My First StoryTan
รีวิวตรงๆเอกอังกฤษ ลาดกระบัง ปี 2 เทอม 2: บอกว่าเสียใจเธอได้ยินไหม
  • โปรดอ่านคำเตือนต่อไปนี้ก่อนเด้อ
    1.รีวิวต่อไปนี้มาจากมุมมอง ความคิดเห็นส่วนตัวของเราต่อรายวิชา โดยอิงจากสิ่งที่ประสบพบเจอ ฉะนั้น หากรุ่นน้องหรือใครก็ตามที่กำลังจะเลือกเข้าศึกษาต่อ อย่าคาดหวังหรือกลัวว่าจะเจอเหมือนกัน 

    2.ในแต่ละวิชา เราจะไม่บอกชื่ออาจารย์ แต่วิชาไหนดีจะมีวลีเด็ดมาให้ได้หวนความทรงจำ ซึ่งรับรองว่าถ้าพูดไปต้องร้องอ๋อ แต่ถ้าวิชาไหนเราไม่ถูกใจ จะมีแค่รีวิวเท่านั้นเด้อ บางวิชาอาจมีการเยินยออาจารย์รายวิชานั้นๆบ้าง แต่รีวิวนี้ ไร้ซึ่งอคติและไม่ได้มีเจตนา จงใจ หรือตั้งใจที่จะประจารณ์บุคคลใดบุคคลหนึ่ง

    3.รีวิวค่อนข้างตรง เราใช้ภาษาตรงไปตรงมา ดีเราก็บอกว่าดี พร้อมบอกว่าดียังไง ไม่ดีเราก็บอกว่าไม่ดีพร้อมบอกว่าไม่ดียังไง ฉะนั้นหากกดอ่านแล้ว อย่าโลกสวย อย่าดราม่า อย่าหาว่าเราพูดแทงใจดำเพราะเรารีวิวตรงๆจากสิ่งที่เจอ แต่ถ้าหากภาษาดูแรงและทำให้ใครขุ่นข้องใจ ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


    เทอมนี้วิชาสายสกิลการอ่านกับการเขียนช่างน่าผิดหวัง คอร์สน่าสนใจมาก แต่ได้อาจารย์ไม่โอเคอีกละไง แอบบงงนะ ประเมินการสอนที่ผ่านๆมาไม่มีความหมายอะไรเลยหรือ พูดถึงทีไรละของขึ้น แต่ก็เอาเถอะ จบๆไปแล้ว ส่วนวิชาฟัง-พูดก็โอเคนะ เนื้อหาดี ถึงแม้บรรยากาศจะน่าเบื่อไปบ้างแต่โดยรวมคือปังระดับนึง ที่น่าแปลกคือเนื้อหาบางอย่างที่มันควรเรียนในวิชาเขียนมาได้เรียนเอาในวิชาฟัง-พูดอ่า คืองงในงง 555555 ส่วนวิชาสาย Content (วรรณคดี ภาษาศาสตร์ การแปลเบื้องต้น) ก็ไปได้สวยงามและปังปั๊วเช่นเคย แต่โดยรวมเทอมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเทอมที่หนัก แต่ไม่เท่าเทอมที่แล้ว มันหนักตรงที่อ่านเยอะขึ้น เขียนยาวขึ้นระดับพันกว่าคำเท่านั้นเอง 

    วิชาภาษาหมวดศึกษาทั่วไป

    English Skill Development for Life-Long Learning 

    วิชาบังคับ 

    Critical Listening and Discussion 

    Academic Reading 

    Argumentative Writing 

    Introduction to Literature

    Introduction to Translation 

    วิชาเลือกเอก

    English Syntax




    English Skill Development for Life-long Learning 

    ควิซตั่งต่าง, แปลงานเดี่ยวระดับพารากราฟ, สอบพูดกลุ่ม, เก็บคะแนนส่วนมากจากกิจกรรมในคลาส, สอบมิดเทอมไฟนอล ช๊อยส์ 

    เนื้อหา 

    เรียนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันผ่านสื่อต่างๆและกิจกรรมในคลาส 

    ความรู้สึก 

    สนุกดีได้ความรู้ใหม่ๆบ้างแต่ก็ไม่เยอะเท่าไร เป็นวิชาศึกษาทั่วไปนอกคณะที่ชิลที่สุดในสามโลก ไม่มีเอกสารการเรียน มีแต่ตัว สมองและหัวใจ กับเด็กวิศวะมากมายที่นั่งล้อมรอบ 55555 ฉะนั้นก่อนรีวิวขอเล่าแบ๊คกราวด์ก่อน

    ตามหลักสูตรเทอมนี้ต้องมีตัวนึงเรียนภาษาในหมวด gen-ed ซึ่งเรากับเพื่อนก็มองหาวิชานอกคณะที่เก็บเกรดง่ายๆและลงด้วยกันได้ทั้งกลุ่มบวกกับอยากเรียนกับเด็กวิศวะเพราะทุกคนต่างก็มีใจหวังจะได้อยู่ใกล้ชิดและพบเจอเทพบุตรของคณะ 555 คือถามว่าเจอไหมก็เจอนะ ดีเลยแหละ 5555 แต่ส่วนมากจะเป็นวิศวะแท้ๆไม่ใช่วิศวะที่วาดฝัน 5555 

    เอาล่ะเข้าสู่เนื้อหา ด้วยความที่ว่าวิชานี้เป็นวิชาภาษาหมวด gen-ed ฉะนั้น เนื้อหาจะไม่ยากมาก ง่ายๆเลยสำหรับเด็กเอกอิ้ง อาจารย์สอนดีนะ พูดอิ้งตลอด และกิจกรรมสนุก ส่วนมากเน้นกิจกรรมในคลาส เช่นเล่นเกมส์ทายศัพท์ พรีเซ้นอะไรก็ได้หน้าชั้นเรียน ใบ้ศัพท์ คือสนุกดีนะผ่อนคลายดี และได้เล่นกับเด็กวิศวะ งือออ 5555 และก็ศึกษาข้อสอบโทอิค เรียนรู้เทคนิค แต่เทคนิคนึงสามชม.นะ 55555 เรียนภาษาอังกฤษจากสื่อต่างๆ เช่น หนัง ซีรีส์ เพลง และก็จดศัพท์ เดาความหมายไรงี้ ชิลๆเบๆ แต่ศัพท์ยากนะ 5555 ต้องท่อง ถ้าใครมองหาวิชาอิ้งเพิ่มเกรดก็ตัวนี้เลย บันเทิง ไม่เครียดด้วย งานก็น้อยอาจารย์น่ารักใจดี ให้คะแนนดีมากก555 

    ข้อสอบ 

    มิดเทอมไฟนอลช๊อยส์หมดและมีเติมคำ เขียนประโยคใบ้คำ เขียนรีเฟรคชั่น 1 หน้า ไม่ยากนะ มีคนได้เต็มด้วยซึ่งไม่ได้เรียนเอกอิ้ง ตัดภาพมาที่นี่ขายขี้หน้าชิบหาย 55555




     

    Critical Listening and Discussion

    วลีเด็ด: นักศึกษารู้จักวง MBK 48 ไหมครับ, อาจารย์ซื้อไอแพดใหม่มานะครับนักศึกษา สวยไหมครับ

    สอบมิดเทอม/ไฟนอล: ฟังคลิปแล้วเขียนสรุปความ วิเคราะห์สปีช แชร์ความเห็น

    ความรู้สึก 

    รอมานานละวิชาฟัง-พูดแบบนี้ วิชาที่ไม่ต้องมานั่งฟอโล่เนื้อหาในหนังสืออันน่าเบื่อ แต่เน้นคิดวิเคราะห์อย่างแท้จริง โดยรวมเนื้อหาดี อาจารย์สอนดี

    แต่เรามองว่ามันยังไม่สุดเท่าไร แต่ก็ถือว่าโอเคระดับนึง ข้อดีอีกอย่างคือได้ความ British ขั้นสุดจากอาจารย์มา 5555 เรียนกับครูไทยนะ แต่สำเนียงระดับ Received Pronunciation (RP) 

    เนื้อหาที่เรียนครึ่งแรก จะเป็นการฟังเชิงวิเคราะห์ บทแรกจะเกี่ยวกับ logical fallacy มีชีทมาให้ประมาณ20กว่าหน้า อ่านยากเวอร์ แล้วให้ฟังคลิปประเภทโฆษณาและอื่นๆ แล้วลองวิเคราะห์ว่ามันตรรกะวิบัติอย่างไร นอกจากนี้ก็มีฟังข่าว ฟัง Debate ยาวๆยากๆ (ที่จำได้ชอบการดีเบทเรื่องเด็กผิวดำใส่เสื้อลิง the coolest in the jungle ฟังสนุกเวอร์) และพอฟังเสร็จอาจารย์จะให้แชร์ความเห็นกับอาจารย์ ส่วนกิจกรรมการพูดก็มีพรีเซ้นเดี่ยว ครั้ง เลือกเพลงและหนังมาวิเคราะห์ Inpromtu Speech ตอบคำถามเพื่อน (อันนี้สนุก คิดคำถามฆ่ากัน5555) และสอบดิสคัสชั่น 2 ครั้ง

    ครึ่งหลังจะเน้นวิเคราะห์สปีช จะมีสปีชคนดังๆมาให้ฟังแล้วเอาเนื้อหาที่เรียนวิเคราะห์สปีช พวก Pathos Ethos Eulogy บลาๆ และก็อะไรอีกก็ไม่รู้ลืม 55555 สนุกดี แต่บรรยากาศแอบน่าเบื่อบ้าง รวมๆแล้วเอนจอยเพราะเรียนแล้วได้อะไรดีๆกลับมา 

    ข้อสอบ 

    มิดเทอมเป็นควิซเล็กๆ อาจารย์ให้ฟังข่าวเกี่ยวกับการที่นักเรียนชายของรร.นึงในต่างประเทศใส่กระโปรงประท้วงไรสักอย่างแล้วเขียน summary ส่ง

    ขอบอกว่าโคตรยาก เด็กนักเรียนก็พูดอยู่ในลำคอ อมพะนำอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่ออก ลำไย 555555 ส่วนไฟนอลก็ถือว่าแอบยากนะ มีทั้งฟัง วิเคราะห์ เขียนสรุป แชร์ความเห็น ได้ฟังสามคลิป พาร์ทแรกจะเป็นสปีชของ โอปร่า วินฟรี่ เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของผญ.แล้วให้วิเคราะห์สปีชว่าโอปร่าใช้กลยุทธ์ใดในการพูด คลิปที่สองจะเป็นเพลงไม่ค่อยยาก เพลงเพราะด้วย 55555 แล้วให้เขียนสรุปแบบว่าตีมหลักๆเกี่ยวกับอะไร ชอบพาร์ทไหนในเพลงที่สุด เพราะอะไร ส่วนคลิปปิดท้ายเป็นคลิปโต้วาทีระหว่างแพทย์กับนักวิชาการ เรื่อง โรงเรียนควรมีการสอนเด็กเรื่องการ safe sex หรือเปล่า ยากหน่อยแต่พอจับจุดได้ จากนั้นก็เขียนสรุปและแชร์ความเห็นว่าเราเข้าข้างใครเพราะอะไร เรียนชิลๆแต่ได้ความรู้นะเออ 

    B+  อาจารย์ตลกมากกก นี่เวลาเรียนขำแรงตลอด5555




    Academic Reading

    สอบมิดเทอมไฟนอล ควิซโวแคบสองครั้ง 

    เนื้อหา 

    อ่านบทความวิชาการประเภทต่างๆ ความยาวประมาณ หน้าพร้อมทำแบบฝึกหัดในหนังสือ แชร์ไอเดีย (เรียนไปตามหนังสือที่แท้ทรู) 

    ความรู้สึก

    ชื่อวิชาน่าสนใจและน่าเรียน แถมคำอธิบายรายวิชานี่ดึงดูดให้อยากเรียนสุดๆ แต่พอมาเจอจริงๆ......... ทุกวิชาแหละ ขึ้นอยู่กับตัวผู้สอน ต่อให้เนื้อหาวิชาดี แต่ถ้าผู้สอนไม่สอดคล้องก็จบ ตามหลักสูตร ตัวนี้ควรเป็นตัวที่ให้นศ.ได้ฝึกเขียนตอบและใช้ความคิดเชิงวิเคราะห์แบบจริงๆจังๆ บทความควรมาจากหลากหลายแหล่ง เช่น เว็บ The New York Times, The Guardians ไรงี้ แต่ที่กล่าวมา ไม่มีเลยในคอร์สนี้ (ล้องไห้) ถามว่าวิชานี้มันแย่มากไหม ผิดหวังมากๆ ไม่ได้อะไรเลย ถ้าให้คะแนนก็อยู่ประมาณ 3/10  มันไม่ใช่รีดดิ้งตัวที่สามนะ มันคือรีดดิ้ง 0 ไม่ก็รีดดิ้ง 1.1 เพราะเนื้อหาง่ายมาก ไม่มีอะไรเลยเอาง่ายๆ รีดดิ้งตัวที่ผ่านมายังเข้มข้นกว่านี้อีก ศัพท์แสงการวิเคราะห์คือลึกซึ้งกว่าตัวนี้มากก ข้อดีของวิชานี้ก็คงเป็นบรรยากาศการเรียนชิลๆ โอ้ยย จะให้นิยามวิชานี้ยังไงดีอ่าบอกไม่ถูก55555 ครึ่งแรกอาจารย์จะให้ไปอ่านบทความมาก่อนเลย แล้วทำแบบฝึกหัดในหนังสือให้หมด พอมาในคลาส อาจารย์ก็จะสอนไปตามหนังสือเลย ไม่เรียกว่าสอนนะ เฉลยเร็วๆดีกว่า แถมพานอกเรื่องไปนู่นนี่นั่นบ้างและดูในเรื่องศัพท์ว่าแปลว่าอะไร ใช้ยังไง เอิ่ม  waste my time มากๆอ่า ไม่ค่อยได้ strategy อะไรสักเท่าไร แอบเฟลนิดๆเพราะตัวเองอยากเรียนรีดดิ้งแบบยากๆ แต่สิ่งที่เจอกลับง่ายเกินคาดแบบพลิกล๊อค

    และในส่วนของตัวบทความ ถึงแม้ว่าจะง่าย แต่ถ้าถามว่าตอบโจทย์ความเป็น academic ไหม ตอบเลยว่าใช่ มัน academic จริงๆ ข้อดีก็คงเป็นตรงนี้แหละ เนื้อหาวิทยาศาสตร์ ศิลปะ การทดลอง มาหมดจ้า รู้สึกว่าตัวเทคส์ดูเพิ่มรอยหยักในสมองเรามากขึ้น ประมาณว่าเราสามารถพูดคุยถึงท้อปปิคนั้นได้แบบไม่อายเพราะอ่านมา5555 ถึงแม้ว่าศัพท์จะง่ายก็เถอะ(มีแปลกตาบ้างแต่น้อย) ครึ่งหลังจะเป็นการทำโปรเจคล่ะแต่ละกลุ่มแบ่งกันเลือกบทความในแต่ละบทและตีความตามที่อาจารย์บอกแล้วมาพรีเซ็นหน้าชั้นเรียน ตามสไตล์รีดดิ้งอ่าเนอะ และเราก็ได้บทความเกี่ยวกับสัตว์ (อีกแล้วหรอวะ 5555) เนื้อหาการเรียนก็มีประมาณนี้ด้วยตัวเทคส์ที่ง่ายมาก มันเลยทำให้คลาสดูกร่อยๆแต่ภาพรวมคอร์สนี้คือยังไม่พอใจอ่า อีกประเด็นคือข้อสอบ นี่ มัน ระดับมหาวิทยาลัยแล้วนะ ยังจะเป็น multiple choice อีกหรอ ไม่โอเคมากๆจริงๆ ถามว่าอาจารย์สอนดีไหม เขาสอนไม่แย่นะ เปิดโอกาสให้ดิสคัสตลอด บางเรื่องก็แอดความรู้ให้ แต่เขาเลือกเนื้อหาไม่ดีอ่ะ ไม่ดีจริงๆ

    ข้อสอบ 

    มาพูดถึงในส่วนของข้อสอบ คุณพระ ในคลาสเรียนง่ายเวอร์วัง แต่ข้อสอบยากมากถึงขนาดแทบดิ้นทุรนทุราย Reading Comprehension กับ meaning in context พาร์ทรีดดิ้งมีบทความสั้นยาวปนกันไปแต่ความยากคือยากมากก มันยากมากจริงๆ ออกจากห้องสอบคือปวดหัว แล้วอาจารย์ถามเจาะลึกมาก ช๊อยส์ก็หลอกลวงตรึม ศัพท์แสงสีแปลกตามาหมด โอ้ยย พวกบทความยาวๆยังโอเคนะ แต่บทความสั้นๆน่ะสิ นั่งวิเคราะห์นานมากกก เน้น drawing inferences ที่จำได้แม่นก็บทความเกี่ยวกับปรัชญาทางเศรษฐกิจ อ่านวนนานมาก และศัพท์ยังกะอิมพอร์ตมาจากนอกโลก แต่ตอนเรียนในคลาสคือไม่เจอสักคำ 





     Argumentative Writing 

    เนื้อหา (เรียนอะไรวะ 55555) เรียนการเขียน Argumentative essay and Persuasive essay หลักการไซ้งานประเภท APA & MLA 

    ความรู้สึก 

    อีกแล้วจ้า วิชาสายสกิลที่แย่ไม่แพ้กับ Academic Reading เลย เอาจริงๆวิชาสายเขียนอยู่ระดับที่ดีมาเลยนะแต่มาตกม้าตายเอาวิชานี้ เพราะเปลี่ยนอาจารย์ แทบจะไม่ได้อะไรเลยจากคอร์สนี้พูดตรงๆวิชานี้ควรเป็นวิชาที่นักศึกษาจะได้ฝึกทักษะการอ่านบทความดีๆ การเขียนเชิงแสดงความคิดเห็นพร้อมกับการฝึกอ้างอิงข้อมูลที่หนักแน่นมาสนับสนุนความคิดเห็นของตัวเองตามคำอธิบายรายวิชาใช่ไหม? แต่ตลอดทั้งคอร์สเต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน ความเข้าใจผิด และความเสียเวลาของนักศึกษาอันมหาศาลลลลลลลลลลลลล 

    ยกตัวอย่างเช่น 

    อาจารย์ให้ร้องคาราโอเกะในคลาสแบบจริงจัง ถ้าให้ร้องเป็นการผ่อนคลายท้ายคาบมันก็โอเคนะ แต่นี่ไม่ใช่แบบนั้น (มีสั่งนักศึกษาให้เตรียมเพลงมาร้องในคลาสคนละเพลงด้วยนะ โอ้ว) 

    งานที่สั่งยังไม่ตรงตามรายวิชาอย่างชัดเจน เช่น การให้พรีเซ้นหน้าชั้น การอัดคลิปทำโฆษณาส่ง ให้เขียนเอสเสเล่นๆเรื่องรักครั้งแรก และพีคสุดทำเอ้าไลน์เอสเสเป็นกลุ่มลงมายแมพลงกระดาษเอสาม 

    (เอิ่ม ว้อททท!!) เป็นไรอ่า 555 ไหนไร้ติ้ง ไหนโมเดลเอสเส ตลอดทั้งคอร์สเซลฟ์เลินนิ่งโดยตัวเองทั้งหมดจ้า เพราะเอกสารการสอนที่ใช้ในวิชาไม่โอเคเลยและไม่มีการจัดระบบให้ดีด้วยนะ อย่างการไซ้งานมันควรจะสอนตั้งแต่ต้นเทอมละ แต่มาสอนเอาก่อนสอบปลายภาค ได้หรอ ถามว่ามีงานเขียนไหม มี แต่มีเพียงแค่สองงาน ท้อปปิคก็เกี่ยวกับการศึกษาอย่างเดียว บนโลกใบนี้มันไม่มีประเด็นอื่นให้เล่นแล้วหรอถามจริง หงุดหงิดอ่ะ 

    และไม่เคยได้รับคอมเมนต์กลับเลยนะ เคยได้รับแค่ครั้งเดียว ซึ่งจะเรียกว่าคอมเม้นเต็มๆปากมันก็ไม่ได้ งานเขียนเรายาวสามหน้าแต่อาจารย์คอมเม้นแค่ว่า ตรง for year ควรเป็น plural นะสื่อว่าหลายปี และก็คำว่า stuff หนูเขียนผิด แค่นี้จริงๆคอมเม้น....... 

    งานทุกชิ้นเหมือนทำ Draft 4 ส่งทีเดียวโอ้ยย อะไรเนี่ย นับว่าเป็นความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ของภาควิชาและถ้ามันเกิดขึ้นอีกเราก็หมดคำพูดอ่า Paragraph&Essay สองตัวที่แล้วคือดีงามกว่ามากซุปเปอร์โข ขนาดเข้าไปปรับความเข้าใจกับคนสอนตัวต่อตัวก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยแถมเอารีเสิชเมืองนอกมาตบหน้านักศึกษาอีกนะว่าแนวการสอนเขาเป็นแบบนี้ แต่ในความเป็นจริงมันไม่เป็นแบบนั้นเลย ที่พีคอีกคือให้นักศึกษาเอางานเขียนไปเข้าเครื่องโปรแกรมในเน็ตตรวจ ที่น่าใจหายยิ่งกว่าคือ ปรกติการเขียน Argumentative Essay มันควรจะยาวเป็นปรกติช้ะแต่อาจารย์คืออนุญาตให้ทำหน้าเดียวก็ได้ ชิลไปอีก หัวร้อนทุกครั้งเวลาได้พูดถึงวิชานี้ เสียดาย บอกเลยนะ ดูคลิปสอนเขียนอากิวเม้นตามเน็ตยังจะมีประโยชน์กว่าซะอีก เสียดายค่าเทอมมากพอๆกับตัวเมื่อกี้เลยจ้า แน่นอน ช่วงประเมินนี่จัดเต็ม ช่วงแรกอาจารย์เปิดตัวมาดีนะ สอนโอเค เนื้อหาดูเป็นระบบ แต่เป็นได้แค่สามวีคอ่ะ หลังจากนั้นก็อย่างที่กล่าวไปเลย ช่วงท้าย อาจารย์เอา Packet มาให้อ่านและวิเคราะห์ ซึ่งก็ดี แอบสงสัยแล้วทำไมไม่ทำแบบนี้แต่แรก วุ๊ พูดจริงๆนะ ถ้าเขาไม่สอนแต่ตรวจงานละเอียดนี่จะไม่ว่าเลย 

    ข้อสอบ 

    มิดเทอมและไฟนอลเขียนเอสเสตามหัวข้อที่กำหนด ไฟนอลหัวข้อค่อนข้างยาก 

    B+ ไม่ภูมิใจหรอกจริง เพราะถ้าให้ประเมินความสามารถของเราจริงๆ เราว่าเราน่าจะอยู่ที่ B

    Introduction to Literature 

    วลีเด็ด: ymm, basically, I think it's good, BUT!! 

    Assignments: วิเคราะห์กลอน/เอสเส 1000 คำ วิเคราะห์ตัวละครจากนวนิยายเรื่องใดก็ได้ 

    Quiz: อธิบาย Terms ที่กำหนดมาให้ 

    Final Exam: เลือกเขียนยุคใดก็ได้/วิเคราะห์กลอน/อธิบาย Terms

    เนื้อหา 

    เรียนนวนิยายและบทกลอนของอังกฤษในแต่ละยุค พร้อมทั้งดูบริบททางปวศ.คร่าวๆและองค์ประกอบของกลอนและนิยาย 

    ความรู้สึก 

    ดีงามมากๆ ทุกสิ่งทุกอย่างปังสุดๆ เป็นวิชาที่เรียนหนักที่สุดบอกเลย เลคเชอร์3ชม.เต็มโคตรจะดูดพลัง เรียนเสร็จอาจตายได้ 55555 และอาจารย์พลังเยอะมากกกกก สอนได้คุ้มค่าเทอมสุด ซูฮกเลย ความโชคดีคือได้เรียนกับอาจารย์ฝรั่งที่เทพและอินกับสายลิทมากๆๆๆๆ ประหนึ่งว่าวรรณคดีคือชีวิตเขาเลย และที่สำคัญ อาจารย์ลุคส์คล้ายศาสตราจารย์ทรีลอร์นี่ ในแฮรี่ พอตเตอร์มากๆๆๆๆ เวลาเรียนให้อารมณ์กำลังเรียนอยู่ในฮอกวอตส์ 

    แนวการสอนอาจารย์จะเล่ายาวพรืดๆๆๆแบบไม่ตะกุกตะกัก เตรียมการสอนมาดีมากก คุมเนื้อหาที่เยอะได้พอดิบพอดีกับเวลา เวลาเขาเล่านิยายให้ฟังคือสนุกมากกก เขาเล่าสนุก มีลูกเล่น คุมเนื้อเรื่องนิยายเล่มหนาแบบอยู่หมัด อย่าง Wuthering Height กับ Pride and Prejudice เนื้อเรื่องเยอะมากกแต่อาจารย์เล่าสรุปทุกพ้อยแบบตีละเอียดยับ เรื่องแรกคือตัวละครความเชื่อมโยงโคตรจะเยอะ แต่อาจารย์เล่าแบบโฟรลมากกก เป็นคลาสที่สนุกที่สุดจำได้เลย (ทั้งๆที่ไม่ได้อ่านก่อนไปเรียนนะเนี่ย555555) พาร์ทกลอนอาจารย์ก็ตีบทแตก บางจุดคือเขาทำท่าให้ดูด้วย เป็นอาจารย์ที่ทุ่มเทสุด 

    ถ้าใครอยากฝึกสกิลการฟังมาเลย ฟังหูดับไปเลย ฟังเต็มๆ3ชม.

    เนื้อหาที่เรียนเกี่ยวกับวรรณคดีอังกฤษ เฉพาะนิยายกับบทกลอน คือได้อ่านเยอะมากกกกกก ไม่ใช่นิยายทั้งเล่มแต่เป็น fragment สรุปแต่ละบทในนิยายมา ซึ่งก็ยังเยอะอยู่ดี 55555 ชีทกลอนคือให้มาเยอะมากกก แต่เรียนไม่ทั้งหมดนะเพราะกลอนนึงก็ยาวมาก สั้นๆมีน้อย ควรอ่านก่อนไปเรียนมากๆๆๆนะแต่ถามว่าทำไหม ก็ไม่ แย่ที่สุดเลยตรู5555 แต่เรียนรู้เรื่องนะเพราะในคลาสนี่ตั้งใจเรียนเวอร์ พาร์ทประวัติศาสตร์จะไม่ได้เจาะลึก แตะๆให้รู้ว่างานเขียนในแต่ละยุคมัน represent เหตุการณ์อะไรบ้างเพราะอาจารย์คงเก็บพาร์ทปวศ.ไว้ศึกษาแบบละเอียดในตัวถัดไป (British and American Literature) แต่ในเรื่องขององค์ประกอบการเขียนกลอนนิยายคือละเอียด เจาะๆจุกๆ 

    ถามว่าสนุกไหม สนุกนะ กลอนกับนิยายโคตรเจ๋ง มันล้ำมันลึกซึ้งไปหมดและประเด็นดิสคัสมันส์มาก ที่อ่านแล้วอินสุดๆก็คงเป็นกลอนเกี่ยวกับทหารในสงครามน้ำตาจะไหล แต่รู้สึกยากไปหมด เพราะนี่วิเคราะห์ไม่เก่ง5555 บวกกับตอนนั้นคือรักสาย Linguistics เลยไม่อะไรกับสายริท

    ระหว่างเรียน อาจารย์จะเปิดโอกาสให้นศ.อภิปรายกับเขา ซึ่งเขาทำได้ดีนะ แต่ด้วยเนื้อหาที่ยากบวกกับความไม่ได้อ่านมา เลยเด้ดแอร์จ้า 

    การบ้านมีงานเขียนสองชิ้น ชิ้นแรกวิเคราะห์กลอนที่ตัวเองได้ ทำลงในเพจวิชา อาจารย์ให้คำแนะนำเพิ่มเติมดี เขาชี้พ้อยที่เรามองไม่ออกได้ตรงจุด

    งานชิ้นที่สองคือวิเคราะห์ตัวละครจากนิยายเรื่องใดก็ได้ 1000 คำขึ้นไป 

    สิ่งที่เราเสียดายที่สุดเลยนะคือไม่เคยอ่านก่อนไปเรียนเลยสักครั้ง ไม่ได้ทุ่มเทมากพอให้กับวิชานี้อ่าเพราะตอนนั้นไม่อินกับสายริท พอเวลาผ่านมา นึกย้อนกลับไป คือโคตรเสียดาย ฮืออออไม่เสียดายอย่างเดียวคือในคลาสตั้งใจเรียนมากกกกก เพราะอาจารย์สอนดีแบบสุดๆ เล่าเนื้อหาได้น่าติดตาม เวลาอาจารย์อ่านภาษาอังกฤษโบราณคือไพเราะมากกก 

    ข้อสอบ 

    มิดเทอมเป็นควิซ รู้สึกว่าไม่ยาก แต่เราทำไม่ค่อยโอเคอ่า คะแนนน้อยเวอร์ อ่านไปนะแต่เหมือนยังเขียนไม่ถึงแก่น 

    ส่วนไฟนอล ไม่ได้รับฟีดแบค แต่รู้สึกว่ายากมากกกก ยากโคตร โดยเฉพาะวิเคราะห์กลอน คือกลอนมันอ่านยากมากอ่า น้ำตาไหล แต่ก็มีพาร์ทที่ทำได้อย่างอธิบาย Terms และเลือกเขียนวิเคราะห์ยุคต่างๆ เราเลือกเขียนยุคโรแมนติคเพราะจากโจทย์โรแมนติคง่ายสุดละ แต่ก็ยากอยู่ดี 555 

    B+ แต่ความสามารถเราจริงๆนี่ให้ C อ่า 55555 เพราะไม่เก่งตีความเลย

    ตอนนี้อาจารย์ย้ายไปสอนที่จุฬาฯแล้ว เสียดายจังอยากเรียนกับเขาอีก

    Introduction to Translation 

    วลีเด็ด:ไหนลองแปลพาร์ทนี้ซิคะ 

    สอบมิดเทอม/ไฟนอล: แปลบทความระดับพารากราฟ

    ควิซแปลนิยายสั้นๆ 

    การบ้าน: สรุปประเด็นสำคัญของจรรยาบรรณในการเป็นนักแปลที่ดี,ดูลักษณะการแปลข้ามวัฒนธรรมของบทความในเน็ต 

    เนื้อหา 

    เรียนทฤษฎีการแปลเบื้องต้นทั้งอังกฤษ-ไทย ไทย-อังกฤษ พร้อมฝึกทักษะต่างๆเบาๆ 

    ความรู้สึก 

    ก็โอเคนะ อาจารย์สอนดี แต่คลาสแอบน่าเบื่อเพราะเรียนทฤษฎีเยอะเกินไปและไม่ค่อยได้ฝึกมากเท่าไร เหมือนเรียนตัวนี้แล้วจำเป็นต้องลงต่อตัวอื่นเพื่อฝึกทักษะการแปล แต่เนื้อหาการเรียนดีมาก ดูตั้งแต่จรรยาบรรณ การรับงาน กลยุทธ์กระบวนการแปล พร้อมตรวจแก้ฝึกปรับบทงานแปล บางช่วงแอบมี Syntax มาวิเคราะห์ประโยคด้วยนะ อาจารย์เป็นคนที่ open มาก มักจะเรียกถามและให้ลองแปลจุดนี้จุดนั้นโดยไม่สตริคว่าต้องเป็นแบบเขา 

    แปลยังไงก็ได้แต่ขอให้ถูกต้อง เก็บความครบไม่ขาดไม่เกิน ไม่รู้จะรีวิวไรอ่ะจริงๆ 555555 สรุปเลยก็เรียนทฤษฎีแปล กลยุทธ์ ทบทวนแกรมม่า อ่านบทความ แล้วก็ลองแปลสดๆในคลาสแบบไม่ซีเรียสมาก เป็นอินโทรแปลสมชื่อ 

    ข้อสอบ 

    มิดเทอมออกไม่ยากเลยเช็คเรื่องการเลือกใช้คำและแปลนิยายประมาณ 2 พารากราฟ แต่ไฟนอลคือหินมากมีทั้งแปลอิ้งไทยไทยอิ้งประมาณ 1 หน้า

    ยากไปหมด โดยเฉพาะแปลไทย-อังกฤษ จำได้ว่าแปลเรื่องลูกแก้วไรเนี่ยแหละ บันเทิงจ้าและตรวจแก้บทแปล อันนี้ไม่ยากเท่าไร

    B เปิดตัวได้โอเคระดับนึง 55555 




    Syntax 

    วลีเด็ด: นักศึกษาครับ 

    ควิซ: วาดต้นไม้หลายครั้ง, วิเคราะห์ภาษาต่างประเทศ 1 ครั้ง

    4 Assignments: Describe the data by using syntactic theories/ Midterm: in-class/ Final: take-home examination 

    เนื้อหา 

    เรียนเกี่ยวกับวากยสัมพันธ์ภาษาอังกฤษตามสไตล์ภาษาศาสตร์ วาดต้นไม้ผีน่ารักและวิเคราะห์ดาต้า 

    ความรู้สึก 

    ดีมากกกกก ดีมากกกกก ดีมากกกกกกกกกกกก 5555 ดีจริงๆ เล็งคอร์สนี้ตั้งแต่ปี1เลย วิชานี้เราเรียนกับอาจารย์ใหม่พึ่งจบภาษาศาสตร์มาจากเมืองนอก เอาจริงๆก็เจอเขามาตั้งแต่ในอินโทรแลงล่ะ พาร์ทวากยสัมพันธ์กับวิทยาหน่วยคำ ซึ่งสอนดีมากกก เข้าใจมากกกก เลยไม่ลังเลอะไรที่จะลง เอกสารประกอบการเรียนก็ถือว่าดีเยี่ยม มีทั้งอ่านง่ายและอ่านยากผสมกันไป ถ้าจำไม่ผิด เนื้อหาหลักจะมาจากหนังสือของ Andrew Carnie ซึ่งอ่านง่าย เนื้อหาดีจริงๆ 

    สิ่งที่เราชอบที่สุดคงเป็นวิธีการสอนของอาจารย์ เป็นคลาสที่จริงจังแต่สนุกนะ เน้นการสอนไปแบบทีละสเต็ป ง่ายๆไปยากๆอันนี้ชัดมากเลย แน่นอนว่าเป็นวิชาวาดต้นไม้แยกโครงสร้างซึ่งหลายคนคงอาจจะมองว่ามันมีแค่นั้น แต่ไม่!! นอกจากวาดได้แล้วเรายังต้องเขียนอธิบายให้ได้ด้วย ต้องแสดงทฤษฎีที่สอดคล้อง ยกตัวอย่างพร้อมกับโชว์ความแตกต่าง เอาง่ายๆเรียนมากกว่าวาดต้นไม้เยอะ ต้นไม้เป็นเพียงแค่ abstract idea ที่ช่วยให้เราเห็นความเชื่อมโยงของประโยคมากขึ้นเท่านั้นเอง อาจารย์ยังเน้นสอนว่าเวลาเขียนตอบให้ตอบแบบลิงกวิสเขาทำกัน หูยย ดีงามม 5555

    นอกจากนี้ก็มีวิเคราะห์ภาษาต่างประเทศ เช็ควลีประโยคผ่านระบบ binding theory, x-bar theory และก็อีกเยอะ ซึ่งเราลืมชื่อ 555555 

    ขอบอกว่าได้ความรู้จากคอร์สนี้เยอะมากกก เป็นศาสตร์ใหม่ทางภาษาที่โคตรเปิดโลก โดยเฉพาะในเรื่องของ Generative Grammar คือเราจะมองออกเลยว่าแกรมม่าที่เราท่องๆกัน โครงสร้างที่เราเห็น ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ ทำไมต้องเชื่อมอันนั้น สนุกมากๆ เป็นคอร์สที่ควรเรียนอ่าบอกเลย 

    ข้อสอบ 

    ข้อสอบมิดเทอมก็มีประมาณ ข้อ แต่เป็นสี่ข้อที่เหนื่อยเวอร์แต่หายเหนื่อยเมื่อเห็นคะแนน และคำชมในบางพาร์ทว่า This is a good response to the task.... อิอิ แต่หลังจากนั้น ก็ไม่เคยได้รับคำชมอีกเลย ที่ได้ก็จะเป็น illogical ???? 5555 

    ส่วนไฟนอลก็เป็นอะไรที่ยาก เหนื่อย กดดัน เป็น take home examination นั่งล้างแอปเปิ้ลสีแดงสามลูกข้ามคืนข้ามวัน วัดความอึดถึกทนที่แท้ทรู

    นั่งปั่นตาลีตาเหลือกกันข้ามคืน ข้อนึงเขียนตอบก็ 4-5 หน้า อิ้งหรือไทยก็ได้ แต่เราเขียนอิ้งล้วนคิดว่าเขียนไทยเขียนยาก55555 

    จำได้ว่าคืนก่อนวันส่งงานนั่งปั่นตั้งแต่ 9 โมงเช้ายันตีสี่ของอีกวัน บันเทิงไปอีก เหนื่อยแต่ชอบนะ 55555 

    C+ นับว่าเกินคาดมากกเพราะตอนแรกที่คิดไว้นึกว่าจะได้น้องหมามาเลี้ยง เห้อ โล่งไปหน่อย เพื่อนเราคนนึงได้ A คือเขาเทพมากจริงๆขยันและมีความเป็นลิงกวิสตัวจริง!! 



    ปี2เทอม2 มีทั้งวิชาที่ดือและไม่ดือ ซึ่งวิชาที่ไม่ดือก็น่าเสียดายมากๆอ่า แงงง อยากจะร้องไห้ 



    พอจบปีสอง ไม่รู้ว่าทุกคนเป็นเหมือนกันไหม แต่รู้สึกว่าภาษาตัวเองดีขึ้นมากๆ เวลาดูหนังคือแทบไม่อ่านซับ ทำแบบฝึกหัดได้แบบผิดน้อยมาก เชื่อแล้วล่ะ อยากเก่งภาษาต้องใช้เวลาอยู่กับมันบ่อยๆและซึมซับเข้าเรื่อยๆ แต่เราก็ยังเป็นคนไม่เก่งคนเดิม อยู่กลางๆตลอด ไม่ไปไหนเลย 555


    หากคิดว่าปี 2 คือหนักที่สุดแล้ว รออ่านช่วงปีสามนะ แล้วมาดูกันว่าหนักขนาดไหน โปรดติดตามตอนต่อไป

     

     

     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in