Once in memoriesnnmally
เมื่อครั้งไปเยือน South Korea
  • Once in memories อยากจะบันทึกเรื่องราวเมื่อครั้งมีโอกาสได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ

    เมื่อช่วงปลายปี 2013 หัวหน้าแจ้งว่า เดือน Feb ปีหน้ามี Business Trip ต้องไปกับหัวหน้าที่ประเทศเกาหลีใต้ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้น ดีใจอย่างที่สุดแต่ก็เก็บอาการไว้ เพราะว่าเป็น Business Trip ต่างประเทศครั้งแรก อีกอย่างเราเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ประมาณ 6 เดือนเอง เราก็ถามหัวหน้านะว่าทำไมถึงเป็นเราที่ได้ไป เค้าบอกว่าให้โอกาสเด็กใหม่ได้ไปสัมผัสรสชาติการทำงานซึ่งพี่ๆในทีมก็มีมติให้เราไป ต้องขอบคุณหัวหน้าและพี่ๆในทีมที่ให้โอกาสเด็กน้อย

    ปลายเดือน Feb 2014 เดินทางออกจากประเทศไทยไฟท์ดึก ถึงประเทศเกาหลีใต้ สนามบินอินชอนประมาณ 7 โมงเช้าที่อุณหภูมิเลขตัวเดียว 1 องศากับลมแรงๆ ถือว่าหนาว ปากสั่น สำหรับมนุษย์จากประเทศเขตร้อนชื้น และก็รู้สึกตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจเหมือนกัน เพราะเป็นการเดินทางมาประเทศเกาหลีใต้ครั้งแรก และยังเป็นการเดินทางมาต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตอีกด้วย

    เมื่อถึงสนามบินชอนก็ขึ้นรถบัสสาธารณะ (เซฟ cost บริษัท) เดินทางไปยังเมือง Gwangju ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงได้ ง่วงก็ง่วง วิวข้างทางก็อยากดู หลับๆตื่นๆ ตลอดทาง พอไปถึงก็เช็คอินเก็บกระเป๋าที่โรงแรม แล้วก็เดินทางไปทำงานต่อเลย จากโรงแรมไปที่โรงงานใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงได้ ช่วงบ่ายในวันแรกก็เป็นการประชุมเน้นๆเลย ลากยาวไปถึง 5 โมงเย็น...
    จบการประชุมที่ยาวนาน คนเกาหลีชื่อ Mr.Yoo พามากินข้าวเย็นที่ร้าน Local แบบนั่งพื้น รสชาติอาหารอร่อยและถูกปาก หรือว่าตอนนั้นหิวมากหรือป่าวนะ ระหว่างกินข้าว Mr.Yoo ก็ถามว่ากินมักมอลลี (ไวน์ข้าวเกาหลี) มั้ย ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้จักว่ามันคืออะไร แต่แบบอยากลองดูก็เลยบอกว่า กินๆ แล้วไม่ถามเค้าด้วยนะว่าคืออะไร พอกินปุ๊บ อืมมม รสชาติดี สายแอลอย่างเราคือสบายยยย กินๆไปรู้สึกผ่อนคลาย หายปวดเมื่อยเลย ฮ่าๆๆ
    วันต่อๆมาก็ออกจากโรงแรม 7โมง 8โมงบ้าง ขึ้นอยู่ว่าไปโรงงานแถวไหนในเมือง Gwangju แล้วก็เลิกงานเย็น 5 โมง 6 โมง สลับๆกัน บางวันพวกเราก็ไปกินข้าวเย็นกันเอง เพราะรู้สึกเกรงใจคนเกาหลีที่จะต้องพาไปกินข้าว อีกอย่างคืออยู่ด้วยกันมาทั้งวันละ ก็อยากไปกินข้าวกันเองบ้าง ซึ่งร้านเราก็เลือกสุ่มๆแถวโรงแรม ซึ่งที่ต้องโดนแน่ๆเลยคือร้านหมูย่าง และทริปนี้จัดร้านไปหมูย่างไป 2 วัน
    และก็จะมีวันนึงที่ต้องกินเลี้ยงด้วยกันทีมไทยกับทีมเกาหลี เขาก็พาไปร้านไก่กะเบียร์ กินไปคุยงานไป อาหารมีไก่ทอดซอสต่างๆ ไก่ผัดเผ็ด ไก่อบฟักทองชีส  แล้วมีช่วงนึง dead air Mr.Yoo ก็พูดว่า เนี้ยะ! รู้ไหมโต๊ะข้างๆเขากำลังนินทาหัวหน้าอยู่บอกว่าไม่มีความสุขกับการทำงานเลย Mr.Yoo บอกว่าหลังเลิกงานคนเกาหลีชอบมาร้านแบบนี้แล้วมาปรับทุกข์มาบ่นเรื่องงานกันส่วนใหญ่จะมาบ่นหัวหน้ากัน ซึ่งร้านนี้ Mr.Yoo ก็มาบ่อยจนสนิทกับเจ้าของร้าน ในวันที่พวกเราไปกินเจ้าของร้านก็ให้ไก่ทอดมาฟรีจานนึง แต่ให้ฟรีมาตอนที่พวกเรากินอิ่มกันหมดแล้ว แต่พวกเราแบบช่วยกันยัดเข้าท้องจนหมดจาน เพราะเกรงใจเจ้าของร้านอุตส่าห์ให้มาฟรี บอกเลยว่าหลังจากนั้นคือเบื่อเมนูที่มีไก่มาก ฮ่าๆ
    หลังจากกินเลี้ยงเสร็จก็แยกย้าย พวกเราก็ขอเดินกลับเอง เพราะอากาศหนาวๆเย็นๆจนอยากเดินเล่นชมเมืองซะหน่อย เดินไปเดินมา อาหารย่อยซะงั้น เพราะว่าขึ้นเนินลงเนินเขาหลายรอบ มาถึงโรงแรมเกือบเที่ยงคืนเจอร้านที่เป็นรถขายอาหารจอดอยู่หน้าโรงแรม ก็รีบเข้าไปจัดอีกมื้อ มีต๊อกบกกีที่อยากกิน ซึ่งมาเกาหลีทั้งทีก็ต้องจัดแบบออริจินัลซะหน่อย หนาวก็หนาว ยืนสั่นๆ กินแบบไม่ย่อท้อ แม่ค้าก็ชวนคุยว่า เขาเนี้ยะ ขายกิมจิด้วยนะ แล้วก็ยกถุงกิมจิให้ดูน่าจะประมาณ 2-3 โลได้ แล้วถามว่า ซื้อมั๊ย คิดในใจตอนนั้น จะเอากลับไงวะ ฮ่าๆๆ
    มีวันนึงต้องออกจากโรงแรมแต่เช้า คนเกาหลีอีกคนมารับและพาไปกินข้าวเช้า เป็นร้านเล็กๆทั้งร้านมีเมนูนี้เมนูเดียว ตอนเขาเอาเสิร์ฟคืออาหารน่าตาน่ากินมาก คิดในใจต้้องอร่อยมากแน่ๆ คาดหวังสูงมาก พอซดน้ำเข้าไปคำแรก ความหวังแหลกสลายยย จืดเหลือเกินนนนนน เป็นซุปเนื้อวัว วิธีกินคือเอาข้าวสวยเทใส่ในซุปสีขาวๆ ในใจตอนนั้นคือคิดถึงน้ำพริกน้ำปลาอย่างสุดหัวใจ ยังดีที่มีกิมจิผักกาดกับกินจิหัวไชเท้าช่วยให้มีรสชาติขึ้นมาอีกหน่อย
    ในช่วงบ่ายวันนึงงานเสร็จไว คนเกาหลีอีกคนเลยอาสาจะพาไปเที่ยว พาออกมานอกเมืองไกลพอสมควร เพราะจำได้ว่าหลับคอพับไปหลายรอบ เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีย์เรื่อง จูมง ซึ่งพระเอกก็คือ ซงอิลกุก อัปป้าของสามแฝด แทฮัน มินกุก มันเซ นั่นเอง วันที่ไปมีนักท่องเที่ยวรวมพวกเราก็ไม่เกิน 10 คน เงียบสงบ หนาว ลมเย็น แต่ก็ฟีลกู้ดดด รู้สึกกผ่อนคลายไปชั่วขณะนึง  
    ปิดท้าย ระหว่างทริปสายแอลก็ต้องซื้อแอลกินกันบ้างนิสนุง และอาหารเกาหลีมื้อสุดท้ายที่กินก่อนกลับไทย คือ แนงมยอน (บะหมี่เกาหลี) ที่เผลอใส่น้ำมันงาเยอะจนเหม็นจะอ้วกกก แต่กล้ำกลืนฝืนทนกินจนหมดชาม

    สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ ทำให้เด็กน้อยที่ทำงานยังไม่ครบปี ได้รับประสบการณ์มากมาย ทั้งในเรื่องการทำงานกับคนต่างชาติ การใช้ภาษา การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ซึ่งในตอนนั้นเราคิดว่า เรามีอะไรต้องพัฒนาตัวเองในอีกหลายเรื่องๆ ซึ่งบางเรื่องต้องใช้เวลาและการสั่งสมประสบการณ์ โดยเฉพาะในเรื่องที่เป็นด้าน Technical และบางครั้งที่เราทำงานผิดพลาด เราก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าไม่เป็นไร เราเพิ่งมาทำงาน ปลอบใจตัวเองเพื่อฮีลหัวใจไม่ให้หมกมุ่นอยู่กับความผิดพลาดนั้นๆ ให้ความผิดพลาดนั้นเป็นข้อคิดคอยเตือนใจ ว่าต้องครั้งต่อไปต้องระวังและรอบคอบมากให้มากยิ่งขึ้น...
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in