มันเป็นความรู้สึกและคำถามส่วนตัวของเราที่นึกสงสัยว่าเพราะอะไรถึงอยากเขียน แต่กลับไม่ลงมือเขียนแล้วเผยแพร่มันสักที มีแต่ความคิดในหัวว่าต้องรอให้มันออกมาดี หรือไม่ก็กังวลว่าถ้าไม่มีคนอ่านงานของเรา ถ้าไม่มีฟีดแบกกลับมาเลยจะทำยังไง…ความคิดต่างๆ พวกนั้นทำให้เราถอดใจง่ายมาก และกลับไปอยู่ในโลกแห่งความคิดส่วนตัวของตัวเองที่ไร้แรงเสียดทาน…หลังจากนั้นก็ประเมินตัวเองในหัวซ้ำไปซ้ำมา คิดวนอยู่อย่างงั้นจนสุดท้ายไม่ได้เขียนอะไรออกมาเลยสักหน้ากระดาษ
มันมีคำศัพท์ที่พอจะเรียกชื่อได้ว่า Analysis paralysis ที่ทำให้เกิดพฤติกรรม Procrastination (ผัดวันประกันพรุ่ง) ถึงสาเหตุจะเกิดได้จากหลากหลายเหตุผลก็ตาม
เอาล่ะ…จุดเริ่มต้นของมันคือกระบวนการที่เราเริ่มคิดอยากที่จะสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่าง เริ่มเกิดไฟหรือแรงบันดาลใจขึ้นมา และหลังจากนั้นเราก็จะจินตนาการถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากผลงานของเราเสร็จสิ้นและถูกปล่อยออกไป แต่เมื่อมาถึงจุดที่คิดได้ว่าผลงานของเราจะต้องถูกสายตาของคนอื่นประเมิน และเราเกิดความไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองทั้งๆ ที่ยังไม่มีข้อมูลจริงเอามาใช้ประเมินเลยด้วยซ้ำ เราก็จะวนกลับไปที่ความพยายามในการขุดหาข้อมูลให้มากขึ้น พัฒนาทักษะของตัวเองให้มากขึ้นและประเมินตัวเองซ้ำๆ...แต่มันเป็นการเลื่อนงานที่จะทำออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะไม่มีวันที่สมองของเราจะพึงพอใจกับผลลัพธ์ และโฟกัสอยู่กับความผิดพลาดที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้รู้สึกว่ามันเข้าใกล้มาตรฐานที่ดีที่สุดของตัวเอง
กระบวนนี้สามารถยาวนานได้อย่างน่าเหลือเชื่อเพราะเราเป็นสายขุดและคิดจนแตกประเด็นออกไปได้เป็นสิบอย่าง และสุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ…ลืมหรือเลื่อนออกไปก่อนเพราะรู้ว่ามันไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วน แต่มันเป็นการเลื่อนงานที่จะทำออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะไม่มีวันที่สมองของเราจะพึงพอใจกับผลลัพธ์ และโฟกัสอยู่กับความผิดพลาดที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้รู้สึกว่ามันเข้าใกล้มาตรฐานที่ดีที่สุดของตัวเอง
กระบวนนี้สามารถยาวนานได้อย่างน่าเหลือเชื่อเพราะเราเป็นสายขุดและคิดจนแตกประเด็นออกไปได้เป็นสิบอย่าง และสุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ…ลืมหรือเลื่อนออกไปก่อนเพราะรู้ว่ามันไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วน
ยิ่งถ้าเราไม่มีผลลัพธ์จากโลกภายนอกมาช่วยยืนยันความสามารถของตัวเองแล้ว มันก็มีแต่จะทำให้เราไม่มั่นใจมากขึ้นจนวนลูปกลับไปวิเคราะห์ตัวเองซ้ำๆ ติดกับดักของการคิดแต่ไม่ลงมือทำอยู่เรื่อยไป
งั้นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้หลุดพ้นจากวงจรนี้คืออะไร…คำตอบก็คือ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี่ไง…ลงมือโดยไม่รอให้มันสมบูรณ์แบบ เพราะมันจะไม่มีวันสมบูรณ์แบบ แต่เราก็แค่เขียนมันออกมา ดึงข้อมูลออกมาจากสมองโดยไม่จำเป็นต้องคิดถึงผลลัพธ์หรือความเสี่ยงใดๆ เพราะเป้าหมายของเรามีแค่การวิเคราะห์ตัวเองว่าทำไมเราถึงคิด…แต่ไม่ลงมือสักที อะไรคือสิ่งที่หยุดเราเอาไว้ และตอนนี้เราทำสำเร็จไปแล้ว (ถ้าได้เผยแพร่ก็ 100% แล้ว)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in