If the sun refused to shine
Baby, would I still be your lover?
Would you want me there?
If the moon went dark tonight
And if it all ended tomorrow
Would I be the one on your mind, your mind, your mind?
เป็นเพลงอะไรไม่รู้ที่ฟังแล้วกดวนซ้ำกี่สิบรอบไม่รู้จบ เพราะฉันก็นึกสงสัยตามเนื้อเพลงจริงๆ อย่างที่อาเรียนา แกรนเด ถามนั่นแหละ เพลงสองนาทีที่สามารถฟังได้นานถึงสองชั่วโมง
ทั้งทำนองเนื้องร้องจังหวะ มันปนๆความเศร้าและสงสัย ที่เต็มไปด้วยความรักนะ แล้วฉันเป็นคนนั้นของเธอรึเปล่า ในวันที่โลกแตกนะ ยังเป็นฉันใช่มั้ยที่อยู่ตรงนั้นข้างๆเธอ ไม่รู้เหตุผลหรือคำตอบด้วยซ้ำ
_______
วันนี้โลกจะหมุนไปโดยไม่มีหนู
โลกหมุนมาเป็นล้านๆปีได้โดยไม่มีเรา
สุขสันต์วันที่ฉันไม่ได้เกิด
วันที่เราไม่อยู่
แม่กับป๊าคงจะเสียใจมากๆ เพราะเราอยู่ด้วยกันมาตั้งยี่สิบปี
แต่ถ้าเราไม่เกิดมาเลยคงไม่ทุกข์เท่าไหร่เพราะไม่ได้ใช้เวลาร่วมกัน
เป็นตอนเย็นที่เศร้าๆเหงาๆอีกเช่นเคยของหล่อน ชีวิตพรากความสดใสของหล่อนไปจนทำให้เธอเกือบลืมเลยมันเป็นวันเดียวกับวันเกิดปีที่ 25 ของหล่อน เธอพยายามนั่งจุดเทียน บนเค้กก้อนเล็กๆก้อนนึง ที่เธอแวะซื้อมาระหว่างเดินทางกลับหอพัก “เค้กช็อคโกแลต” เธอเกลียดเค้กช็อคโกแลตแต่ทำไงได้ เค้กรสโปรดของเธออย่างสตรอเบอรรี่ช้อคเค้กมันขายหมดแล้ว
เค้กช็อคโกแลตหน้านิ่มก้อนไม่ใหญ่เกินกว่าฝ่ามือของเธอกับเทียนหนึ่งเล่มสีชมพูที่ปัดอยู่อย่างเก้ๆกังๆ เธอเดินไปหยิบที่จุดเตาหน้าตู้เก็บของและ เดินกลับมาที่โต๊ะกินข้าวสี่เหลี่ยมเล็กๆที่พอจะวางของได้สองสามอย่าง เพื่อพยายามจะจุดเทียนเจ้ากรรม ทำพิธีฉลองวันคล้ายวันเกิดของเธอสักที บรรยากาศในห้องช่างดูเงียบงันและมืดหม่นๆ ไฟที่เปิดในห้องก็ดูไม่ค่อยจะสว่างเท่าไหร่นัก ของในกระเป๋าถูกเทออกมาวางระเกะระกะอยู่บนพื้นเพื่อต้องการหาสายชาร์จโทรศัพท์ เสื้อผ้าที่ซักแล้วและยังไม่ได้ซักวางปะปนกันมั่วไปหมด นี่มันหายนะชัดๆ เธอคิดในใจ ห้องอยู่ในสภาพรกรุงรังแบบนี้มาประมาณสองอาทิตย์แล้ว มันรกและวุ่นวายกระจัดกระจาย รู้สึกจัดการไม่ได้เหมือนใจของเธอ วันที่เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น ก่อนวันครบรอบวันเกิดเธอเพียงสองอาทิตย์
เธอเคยผ่านช่วงชีวิตที่เข้าใกล้ความตายมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกจากคนอื่น และครั้งที่สองจากตัวเองเธอเองที่บอบช้ำเกิดจะรับความทรมานจากการมีชีวิตอยู่ไว้
วันนี้เป็นอีกวันที่เธอไม่ได้อยากหายไป แต่ก็ไม่ได้อยากถูกค้นพบ ความเจ็บปวดที่หลงเหลือเพียงรอยแผลล่องหนและทิ้งไว้แค่ความเฉยชา ความสุขที่เข้ามาเหมือนดอกไม้ไฟ และความทุกข์ใจที่ไหลมาเหมือนลาวาร้อนๆปะทุขึ้นกลางใจ ต่อมรับความรู้สึกเธอใช้งานได้เป็นอย่างดี ถือว่าดีมากเลยที่เดียวล่ะ ดีเกินไปด้วยซ้ำ เพราะเธอรับรู้ความรู้สึกที่มากเกินกว่าสมองของคนนึงจะรับไว้ เธอเบื่อเหลือเกินกับการต้องตั้งรับอารมณ์ที่ไม่คงที่ของตัวเอง คลื่นความความคิด ที่ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ซัดเข้ามาปะทะเธอในแต่ละวัน มีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เก่งแล้ว เธอคิดในใจ แม้จะรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม
ถึงเวลาอธิฐานแล้วนะ เธอพูดในใจ วันเกิดฉันปีนี้ “ฉันน่ะไม่อยากรู้สึกอีกแล้วล่ะ ฉันน่ะไม่อยากเกิดมาเลย” เธอหลับตา และนึกถึงวันที่เธอได้หลุดพ้นจากบ่วงอารมณ์ที่ฉุดรั้งเธอจากความสงบทั้งปวง ไม่กี่วินาทีที่ลมหายใจหล่อนจะดับแสงเทียนก่อนคำอธิฐานสุดท้ายของเธอ
ปังๆๆ เสียงคนเคาะประตู และโหวกเหวกโวยวายกันหน้าโถงทางเดิน
“ไฟไหม้ค่า ไฟไหม้” เสียงระบบแจ้งเตือนไฟไหม้ในอาคารเริ่มดังขึ้น เธอหลุดจากภวังค์ และเริ่มได้กลิ่นควันไฟ เทียนที่เธอจุด เป็นเธอนั่นเอง ควันจากเทียนลอยขึ้นไปโดนเซ็นเซอร์ในห้องของเธอ ซวยชิบ เธอคิดในใจ ก่อนที่จะรีบเป่าเทียนให้ดับลง ทันใดนั้นเองที่ไฟดับ
คุณเคยขอให้เราลบคุณออกจากโลกนี้
วันนี้… เราเริ่มลบแล้ว
แต่คุณดูเหมือนจะเปลี่ยนใจ”
“ขออีกครั้งสิ
ครั้งนี้ให้แน่ใจ ว่าคุณอยากอยู่ต่อจริง ๆ”
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in