สองมือปัดป่ายทั่วพื้นเตียงขาวควานหาหมอนหนุนอีกใบเพื่อมาอุดหูตัวเองไว้ เมื่อเสียงจากภายนอกเข้ามากระแทกโสตประสาทจนหลุดจากฝันดีของเมื่อคืน
ก๊อกๆ
"จีน ตื่นได้แล้ว 6:30 แล้วเดี๋ยวไปโรงเรียนสาย"
นอกจากเสียงเคาะที่น่ารำคาญในรอบแรกแล้ว ยังตามมาด้วยเสียงของหญิงสาวผอมบางที่ตะโกนเรียกอยู่ด้านหลังของประตู ถ้าไม่ติดว่าเป็นเสียงของแม่จะบ่นว่า น่ารำคาญชะมัด แต่นั่นแหละทำได้แค่บ่นในใจ
"จีน แม่จะไม่ปลุกซ้ำ ถ้าไม่ตื่นแม่จะให้พี่จอนไปโรงเรียนคนเดียว"
ชิบหาย...วันนี้เปิดเทอม
จากร่างกายที่นอนคุดคู้อยู่กับผ้าห่มสะดุ้งนั่งสุดตัวเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นเปิดเทอมวันแรก มีเวลาสะลึมสะลือได้ไม่กี่วิสองขายาวก็เหวี่ยงลงพื้นก่อนจะรีบสาวผ้าขนหนูวิ่งเข้าห้องน้ำไป
"แม่ ! จีนตื่นแล้วขออาบน้ำแป๊บ บอกพี่จอนด้วยว่าอย่าทิ้งจีน"
.
.
"สาย"
"ยังไม่สาย ดูนาฬิกานู้น 7 โมงเป๊ะๆ"
"เถียงเก่ง มานั่งกินข้าวได้แล้ว"
"ตักข้าวให้หน่อย"
"ไปตักเอง มาช้าแล้วยังจะมาใช้พี่อีก"
"นะพี่จอน.."
"รำคาญหวะจีน"
ยกยิ้มกริ่มมุมปาก เมื่อแผนเดิมๆ ใช้ได้ผลเสมอกับพี่จอนพี่ชายผู้ปากแข็งดั่งหินแต่พฤติกรรมดันสวนทางกันเป็นเส้นขนาน เก๊กเก่งที่หนึ่งแต่ความจริงแล้วใจดีเป็นบ้า
พี่มันย้ายร่างสูงๆ เข้าไปในครัวซักพักได้ยินเสียงคุยกับแม่นิดหน่อยก่อนจะออกมาพร้อมจานข้าวที่มีไอควันขาวๆ ลอยตาม ใบหน้าเรียบนิ่ง สายตาไร้อารมณ์สุดๆ แต่แปลกใจมากที่ทำไมไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวซักนิด มีแต่อยากจะกวนประสาทอยู่ร่ำไป
"รีบกิน แล้วก็ไม่ต้องเบิ้ล ช้า"
"พี่จอน จีนไม่อิ่มข้าวเช้าต้องกินเยอะๆ ไม่เคยเรียนสปช. กพอ. สลน. เหรอ"
"ถ้าอยากกินเยอะๆ ก็ต้องตื่นให้มันเช้ากว่านี้ดิ"
"เออหนะ จีนก็ไม่เคยกินช้าพี่ก็เห็น"
"ตามใจ แล้วรีบๆ ด้วยอย่าลีลา"
all kill
พอรู้ว่าเข้าทางหน่อยก็ได้ใจใหญ่เลยนะตัวเรา
อย่ามาเถียงน้องเรื่องกินข้าว ถ้าไม่ต่ำกว่า 2 น้องไม่ยอมแน่ๆ
.
.
.
7:45 am
"พี่จอนเร็วๆ ดิ้ จะสายแล้วเนียะ"
"แล้วใครให้ตื่นสายห้ะจีน"
"นี่พี่โทษจีนเหรอ"
"ไม่โทษจีนแล้วจะให้โทษใคร"
"...ไม่รู้ เออๆ ไปแล้ว"
"วันนี้เลิกกี่โมง"
"ให้ตารางเรียนแล้วไปดูเอาเองงงง"
แสบชะมัด
แสบสุดๆ
วางตามองไปที่หัวกลมๆ ที่วิ่งกอดกระเป๋าจาคอปหายเข้าไปในโรงเรียน จอนถอดหมวกกันน็อคของตัวเองออกก่อนจะเสียบมันไว้กับตัวรถจักรยานยนต์ ถอดกุญแจเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง สองขายาวก้าวฉับๆ เข้าไปในโรงเรียนตามน้องไป
7:45 am
ยังไงก็ไม่สายแต่อีกคนดูรีบร้อนเกินเหตุนั้นเพราะคงอยากจะเจอเพื่อนๆ มีเวลาทักทายกันตามประสาเปิดเทอมวันแรก แต่เอาจริงๆ แล้วก็ทำตัวโอเวอร์ไปแบบนั้นแหละ ตลอดเวลาปิดเทอมสองเดือนที่ผ่านมา เจ้าตัวเองก็มีเวลาเล่นเกมออกไปเที่ยวเล่นกับแก๊งเพื่อน ไม่ได้ปล่อยให้มีระยะเวลาห่างกันเท่าไหร่นัก จะให้เรียกว่าคิดถึงเพื่อนก็ไม่ถูก ให้เรียกว่าพฤติกรรมตามกระแสเปิดเทอมดีกว่า
จอนเดินไปที่โต๊ะม้าหินประจำข้างสนามบาส ที่ที่แก๊งของเขานั่งรอเข้าแถวกันเป็นประจำ สายตาเหลือบเห็นหัวกลมๆ ของยีนส์ ดิมและทิวกำลังนั่งคุยกันสัพเพเหระ ไม่นานนักยีนส์ก็เหลือบสายตามาเห็นการมาถึงของจอนจึงโบกมือทักทาย
"ที่เหลืออะ ?"
"กูว่ากำลังแว๊นมา"
"มึงว่าสายมั้ย ?" เป็นทิวที่เอ่ยปากถามต่อ
"กูว่าไอแทนไม่สาย 100 ไอคัสสายแน่นอน 100"
"เอาอะไรมามั่นใจไอสัด ลงไปซะเยอะเลยเสียขึ้นมากูจะขำให้"
"จากสถิติที่เก็บโดยตัวกูเอง พนันกับกูมั้ยหละ"
"มาได้นะสัดไอแทนไม่สาย ไอคัสสาย"
"มึงก็ตอบเหมือนกูมั้ย พนันเหี้ยไรเนียะพอๆ เลิกๆๆ"
ยีนส์กับทิวมักจะหาเรื่องเถียงอะไรไร้สาระอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าในหัวมันมีอะไรอยู่บ้างที่เอะอะเอาแต่พ่นเรื่องไร้สาระออกมา ส่วนดิมก็มักจะนั่งฟังไอสองคนนี้คอยยิ้มหัวเราะให้กับมุขตลกที่เพื่อนๆ เล่น เคยถามมันเหมือนกันว่าที่หัวเราะนี่เข้าใจเหรอ คำตอบคือการส่ายหัวแล้วบอกว่า กูก็ขำไปงั้น เดี๋ยวเพื่อนเสียใจ
.
.
.
12:47 pm
เดินออกมาจากโรงอาหารด้วยความตึงๆ ที่ท้องเพราะวันนี้ไอยีนส์ผู้เป็นตัวตั้งตัวตีในทุกเรื่อง(ไร้สาระ) ชวนแข่งกันกินบัวลอยร้านป้าเอี่ยม มันบอกว่าใครกินได้เยอะที่สุด มันจะให้เงิน 500 ดูแต่ละอย่างที่มันพนันช่างแสนจะพิเรนท์แล้วดูเงินเดิมพันที่มันวางมีใครบ้างที่จะไม่ลงกะอีแค่กินบัวลอยใครมันจะยอมวะ
ผลสรุปคือ เงิน 500 ปลิวเข้ากระเป๋าไอแทน
เซ็ง อดเอาเงินไปเลี้ยงไก่ทอดจีน
"กูแวะสหกรณ์แป๊บ"
"ยังแดกไหวอีกเหรอทิว"
"กูซื้อขนมไว้แดกบ่ายขี้เกียจลงมา"
ไม่ทันที่ขาจะก้าวพ้นพื้นต่างระดับหน้าสหกรณ์ แก๊งเด็กม.ต้นคนนึงก็วิ่งมาอย่างไวจับทิศทางไม่ได้ว่ามาจากไหน แต่ที่รู้ๆ คือไวมากจนแก้วน้ำแดงในมือหล่นไปกองพื้น จอนก้มต่ำมองผลงานที่เด็กนั่นมันทำ ก่อนจะเงยตามองแผ่นหลังที่วิ่งไกลไปเรื่อยๆ อยากจะวิ่งไปกระชากคอมาให้ดูผลงานที่มันทำ แต่แค่คิดก็เสียเวลามากแล้ว เลยทำได้แค่ถอนถอนใจยาวๆ แล้วหยิบแก้วพลาสติกบนพื้นไปทิ้ง
แต่เอ๊ะ..
คุ้นๆ หวะ
"ไอแม็ก ไอสัดดมึงหยุดเลยนะ"
ชัดเลย
เด็กอีกคนแน่นอนเลยว่าเป็นแก๊งเดียวกับเด็กแม็กที่วิ่งมาชนจนน้ำแดงหกเมื่อครู่ ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้นก็เพราะว่าหลังที่เห็นไวๆ วิ่งตามกันไปติดๆ กันนั่นก็คือจีน
ถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่รู้
ไม่คิดเลยว่าน้องตัวเองจะซนได้ขนาดนี้ เราสองคนไม่ค่อยเจอกันในโรงเรียนเท่าไหร่อาจจะเป็นเพราะเวลาพักของม.ต้นกับม.ปลายไม่ตรงกัน เจอกันอีกทีก็นู้น เลิกเรียนตอนที่ต้องพาน้องกลับบ้าน ทุกครั้งที่เจอน้องหลังเลิกเรียนสภาพที่เห็นคือเสื้อนักเรียนเปียกชุ่ม ผมเปียกจับกันเป็นช่อเหมือนไปชวนกันไปตกน้ำ แต่ถ้าเล่นน้ำจริงๆ คงไม่มีกลิ่นเหม็นอุตุตามติดตัวมาได้ขนาดนี้ แต่พอวันนี้พอได้เห็นพฤติกรรมแล้วคงต้องฟ้องแม่หน่อยแล้วแหละ
ว่าแต่ทำไมถึงเจอจีนเวลาพักม.ปลายวะ
"ไอจอน ไม่ซื้อไรกินอ่อวะ"
"หึ ไม่เอาอะค่อยแดกของมึง"
"สันดาน"
"พูดมาก ไปยังเหลือ 5 นาที"
กว่าจะย้ายร่างออกมาจากสหกรณ์กันได้ก็ทำเหลือ 3 นาทีสุดท้ายก่อนจะเข้าคาบ ความจริงก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเรื่องเข้าสายหรอก แต่เข้าเรียนตรงเวลามันก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ
"หือ ?"
เสียงตกใจของดิมเรียกความสนใจจากเพื่อนๆ ที่กำลังก้มหน้ากินไอศกรีมตามหลัง แทนเป็นคนแรกที่ถามคำถาม
"อะไรวะมึง ?"
"ไอจอน นั่นน้องมึงปะวะ"
สายตารีบโฟกัสเด็กม.ต้นตรงหน้าในระยะที่พอจะเห็นรูปพรรณสัญฐานแล้วเดาออกได้ว่าเป็นใคร แน่นอนว่าจีนคนเดิมที่ดิมบอก เพิ่มเติมคือตอนนี้กำลังนั่งจุ่มปุ๊กอยู่บนพื้นหน้าตาเหยเกเหมือนกำลังเจ็บปวด
"น้องมึงโดนอะไรวะหนะ"
"กูไปดูแป๊บ"
ถ้าจำไม่ผิดวันนี้ถอนหายใจไปแล้ว 4 ครั้ง
จอนเดินเข้ามาประชิดตัวเด็กน้อยที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นถนน สองมือกอบกุมข้อเท้าเล็กข้างซ้ายพร้อมร้องเสียโอดโอยเกินเรื่อง ก้มมองค้ำหัวน้องก่อนเอ่ยทักทาย
"ไงไอแสบ เล่นอะไรกัน"
"พี่จอน"
"ทำไม เล่นกันอีท่าไหน"
"..."
"..."
"พี่จอน ไอแม็กมันวิ่งไล่จีนแล้วทีนี้มันก็วางแผนกับไอฮอนว่าพอจีนวิ่งมาถึงตรงนี้แล้วให้ฮอนวิ่งเข้ามาผลักจีน แล้วจีนก็ไม่ทันระวังใช่มั้ยหละ----"
"พอแล้วจีน"
"..."
จีนหลุบตาต่ำลงหลังจากสบเข้ากับสายตาคาดโทษของพี่ชาย จอนลดตัวลงให้อยู่ระดับเดียวกับน้อง ฝ่ามืออุ่นจับเข้าที่ข้อเท้าข้างที่จีนปวด
"โอ๊ยพี่จอน จีนเจ็บ"
"เล่นไม่เข้าเรื่องจริงๆ คราวหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะ"
เด็กทั้ง 3 เงียบ สายตารู้สึกผิดทำเอาจอนไม่อยากจะดุต่อ
"พี่ไม่ได้จะดุเรา 2 คนที่ทำน้องพี่เจ็บ แต่พี่ดุจีนด้วย"
"เอ้าทำไมอะ---"
"จีน ดื้อ"
"..."
"เล่นกัน 3 คนโดนดุจะโดนกัน 2 คนได้ยังไง"
"..."
"ขอโทษครับพี่จอน/ขอโทษครับ"
เป็นน้องแม็กและถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นฮอน คนที่จีนบอกว่ารวมหัวกันแกล้งจนจีนเจ็บเอ่ยปากขอโทษออกมา
"ไม่ต้องขอโทษพี่ ขอโทษกันเองเถอะ"
"ขอโทษแล้วครับ"
"ดีแล้ว เดี๋ยวพี่พาจีนไปห้องพยาบาล เรา 2 คนก็เข้าเรียนได้แล้ว"
"ครับ/ครับ"
กลับมาวางสายตาไว้ที่เจ้าตัวดื้อคนเดิมจากแววตาดื้อๆ ที่เคยตอบโต้จอนอยู่ตลอด ตอนนี้หลุบต่ำลงไหล่เล็กสั่นเทาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเพราะน้ำตามันจะไหลออกมาหรือเพราะอะไรกันแน่เดาไม่ออก แต่ต้องรีบทำสถานการณ์ให้ดีกว่านี้ ไม่งั้นจีนร้องไห้แน่
"มึงขึ้นเรียนก่อน ฝากบอกครูด้วยว่ากูไปห้องพยาบาลปวดหัวมาก"
"เออ"
.
.
"ขึ้นหลังไหวมั้ย ?"
"ไม่รู้"
"ลองยืนก่อน"
คนตัวเล็กพยายามหยัดกายยืนขึ้นให้ไหวแต่ตัวความที่รากฐานถูกทำร้าย เสถียรภาพของร่างกายเลยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จีนยืนได้แต่ไม่สะดวก ร่างกายเองียงซ้ายเหมือนคนน้ำในหูไม่เท่ากันแต่ความจริงแล้วแค่ขาแพลง
"อ้วนเอ๊ย ทำไมซนงี้วะ"
"พี่จอน จีนไม่อ้วนไง"
"เถียงได้แสดงว่าไม่เจ็บ"
"เจ็บขาไม่ใช่เจ็บปาก"
เค
กูยอม
จอนแบกน้องข้ึนหลังถูกอย่างที่น้องบอกแหละว่าไม่อ้วนเพราะว่าพอเอาขึ้นหลังแล้วตัวเบาโหวงเหมือนนุ่น ไม่มีความหนักอะไรทั้งนั้นเอาจริงๆ คือให้แบกวิ่งยังได้
แต่ทำไมถึงชอบแซวมันว่าอ้วนนัก ก็เพราะแก้มมันเยอะมากเวลาเคี้ยวข้าวที่แก้มจะตุ่ยออกมา ลักยิ้มนั่นอีก ทุกอย่างบนหน้าจีนคือเด็กอ้วน
.
.
.
"เจ็บมั้ย"
"เจ็บ เดินไม่ได้แล้ว ไปโรงพยาบาล"
"จีน อย่าสำออย"
"ทำไมพี่จอนชอบว่าจีนแรงๆ"
"สำออยคือแรง ?"
"อือ"
จีนจ้องเขม็งมาอย่างหัวเสีย สำหรับจอนแล้วคำว่าสำออยคือเบสิคของการดุ แค่ดุยังไม่เข้าขั้นด่าด้วยซ้ำแต่นั่นแหละระดับความหยาบคายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก็ต้องเรียนรู้ไว้ว่าคำๆ นี้จีนไม่ชอบ
.
.
"เดี๋ยวพี่ทายาให้ นวดแป๊บๆ เดี๋ยวก็หายแล้ว"
"ไปโรงพยาบาล"
"ไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวใช้ผ้าพันยึดขาไว้ก็ได้แล้ว"
"นะพี่จอน"
"จีน ไม่ดื้อนะครับ"
อะ รอบนี้จีนแพ้
พี่จอนชอบสลับเวอร์ชั่นอยู่ตลอดเวลา เมื่อครู่ยังดุอยู่เลยตอนนี้จู่ๆ ก็สลับมาเวอร์ชั่นพี่ชายพี่แสนจะอบอุ่น แต่ก็ปราบจีนได้อยู่หมัด จีนเองมีหมัดฮุกที่ใช้ปราบพี่จอน พี่จอนเองก็มีหมัดฮุคที่ใช้ปราบจีนเหมือนกัน
"ทำไมออกมาวิ่งเล่นเวลานี้ได้"
"คุณครูไม่อยู่"
"ทำไมไม่อ่านหนังสือในห้อง"
"จีนจะออกมาซื้อขนม"
"แล้วเป็นไง"
"แล้วขาก็แพลงเลย"
แอบเห็นคนพี่ตรงหน้าที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการนวดข้อเท้ายกยิ้มมุมปากเบาๆ ลมหายใจหลุดออกมาทางจมูกเหมือนหลุดขำแต่ไม่ออกเสียง จอนบรรจงนวดข้อเท้าต่อไปเงียบๆ ปล่อยให้น้องนั่งมองอยู่บนเตียงคนไข้แบบนั้น
"แล้วพี่จอนมีเรียนมั้ย ?"
"มี"
"แล้วทำไมไม่ไปเรียน"
"ต้องมานวดขาเด็กซนแถวนี้"
"จีนนวดเองก็ได้นะ พี่จอนไปเรียนดีกว่า"
"โดดไปแล้ว ขึ้นไปตอนนี้เดี๋ยวครูถามเยอะขี้เกียจตอบ"
"ขอโทษนะครับ"
สองมือหยุดชะงักจอนเงยหน้าจากข้อเท้าน้องเปลี่ยนจุดวางสายตาเป็นหน้าน้องแทน สายตาจีนตอนนี้คือแววตาของคนรู้สึกผิดไม่เหลือเค้าความดื้อหลงเหลืออยู่อีกต่อไป บรรยากาศเงียบ มีเพียงเสียงของลมหายใจที่ประสานเข้าออกอย่างไม่เป็นจังหวะเท่าไหร่ เสียงหัวใจก็เช่นกัน
หวังว่าจีนจะไม่ได้ยิน
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in