บันทึกการอ่านmenalin
พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน (ぼくは明日、昨日のきみとデートする)
  • "...โลกของเราไม่ได้สวนทางกัน
    แต่คือวงแหวนที่ต่อปลายทั้งสองข้างเข้าด้วยกันและเชื่อมกันเป็นหนึ่งเดียว
    "
    - เอะมิ (หน้า 237)



    "พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน (Tomorrow I Will Date with Yesterday's You)"
    (ぼくは明日、昨日のきみとデートする)

    ผู้เขียน: Takafumi Nanatsuki (七月 隆文)
    ผู้แปล: กนกวรรณ เกตุชัยมาศ
    สนพ. Maxx Publishing
    พิมพ์ครั้งที่ 1, มกราคม 2560

              ทะคะโทชิตกหลุมรักเอะมิตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเธอบนรถไฟขณะเดินทางไปมหาวิทยาลัย ในวันเดียวกันนั้นเขาตัดสินใจเข้าไปสารภาพรักและขอ e-mail เพื่อใช้ติดต่อส่งข้อความทางมือถือ แต่เอะมิกลับตอบว่าเธอไม่มีโทรศัพท์มือถือ ทีแรกเขาคิดว่าเธอคงปฎิเสธเขาอ้อม ๆ ใครบ้างที่จะไม่มีมือถือใช้กันล่ะ แต่เมื่อเอะมิยืนยันและยินยอมไปเดินเล่นกับเขา ทะคะโทชิก็มีความสุขมาก เมื่อแยกจากกันในวันนั้นเขาถามเธอว่า "เราจะได้เจอกันอีกไหม?" แต่เอะมิกลับร้องไห้...

              นับจากวันนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทะคะโทชิรักเอะมิมากและมีความสุขทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน เขารู้สึกชัดเจนว่าเธอคนนี้แหละที่ "ใช่" แต่เอะมิมักจะแอบมีท่าทางเศร้าสร้อยอยู่บ่อย ๆ ท่ามกลางช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างหวานชื่น ทะคะโทชิไม่รู้เลยว่าคนรักของเขาแอบซ่อนความลับยิ่งใหญ่บางอย่างอยู่...

              สำหรับเรื่องนี้เราดูหนังก่อน แล้วถึงค่อยมาอ่านหนังสือ กับตัวหนังเราประทับใจมาก มากถึงมากที่สุด เรื่องราวของทะคะโทชิกับเอะมินั้นหวานปนซึ้งจนทำให้อินน้ำตาไหล ดังนั้น เราเลยคาดหวังกับตัวนิยายค่อนข้างสูง เพราะโดยทั่วไป น้อยนักที่หนังจะถ่ายทอดออกมาได้ชนะหนังสือขาดลอย อย่างไร ๆ การอ่านก็ให้รายละเอียดได้ชัดเจนและเยอะกว่า โดยเฉพาะในด้าน ความคิด และ ความรู้สึก ในบางช่วงบางตอนของตัวละครที่ไม่ได้พูดออกมา

              ทว่าหลังจากอ่านฉบับนิยายจบ เรากลับรู้สึกผิดหวัง เพราะตัวนิยายฉบับแปลนี้ไม่ได้ทำให้เราซาบซึ้งตรึงใจ หรือสะเทือนอารมณ์ได้เท่าตอนที่ดูหนัง ในหนังนั้นเราจะติดตามทะคะโทชิที่ค่อย ๆ สานสัมพันธ์กับเอะมินับจากวันแรกไป ค่อย ๆ หลงรักตัวพระเอกนางเอก จนกระทั่งช็อกไปพร้อมกันกับทะคะโทชิเมื่อความลับของเอะมิถูกเปิดเผย เมื่อเข้าใจเรื่อง เวลา น้ำตาก็ไหลพรากเพราะสงสารเอะมิเหลือเกิน แม้แต่ตอนที่นั่งพิมพ์อยู่นี่แล้วนึกย้อนไปก็ยังแอบน้ำตาคลอ แต่สำหรับนิยายเราสัมผัสได้แค่ว่าทะคะโทชินั้นเป็นคนน่ารักและจริงใจเหลือเกิน ส่วนเอะมิก็ทุ่มเทและน่าเห็นใจอย่างยิ่ง แต่ไม่ซึ้ง ไม่ร้องไห้ พูดให้ชัดคือออกจะเฉย ๆ เสียด้วยซ้ำ สำนวนแปลช่วงแรกเราอ่านแล้วรู้สึกขัด ๆ แปลก ๆ บางประโยค บางย่อหน้าเหมือนขาดความเชื่อมต่อ เลยทำให้ออกมาดูทื่อไปนิด เรื่องลำดับเวลาเราอ่านแล้วงงนิดหน่อย (ปกติเป็นคนเข้าใจอะไรแบบนี้ยากน่ะ หัวช้า)

              ตอนแรกคิดว่าอาจเป็นเพราะเราดูหนังมาก่อน และฉบับภาพยนตร์นี้ก็ทำออกมาดีโดนใจเราไปแล้ว พอมาอ่านหนังสือทั้งที่รู้เรื่องราวอยู่แล้วก็เลยไม่อินเท่าไร แต่ว่าพอนึกถึงเรื่อง ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว (If Cats Disappeared from the World) ก็ไม่เห็นจะเป็นแบบนี้นะ เรื่องนั้นก็ดูหนังก่อนแล้วเกิดชอบเอามาก ๆ เลยไปจัดหนังสือมาอ่านซ้ำ ซึ่งก็อ่านสนุกและชอบพอ ๆ กับหนัง เรียกได้ว่าน้ำตาไหลกลาง BTS เลยทีเดียว

              แม้จะรู้ทุกอย่างดี แต่เอะมิก็ยังยืนยันที่จะเดินหน้าต่อในขณะที่เวลาของเธอเดินถอยหลัง เธอถนอมและมุ่งมั่นจะเก็บเกี่ยวใช้ทุกช่วงเวลาที่มีอย่างคุ้มค่า เอะมิตั้งใจที่จะมีความสุขกับทะคะโทชิ บันทึกทุกความทรงจำไว้ในใจ แม้ว่าในส่วนลึกจะเศร้าขนาดไหนแต่เธอก็ยังเข้มแข็ง ยังยืนยันจะอยู่เคียงข้างกันทุกวัน "ต่อให้รู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ความสุขก็คือความสุขนะ" เอะมิบอกทะคะโทชิแบบนี้ในหนัง แม้ภายใต้ความสุขอาจจะมีความเศร้ามากมายซ่อนอยู่ แต่เอะมิเลือกที่จะมองความสุขซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของเธอและทะคะโทชิมากกว่า คิดดูแล้วก็นับถือใจเอะมิเหลือเกิน เธอไปเอาความเข้มแข็งขนาดนี้มาจากไหนกันนะ

              อีกส่วนเสริมสำคัญของหนังคือเพลงประกอบ Happy End ของวง Back Number เราชอบมาก ตอนหนังจบนั่งดู + ฟังเพลงนี้ พร้อมอ่านซับไปด้วยยังน้ำตาไหลต่ออีกยก ตอนนี้ยังใช้เป็นเสียงเรียกเข้ามือถือและฟังเพลงซ้ำอยู่เรื่อย ๆ เพลงนี้มันเพลงของเอะมิชัด ๆ ใน youtube ไม่มีเพลงฉบับเต็มที่ร้องโดยวง Back Number นะ แต่พอจะมีคนเอามาร้อง cover ให้ฟังบ้าง หรือถ้าใครใช้ Apple Music ไปโหลดเพลงเต็มฟังกันได้ ส่วนความหมายของเนื้อเพลงแนะนำให้เข้าไปลองคลิกเข้าไปอ่านที่ ญี่ปุ่นเบาเบา



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in