my diary l 내 다이어리withflyboy
ประสบการณ์ครั้งแรก กับการสัมภาษณ์ฝึกงานที่นาดาว

  • " เราเชื่อว่าหลายๆคนมีความฝันกัน และเราก็เป็นอีกคนที่อยากเดินตามความฝันของตัวเอง
    ถึงแม้ว่าทางที่เราเดินอยู่ตอนนี้ เส้นทางการเรียนของเราจะคนละสายก็ตาม "


    ปกติเราจะเข้าไปที่เพจของนาดาวเพื่อไปดูว่าทางบริษัทมีเปิดรับฝึกงานหรือสมัครงานอะไรไหม
    และเราก็ไม่ผิดหวัง เพราะตอนที่เราเปิดเข้าไป บังเอิญว่านาดาวเปิดรับสมัครฝึกงานพอดี
    วันนั้นก็รีบโหลดใบสมัคร พิมพ์ข้อมูลลงไป ประกอบกับตอนแรกที่เราสมัครบริษัทแนวๆนี้
    เราก็ทำพวกพอร์ตอะไรแบบนี้ไว้ ทั้งงานPhotoshop งานตัดต่อคลิป
    ตอนนั้นที่ส่งไปคือมีเวลาส่งแปบเดียวจริงๆ เพราะเราพึ่งมาเห็นวันที่13 กค.
    และมันหมดเขตส่งวันที่15 กค. เรียกได้ว่างานเผามากๆเลย 555555555555
    ตอนนั้นคือก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าเราอยากส่งจริงๆ อยากลองเดินเข้าหาโอกาส
    ในใจก็แอบคิดนิดนึงว่าเค้าอาจจะเลือกเรา
    แต่ไอ้ที่คิดคือเปอร์เซ็นน้อยมากของมากของมากอะ เพราะว่ามันมีหลายปัจจัยที่เค้าจะไม่เลือกเรา
    เช่น คณะที่เรียน ความสามารถ เรื่องที่สำคัญคือมันคือฝึกงาน
    แต่เราเรียนจบแล้ว ถึงแม้ว่านาดาวจะเขียนว่าไม่จำกัดอายุ
    แต่เราก็คิดว่าเค้าคงให้โอกาสกับเด็กปี3ปี4มากกว่าเรา อะไรแบบนี้เป็นต้น .



    หลังจากที่ส่งไป ผ่านไปหลายเดือน เอาจริงๆก็ไม่นานนะ แต่จะว่านานก็ได้
    คือเราส่งไปวันที่ 13 กค จนผ่านเข้าเดือนสิงหาคมละ
    เราก็คิดว่าเออนาดาวคงไม่ติดต่อมาละ เราคงไม่ได้ไรแบบนี้
    แต่ความบังเอิญมันก็มีอยู่จริง วันพุธที่9 สิงหาคม มีเบอร์แปลกๆโทรมา
    เราก็กดรับ แล้วสิ่งแรกที่เราได้ยินคือ 
     " สวัสดีค่ะ พี่โทรมาจากนาดาวบางกอกนะคะ "
    แค่นั้นที่หยุดสมองไว้เลย คือแบบเห้ยยยยยยยยยย ! นาดาวว นาดาวจริงๆเหรอวะ 
     " พอดีพี่สนใจ แล้วก็ที่เขียนในใบสมัครว่าฝึกได้นานกว่านี้ คือยังไงคะ "
    เราก็ตอบเค้าไปว่าเราสามารถฝึกได้นานกว่านี้จริงๆ
    " ตอนนี้เรียนอยู่ปีอะไรคะ "
    เราก็ตอบว่า ตอนนี้เรียนจบแล้วค่ะ แต่อยากฝึกงานที่นาดาว
    ทางพี่เค้าก็ตอบกลับมาว่า โอเคค่ะ เดี้ยวพี่จะติดต่อกลับไปภายในอาทิตย์นี้/หน้านะคะ
    พอพี่เค้าวางสาย จบการสนทนาปุ๊ป !
    เรารีบวิ่งลงบันไดมาพูดกับพ่อแม่เลยว่า นาดาวโทรมา
    ไลน์หาพี่สาวตัวเอง คือทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจริงๆ
    จนไม่อยากจะเชื่อว่านาดาวโทรมาหาเรา



    ตอนนั้นเรานั้งรอวันที่นาดาวจะติดต่อกลับมา คือเครียดนะ
    กลัวเค้าจะไม่ติดต่อกลับมา คือนี้มีประสบการณ์โดนเทจากการบินไทยรอบนึงแล้ว
    บอกว่าจะโทรกลับมาแต่ก็หายไป เราเลยโคตรกลัวเลย
    กลัวว่านาดาวจะเทเรา ไม่ติดต่อกลับมาแล้ว  ผ่านไปอาทิตย์นึง
    นาดาวก็ยังไม่ติดต่อกลับมา เราก็เริ่มกลุ้มใจมากขึ้น
    ได้แต่หวังให้เค้าติดต่อกลับมา พอถึงวันที่ 21 สค. เราก็เปิดเมลอยู่ หันกลับมารู้สึกเมลมันแปลกๆ
    มันมีข้อความเข้าเด้งขึ้นมาใหม่ พอกดเข้าไปอ่าน เห้ยยย นาดาวส่งเมลกลับมาอะ
    ขอนัดสัมภาษณ์ พน. เวลา11โมง ในใจคือแบบเห้ยยยย เค้าติดต่อกลับมาแล้วว
    แต่พน.อะ โคตรรีบ งานเร่งด่วนมากกกกก คือนี้ก็รนเลย แบบเตรียมตัวสัมก่อนเลย
    งานต่างๆที่ต้องเอาไปด้วย วุ่นทั้งวันอะวันนั้น
    วันที่ 21 คือเราเครียดจริงๆนะ กลัวมากกว่าเอาจริงๆ
    ถึงขั้นดีเอ็มไปหาคนที่เค้าเคยฝึกที่นาดาวมาก่อน 
    แต่เค้าฝึกคนละตำแหน่งกับเรา คนละส่วนกันเลย.


  • ในวันนั้นเราก็นั้งเตรียมตัวไปสัม ค้นข้อมูลต่างๆที่ควรจะต้องรู้เพิ่ม รื้อเรื่องที่เคยดูมานั้งดูอีกรอบ
    เพื่อเก็บรายละเอียดต่างๆ แล้วเอามานั้งวิเคราะห์ตัวละคร วิเคราะห์เนื้องเรื่องบทต่างๆ 
    เช้าวันต่อมา คือวันที่เราต้องไปสัม คือบอกเลยว่าวันนั้นตื่นเต้นมากกกกก
    นั้งBTS ไปแล้วก็เดินเอา ซึ่งบอกเลยว่างงนิดหน่อยเลย 5555555555
    แบบมันอยู่ในซอยของซอยของซอยอะ เดินจากซอย33ไป31 ซึ่งนานมาก
    แบบหนทางในการเดินยาวจริงๆ พอไปถึงป้ายหน้าบ้านนาดาวปุ๊บบ
    ก็ประมาณ10โมงต้นๆ ก็เดินเข้าไป และบังเอิญเจอพี่ย้งพอดีเลยไหว้พี่เค้า
    พอเข้าไปข้างในคือก็ไม่รู้จะทำยังไงคือตื่นเต้นสุดๆ
    นั้งรอพี่เค้าอยู่ข้างล่าง แล้วพี่Hr ก็พาเราขึ้นไปนั้งห้องที่สัม
    มันคือห้องประชุมอะ อยู่ชั้น2 ในห้องก็มีโต๊ะสีน้ำตาล เก้าอี้หลายๆตัว
    มีทีวี พี่เค้าก็เปิดแอร์ให้เรารอพี่ที่สัมภาษณ์


    ตอนรอคือง่วงเล็กน้อยแบบแอร์มาอยู่คนเดียว อยากจะหลับมาก 555555555555555
    /ตัดภาพมาตอนสัมเลยน้าาาา พี่เค้าก็ถามคำถามแรกว่า “ ทำไมมาสมัครที่นี่ ”
    “ เรียนจบเศรษฐศาสตร์มาแต่มาสมัครที่นี่ ”
    / ส่วนใหญ่คำถามต้นๆจะเกี่ยวกับประมาณว่าสายที่เราจบกับสิ่งที่เราจะฝึก
    แล้วก็พวกสาเหตุที่มา พวกคำถามเบื้องต้นไรงี้
    เสร็จแล้วก็มาต่อด้วยคำถามประมาณว่า
    “ คิดว่างานของโปรดิวเซอร์คืออะไร ทำอะไร ”
    เราก็เลยตอบไปเท่าที่รู้คือ พวกคุมงานของโปรดักชั่น
    อธิบายโปรดักชั่นไป พวก Pre - Pro - Post


    หลังจากนั้นพี่เค้าก็ให้เราแนะนำตัว เราก็แนะนำตัวไป แล้วก็บอกว่ารู้จักนาดาวเพราะอะไร
    ทำไมถึงอยากสมัคร ชอบอะไรในนาดาว ก็พูดถึงตัวบทตัวละครต่างๆ มุมมองของเราเองต่อเรื่อง
    (ตรงนี้เราเอาhormones กับ i hate you i love you มาพูด) แล้วก็พูดเกี่ยวกับตัวเองอะไรแบบนี้
    ด้วยความที่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยไปลงเรียนวิชาเกี่ยวกับภาพยนตร์มา
    ก็พูดไปว่าเรียนเกี่ยวกับประวัติพื้นฐาน มุมกล้อง ขนาดของภาพ อะไรประมาณนี้
    พี่เค้าก็ถามเราประมาณว่า “ อันนี้เลือกเป็นวิชาเสรีเหรอ ”
    เราก็บอกว่าใช่ เราเลือกลงเรียนเองกับเพื่อน เป็นวิชาเสรี
    เสร็จแล้วพี่เค้าก็พูดเกี่ยวกับการทำงานของนาดาว บริษัททำเกี่ยวกับอะไรบ้าง
    แล้วก็ให้เราเอาผลงานให้เค้าดู เปิดคลิปเปิดงานอะไรแบบนี้
    เราก็บรรยายอธิบายให้พี่เค้าฟังว่ามันเป็นงานอะไร
    / พอดูคลิปจบ สิ่งแรกที่พี่เค้าถามคือ “ อยากเป็นผู้กำกับไหม ”
    ตอนนั้นคือก็ตกใจนะว่าทำไมถึงถามคำถามนี้ แต่เราก็ตอบว่าเออเราอยากเป็น
    พี่เค้าก็บอกว่าเข้าใจ เพราะว่าสายงานมันต่อกันได้
    (จนถึงตอนนี้ก็ยังงงๆอยู่ว่าทำไมพี่เค้าถึงถาม 555555555555555)


    จริงๆต้องบอกว่าตอนสัมภาษณ์ คือพี่เค้าไม่ได้ถามคำถามเราตลอดนะ
    แบบไม่ใช่เชิงสัมเลยทีเดียวอะ เหมือนมานั้งคุยกันมากกว่า
    เวลาถามจริงๆไม่เยอะเลย ส่วนใหญ่จะพูดเกี่ยวกับการทำงานของที่นี่
    วิธีการทำงานอะไรประมาณนี้
    เอาจริงๆแล้ว ตอนสัมคือสนุกนะ ตอนแรกก็เครียดแต่พอมาคุยจริงๆ คือไม่เครียดเลย
    พี่เค้าใจดีมาก คือถึงแม้ว่ามันมีความกดดันอยู่ลึกๆ
    แต่ว่าตอนคุยคือเหมือนคุยกับรุ่นพี่ที่มีความรู้ในด้านนี้มากกว่า


    ระหว่างตอนที่สัมอยู่พี่Hr ก็เปิดประตูออกมา ประมาณว่ามีคนรอสัมต่อจากเรา 
    พอเราสัมเสร็จ ออกจากห้องสัมมา เออก็เห็นมีเด็กอีกคนนั้งรอสัมอยู่  
    ซึ่งตอนที่คุยกับพี่ที่สัม พี่เค้าก็ถามเราว่าอยากรู้ผลเมื่อไร
    คือใจเราอะ อยากรู้เลย แบบเร็วที่สุด ภายในอาทิตย์นี้เลย
    (สัมวันอังคาร นี้อยากรู้แบบพน. หรือ ศุกร์อะไรแบบนี้) แต่คือพี่เค้างานเยอะไง
    เราก็เลยบอกพี่เค้าไปว่า เอาวันที่พี่เค้าสะดวก เพราะว่าพี่งานเยอะ
    พี่เค้าก็เลยบอกว่าวันจันทร์หน้าจะบอกผลสัมภาษณ์
    หลังจากนั้นเรานี้ก็ลุ้นลูกเดียวเลย ใจสั่นทุกที 5555555555555555555555555


    / พอมาวันจันทร์ที่เค้าจะต้องติดต่อมา พี่เค้าก็ยังไม่ติดต่อมาเลย ไอ้เราก็คิดละจะได้ไหมเนี้ย
    วันอังคารมาถึง ในใจเริ่มร้อนละ โทรดีไหม หรือไม่โทรดี
    คือมันตีกันในใจสุดๆ แบบถ้าโทรเค้าจะหาว่าเราไปเร่งเค้าไหม
    แต่ถ้าไม่โทร ก็คือเหมือนตีใจตัวเองอะ อยากรู้ผลแล้ววว
    เลยตั้งสติละ ว่าประมาณบ่ายๆจะโทรไป
    เวลาก็ผ่านไป ตอน12.50กว่าๆ มีโทรศัพท์โทรมา
    เราหันมา พี่Hrโทรมาค้าาาาา ใจนี้แบบไปละ
    รับโทรศัพท์ไป สั่นไป ตื่นเต้นมากกกกกกกกกก


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Mileys Kantaprom (@fb2093578847392)
มีภาคต่อไหมคะ
Preaw Preawphan (@fb2085624951505)
ไม่ทราบว่าจะมีรับสมัครทุกปีมั้ย ตอนนี้ปี62ยังไม่มีรายละเอียดรับสมัครเลยเราอยากฝึกงานที่นี่มากเลยคะ