติศาสตร์การทูต วิวัฒนาการแห่งพันธกิจในสังคมระหว่างประเทศ" ปิดท้ายด้วยการศึกษาการทูตในทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นยุคโลกขั้วอำนาจเดียว และเป็นช่วงที่ความคาดหวังต่อระเบียบโลกใหม่ถูกทดสอบจากวิกฤตด้านมนุษยธรรมในบอสเนีย รวันดา และโคโซโว ผู้เขียนเลือกจบการนำเสนอที่ทศวรรษ 1990 เนื่องจากถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมัยใหม่ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 โดยรวมแล้ว ตำราเล่มนี้ไม่เพียงช่วยให้เข้าใจรากฐานของระเบียบระหว่างประเทศในปัจจุบัน แต่ยังเปิดโอกาสให้มองเห็นประสบการณ์ทางการทูตอันหลากหลายที่เคยดำรงอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกด้วย  

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in