เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
แปลเพลง TSUKUYOMIcinnamon_roll
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน แปลเพลง tsukuyomi - 白夜 (Byakuya) white night
  • White night (n.) 

    - ช่วงเวลากลางคืนในบริเวณที่อยู่ละติจูดสูง (เช่น แถวขั้วโลกเหนือ) ทำให้สว่างแทบจะตลอดเวลา เหมือนพระอาทิตย์กลางคืน

    - ค่ำคืนที่นอนไม่หลับ



    เรื่องราวที่ 1 ของ Tsukuyomi #だれかの心臓になれたなら 」: ถ้าหากได้กลายเป็นดวงใจของใครสักคน ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวระหว่าง ยูมะ และ ริโนะ โดยมีการบอกเล่าผ่านเพลง 2 อัลบั้มและ audio novel 4 ตอน

    นี่เป็นเพลงที่ 5 White night ในอัลบั้มเล็กที่ 2 Sing the moon ที่บอกเรื่องราวจากมุมของยูมะค่ะ

    นี่เป็น 1 ในเพลงที่เราชอบที่สุดของ Tsukuyomi เลย อยากให้ทุกคนมาลองฟังกันค่ะ🥺

    ถ้าหากแปลผิดพลาดตรงไหน ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ🙇‍♀️

    ⚠️Trigger warning : suicidal ideation, suicide⚠️

    _____________________________________________________________________________________________________

    藍の空が焼かれて朝が来る
    Ai no sora ga yakarete asa ga kuru
    ท้องฟ้าสีครามเริ่มส่องสว่าง รุ่งเช้ามาเยือน

    目を覚ましてただの夢ならばと願うの 
    Me wo samashite tada no yume naraba to negau no
    เมื่อลืมตาขึ้นมา ฉันก็ได้แต่ภาวนาให้มันเป็นเพียงฝันไป

    いま頬を伝う雫にも何か理由はあるのに
    Ima hoho wo tsutau shizuku ni mo nanika riyuu wa aru no ni
    มันคงจะมีเหตุผลสักอย่างอธิบายหยดน้ำที่ค่อย ๆ ไหลอาบแก้มลงมา

    哀しみも喜びもどれも違う気がした
    Kanashimi mo yorokobi mo doremo chigau ki ga shita
    มันคือความเสียใจหรือ หรือความยินดีกันแน่ แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนไม่ใช่ทั้งสองอย่างเลย




    嘘になった夢がね傷に触れて痛むの
    Uso ni natta yume ga ne kizu ni furete itamu no
    รู้ไหม ความฝันที่กลายเป็นแค่คำโกหกนั้น ได้แต่จะขูดย้ำบาดแผลให้เจ็บปวดมากขึ้น

    優しさも温もりも言葉も時も効かなくてさ
    Yasashisa mo nukumori mo kotoba mo toki mo kikanakutesa
    จะความใจดี หรือความอบอุ่น แม้แต่ถ้อยคำปลอมประโลม หรือเวลาที่จะเยียวยา จะอะไรก็ไม่อาจช่วยได้เลย

    生きる理由がいつの間にか形を変えて
    Ikiru riyuu ga itsu no ma ni ka katachi wo kaete
    ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เหตุผลของการมีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป

    白んだ切っ先を心に突きつけている
    Shiranda kissaki wo kokoro ni tsukitsukete iru
    คมมีดสีขาวนั้นเสียดแทงทะลุหัวใจ

    死する理由なんかないそう思っていたのに
    Shisuru riyuu nanka nai sou omotteita no ni 
    ‘ไม่มีเหตุผลไหนที่ต้องเลือกความตาย’ ทั้ง ๆ ที่เคยคิดแบบนั้นแท้ ๆ 


    何もかもが崩れていく
    nanimo kamo ga kuzurete iku
    แต่ตอนนี้ทุกอย่างล้วนพังทลายลงมาหมด



    口ずさんだ旋律も 指で触れたピアノも
    Kuchizusanda senritsu mo yubi de fureta piano mo
    ทั้งท่วงทำนองฮัมเพลง หรือคีย์เปียโนที่แข็งแต่ส่งเสียงก้องสะท้าน

    靴音も 風切りも 脈を刻む心臓も
    Kutsuoto mo kazakiri mo myaku wo kizamu shinzou mo
    เสียงฝีเท้า เสียงลมที่ลอยตัดอากาศ หรือเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะชีพจร

    見えなくてもそこに確かにあるはずなのに
    Mienakute mo soko ni tashika ni aru hazu na no ni
    แม้จะไม่เคยเห็น แต่สิ่งเหล่านั้นคอยโอบล้อมฉันมาโดยตลอด


    届かない 聞こえない
    Todokanai kikoenai 
    แต่ตอนนี้กลับมีเพียงความเงียบงัน

    世界は色を失くしていく
    sekai wa iro wo nakushite iku
    สีสันของโลกนี้ได้จางหายไป




    誰もがここで生まれて
    Daremo ga koko de umarete
    ทุกคนล้วนเกิดมาที่นี่

    ここで命を落とすだけなのに
    Koko de inochi wo otosu dake na no ni 
    แต่ก็ล้วนจากไป ณ ที่แห่งนี้ 

    どうして悲しいのか
    Doushite kanashi no ka
    ทำไมมันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

    物語の中ならここで奇跡が起きたりして
    Monogatari no naka nara koko de kiseki ga okitari shite
    ถ้าหากเรื่องราวนี้เป็นเทพนิยายล่ะก็ ที่ตรงนี้คงจะมีปาฏิหาริย์บังเกิดขึ้น

    幸せな明日へ向かうのに
    Shiawase na asu e mukau no ni
    แล้วพวกเราจะได้มุ่งหน้าสู่อนาคตที่สดใส



    生きる理由がいつの間にか形を変えて
    Ikiru riyuu ga itsu no ma ni ka katachi wo kaete
    ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เหตุผลของการมีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป

    白んだ切っ先を心に突きつけている
    Shiranda kissaki wo kokoro ni tsukitsuketе iru
    คมมีดสีขาวเสียดแทงหัวใจ


    言葉は宙に舞い思いは地に残るなら*
    Kotoba wa chuu ni mai omoi wa chi ni nokoru nara
    ถ้าหากคำพูดฉันจะล่องลอยสลายไปกับสายลม และความคิดฉันสลักลงบนผืนดิน*


    沈んでも灯り続ける白夜になれる?
    Shizundemo tomori tsuzukeru byakuya ni nareru?
    แม้ฉันจะจากไป มันจะเคียงคู่ค่ำคืนสีขาวนี้ไปได้ใช่ไหมนะ


    生きる理由はもう無いこんな世界だけど
    Ikiru riyuu wa mou nai konna sеkai dakedo
    แม้มันจะกลายเป็นโลกที่ฉันไม่มีเหตุผลที่ต้องมีชีวิตต่อ

    生きた意味はあると言える
    Ikita imi wa aru to ieru
    แต่คงจะพูดได้กระมังว่าครั้งหนึ่งฉันเคยใช้ชีวิตนี้อย่างมีความหมาย

    君が唄えば
    Kimi ga utaeba
    ถ้าเพียงเธอร้องเพลงต่อไป


    夜の月が尊いと思うのは
    Yoru no tsuki ga toutoi to omou no wa
    แสงจันทร์บนท้องฟ้าค่ำคืนที่เราคิดว่าช่างสวยงามและล้ำค่า

    その光が唯ひとつしかないからでしょう
    Sono hikari ga tada hitotsu shika nai kara deshou
    นั่นเป็นเพราะว่ามันเป็นแสงสว่างเดียวที่เรามีหรือเปล่า


    *言葉は宙に舞い思いは地に残るなら*

    Kotoba wa chuu ni mai omoi wa chi ni nokoru nara

    ถ้าหากคำพูดฉันจะล่องลอยสลายไปกับสายลม และเจตจำนงค์ฉันถูกสลักลงบนผืนดิน**


    ท่อนนี้ภาษาญี่ปุ่นเหมือนจะตรงกับคำพูดในเรื่อง Hamlet ของ William Shakespear Act 3, Scene 3
    My words fly up, my thoughts remain below.
    Words without thoughts never to heaven go.
    ことばは宙に舞い、思いは地に残る。思いのこもらぬ祈りは天には届かぬ。
    เป็นฉากที่ลุงของแฮมเลท กษัตริย์คลอเดียส ผู้สังหารพ่อแฮมเลท (พี่ชายตนเอง) เพื่อชิงบัลลังก์ พยายามที่จะภาวนาต่อพระเจ้าเพื่อขออภัยต่อบาปที่ตนก่อ แต่เจ้าตัวไม่ได้สำนึกผิดจริง ดังนั้นคำภาวนานั้นเป็นเพียงลมปาก ถ้าไม่มีความจริงใจและไม่รู้สึกผิดจริง ไม่มีทางที่คำสารภาพนี้จะไถ่บาปเขาและทำให้เขาขึ้นสวรรค์ได้

    แต่จากเนื้อเรื่องเพลง ส่วนตัวคิดว่าอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันมาก คิดว่าน่าจะหมายถึง เพลงของยูมะจะยังคงเหลือบนโลกนี้แม้ว่าตัวเธอจะจากไปมากกว่า มันจะยังอยู่แม้ค่ำคืนนี้จะจบลง เป็นเหมือนหลักฐานว่าครั้งหนึ่งเธอเคยมีชีวิตอยู่และเธอได้ใช้ชีวิตนั้นอย่างมีความหมาย

    _____________________________________________________________________________________________________

    ในเว็บไซต์ Tsukuyomi มีเขียนใต้เพลง White night เช่นนี้ค่ะ
    • 絶望の先。

      ปลายทางของความสิ้นหวัง

      ユマは自分の人生の意味をリノに託す。

      ยูมะได้ส่งต่อเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของตนเอง

      ให้ริโนะแบกรับต่อ


    幸せの代償。夢の対価。私の人生で払えるものはもう無い。
    ราคาที่ต้องจ่ายแลกความสุขและความฝันที่เคยมี แต่ในตอนนี้ฉันไม่มีอะไรเหลือจะจ่ายแล้ว
    身の程知らずの私が、夢を見た結果だ。高くへと這い上がる程、落ちた時の痛みは増す。
    ผลลัพธ์ของคนที่ไม่เจียมตนพยายามไขว่คว้าความฝัน ยิ่งปีนขึ้นไปสูงเท่าไร เมื่อตกลงมาก็ยิ่งเจ็บเท่านั้น

    創作を始めてからの五年間、そこからは私の人生の全てと言っていい程、色んなことがあった。嬉しかったこと、悲しかったこと、本当にさまざまなことがあった。でも無駄なことはなかったと、そう思いたい。
    เป็นเวลานาน 5 ปีนับตั้งแต่ฉันเริ่มแต่งเพลง จะกล่าวว่านั่นเป็นทั้งชีวิตของฉันเลยก็ว่าได้ มีหลาย ๆ เรื่องเกิดขึ้นทั้งเรื่องที่ดีและร้าย แต่ฉันชอบที่จะคิดว่าไม่มีเรื่องไหนที่ไร้ความหมาย

    生きる理由はもうないこんな世界だけど、生きた意味はあると言える。
    แม้ว่าโลกนี้จะกลายเป็นโลกที่ไร้ความหมายในการมีชีวิตต่อ แต่อาจจะกล่าวได้ว่าครั้งหนึ่งชีวิตฉันเคยมีความหมาย
    音のない世界。自分の声すらも聴こえない。
    แต่ในโลกใบนี้ที่เงียบงันจนไม่ได้ยินแม้นเสียงของตน
    生きる理由はもう無い。
    ไม่มีเหตุผลใดที่ฉันจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป

    リノ。あなたは自分の才能を信じていないけれど、私にはわかる。いつか世界があなたを見つける。だから、どうか歌い続けて。
    ริโนะ แม้เธอจะไม่เชื่อในความสามารถของตนเอง แต่ฉันรู้ว่าสักวันหนึ่งคนทั้งโลกจะต้องหันมามองเธอ ดังนั้น ได้โปรดร้องเพลงต่อไปนะ

    私は──音楽の神様があなたを導く為のきっかけだった。そう、神様の思し召し。なんて考えるのはどうだろう。
    ตัวฉันคล้ายเป็นเพียงตัวตนนำทางเทพเจ้าแห่งดนตรีให้มาเจอเธอก็เท่านั้น ใช่แล้ว เจตจำนงของพระเจ้า ถ้าคิดแบบนั้นแล้วล่ะก็

    それなら、私の人生にも意味があったと思える気がする。
    ก็จะรู้สึกเหมือนชีวิตฉันจะไม่ได้สูญเปล่าไปซะทีเดียว
    あなたが歌うなら。
    ขอเพียงเธอร้องเพลงต่อไป

    ทุกคนสามารถฟังข้อความนี้ได้ตั้งแต่นาทีที่ 6:17-7:30 ที่วิดิโอด้านล่างค่ะ



    ตีความเพลงนี้ตามเนื้อเรื่อง 

    ⚠️ TW : suicide

    ใน MV ตอนแรกเห็นยูมะที่มีพื้นหลังสีขาวและพระจันทร์ ยูมะเคยเปรียบเพลงตนเองเป็น'พระจันทร์ในช่วงเวลากลางวัน' แม้จะอยู่ตรงนั้นแต่กลับไม่ส่องสว่าง อาจจะอิงจากตรงนั้น หรือจากชื่อเพลง White night พอเพลงเล่นไปเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่าพระจันทร์เริ่มดำขึ้น ตัวยูมะเริ่มเหมือนล่องหนขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายที่ตัวเธอหายไป เหลือแค่พระจันทร​์ส่องสว่างตอนกลางคืน

    นี่เป็นเพลงที่ยูมะเขียนในช่วงสุดท้ายก่อนเธอตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย
    ยูมะหวังว่าเรื่องที่เธอสูญเสียการได้ยินจะเป็นเพียงแค่ฝันไป แต่มันคือความจริง เดิมความฝันของเธอที่จะได้ร้องเพลงหรือฟังริโนะร้องเพลงล้วนพังทลายลงไป ยูมะมองว่าไม่ว่าอะไรก็ไม่สามารถช่วยเธอได้อีกแล้ว เหตุผลของการมีชีวิตที่เธอเคยค้นพบและกอดมันไว้ มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว

    ไม่มีปาฏิหารย์อะไรที่จะทำให้เธอกลับมาได้ยินใหม่ เธอจะไม่ได้ยินทั้งเสียงเต้นของหัวใจ เสียงสายลมหรือเสียงเปียโนอีกต่อไป และเธอไม่สามารถทนมีชีวิตอยู่ในโลกที่แสนเงียบงันใบนี้ได้อีกต่อไป

    เพลงของยูมะเหมือนหลักฐานว่าครั้งหนึ่งเธอเคยมีชีวิตและได้ใช้ชีวิตนั้นอย่างมีความหมาย และการที่ริโนะมีชีวิตและร้องเพลงต่อไป ก็เหมือนเป็นอีกสัญลักษณ์ว่ายูมะไม่ได้ใช้ชีวิตเสียเปล่า เพราะริโนะได้เจอเธอ ริโนะจึงเริ่มร้องเพลง

    แต่ยูมะอาจจะไม่รู้ว่า หลังตัวเธอจากไป เธอจะยังมีชีวิตโลดแล่นอยู่ในเพลงที่ริโนะแต่งต่อไป เพราะยูมะกลายเป็นดวงใจและโลกทั้งใบของริโนะ ตรงข้ามกับในเนื้อร้องเพลง Reason of existence ที่ยูมะแต่งก่อนทั้งสองคนจะได้เจอกัน

    ประโยคสุดท้ายของเพลง อาจจะแล้วแต่คนตีความเลย ส่วนตัวคิดว่าอาจจะเพราะ
    - ยูมะมองว่าที่ริโนะมองว่าตนเป็นแสงสว่างหรือคนพิเศษ เพราะริโนะเคยเจอแค่ยูมะ และยูมะมองว่าตนเองไม่ได้มีค่าขนาดนั้น เหมือนแสงจันทร์ที่คนคิดว่าพิเศษแค่เพราะมันเป็นแหล่งแสงสว่างเดียวในความมืด 

    และ

    - ถ้าริโนะเป็นพระอาทิตย์ และยูมะเป็นพระจันทร์ ในคืน White night ที่พระอาทิตย์ส่องแสงแทนพระจันทร์ แล้วพระจันทร์นั้นจะยังจำเป็นอยู่ไหม ถ้าริโนะร้องเพลง ยูมะอาจจะไม่มีเหตุผลในการมีชีวิตต่อไป
    ถ้ามองแบบนี้ ก็จะคล้ายว่ายูมะมองว่า การที่ริโนะร้องเพลง เป็นทั้งเหตุผลในการมีชีวิตและเหตุผลที่เธอไม่ต้องมีชีวิตต่อไปก็เป็นได้ ซึ่งจะตรงกับคำพูดที่ยูมะ "ฉันในตอนนั้นไม่รู้เลยว่าเมื่อเราหาเหตุผลในการมีชีวิตอยู่เจอ นั่นเท่ากับว่าหาความหมายในการจากไปเจอด้วยเช่นเดียวกัน"

    นอกจากนี้ เห็นคนบอกว่า chord progression เพลงนี้ เหมือนเพลง Canon in D ซึ่งเพลงแคนน่อนเป็นเพลงที่ยูมะและริโนะเคยเล่นเปียโนร่วมกันค่ะ


    แต่แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องราวฝั่งยูมะ ยังมีเรื่องราวหลังจากยูมะจากไป เรื่องราวฝั่งริโนะในเพลงอื่น ๆ และ Audio novel ให้สามารถฟังได้ค่ะ

    ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ🙇‍♀️

    ถ้าหากมีใครรู้สึกเศร้า เบื่อหน่ายชีวิต หรือไม่อยากมีชีวิตต่อ สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือเข้าปรึกษาจิตแพทย์ได้นะคะ
    โทร 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ

    💖ใครมีความคิดเห็นว่าอย่างไร สามารถแสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ🫶

    ป.ล. ถ้ายังมีเวลาว่าง อาจจะแปลเพิ่มอีกค่ะ55555555 แปลสนุกมากเลยล่ะค่ะ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in