A 2-MONTH JOURNEY IN JAPANbabeirv
05 โรงเรียนภาษาญี่ปุ่น & Friendship Party
  • เราเคยเรียนที่สถาบันหนึ่งมาก่อนตอนที่มาซัมเมอร์รอบที่แล้ว 5 สัปดาห์ แต่รู้สึกว่าการเรียนการสอนไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไหร่ เลยเปลี่ยนมาอีกโรงเรียนที่ตั้งอยู่สถานีเดียวกันกับที่เก่าเลย เราดูรีวิวจาก reddit กับ gogonihon เป็นหลัก เห็นว่ารีวิวก็ค่อนข้างโอเค เลยแอดไลน์ไปคุย แปลกใจที่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่คนไทย เพราะโรงเรียนนี้เราไม่เห็นรีวิวเป็นภาษาไทยเลยคิดว่าไม่ค่อยมีคนไทยเรียน เราจัดการเองทุกอย่างไม่ได้ผ่านเอเจนซี่ พยายามรีบจัดการสมัครทุกอย่างให้เสร็จภายในเดือนมกราคมเพราะอยากรีบจองตั๋วเครื่องบิน พอช่วงต้นๆเดือนมีนา เค้าก็ส่ง placement test มาทางเมลให้เราทำ

    กำหนดการของโรงเรียนที่เราเลือกไปคือวันที่ 9 เมษายน ปฐมนิเทศ วันที่ 10 มี Welcome Party วันที่ 11 เริ่มเรียนวันแรก วันที่ 9 เราไปถึงเค้าก็แยกห้องระหว่างนักเรียนระยะสั้น(1-3เดือน)กับระยะยาว เค้าก็บอกข้อมูลต่างๆแล้วก็ให้กรอกประวัติ ขอพาสปอร์ตไปถ่ายสำเนาแค่นั้นแล้วก็กลับ ในห้องมีฝรั่งฝั่งยุโรปกับอเมริกาเหนือเยอะดี เอเชียก็ไม่ได้มีแค่จีน แถมเราเจอพี่คนไทย2คนด้วย (เราพยายามเลือกโรงเรียนที่คนจีนและคนไทยน้อยๆ เพราะจะได้ฝึกพูดภาษาอื่น) แล้วพอวันที่ 10 ก็มีปาร์ตี้ที่ไม่เหมือนปาร์ตี้เท่าไหร่นัก มีแต่เครื่องดื่มแล้วก็ให้นั่งอยู่กับที่ตัวเอง เราพยายามชวนคนเกาหลีข้างๆคุย เค้าน่ารักมาก พองานเริ่มก็มีการแสดงท้องถิ่นของญี่ปุ่นให้ดูแล้วให้นักเรียนไปลองทำด้วย จบงานปุ๊บเค้าก็ให้เดินไปดูที่บอร์ดว่าตัวเองได้อยู่คลาสไหน เราแทบกรี๊ดตอนที่รู้ว่าได้คลาสบ่ายเพราะจะได้ตื่นสาย 555555555
    วันต่อมาก็เริ่มเรียนวันแรกเลย ได้หนังสือมาสามเล่ม ชีทคันจิ N3 200 ตัว และชีทอีกอันนึง ในห้องมี19คน เป็นนักเรียนจีนไปแล้ว14ฮ่องกง1ไต้หวัน1 เกาหลี2 และไทย1ซึ่งก็คือเราเอง พอรู้ว่าคนที่พูดจีนเยอะขนาดนี้เราก็ท้อใจ ต้องอยู่คลาสต้นๆจริงๆอ่ะถึงจะมีหลากหลายเชื้อชาติมากกว่า วันแรกที่เรียนเรานั่งข้างคนจีนที่ไม่ได้คุยอะไรกันเลย (จริงๆแล้วเราเรียนจีนมา3ปี ตอนม.ปลายโดนโรงเรียนบังคับเรียน แต่ได้แบบเบสิคมากๆ อ่านตัวจีนออกบ้างแต่พูดไม่ค่อยได้) พอวันต่อมา คนจีนคนนั้นย้ายไปนั่งกับกลุ่มคนจีนตรงริมหน้าต่าง คนไต้หวันก็เลยมานั่งข้างเราแทน เค้าพูดภาษาอังกฤษได้ ก็คุยกันไปมา แล้วเค้าก็พูดว่า Let's hang out sometime เราดีใจมากๆ อย่างน้อยก็มีเพื่อนคนนึงแล้ว 

    เซนเซที่สอนไม่ได้มีคนเดียว แต่มี 5 คนแบ่งตามวันเลย แล้วก็มีอาจารย์ประจำชั้นด้วย ต้องบอกทำความเคารพก่อนเข้าเรียนเหมือนกับโรงเรียนจริงๆเลย คลาสแบ่งละเอียดกว่าที่เราคิด นักเรียนระยะสั้นเรียนรวมกับระยะยาว ดูเหมือนมีแค่เรากับผู้หญิงเกาหลีที่มาเรียนระยะสั้น คนอื่นที่เหลืออยากเข้าเรียนมหาลัยที่ญี่ปุ่นกันหมด ส่วนใหญ่ก็เลยเรียนกัน1-2ปี เรารู้สึกพอใจกับคลาสที่ตัวเองได้มาอยู่ เพราะแกรมม่าของ N3 เรายังไม่เคยเรียนมาก่อน แต่รู้สึกว่าคันจิอยากไปหน่อย ในห้องก็มีแต่คนจีน เซนเซก็เลยไปค่อนข้างเร็ว บางทีก็รู้สึกว่าตัวเอง catch up ไม่ค่อยทัน หลังพ้นสัปดาห์แรกมีเพื่อนในคลาส5-6คนที่ย้ายไปคลาสอื่น แล้วก็มีผู้ชายเกาหลี1 คนย้ายมาคลาสเรา แล้วก็ระดับที่เราเรียนเป็นระดับ Intermediate เลยมี elective class ให้เลือกตามความสนใจ มี JLPT (N2-3), JLPT(N3-4), EJU, บทสนทนา จะเรียนกันคาบที่สอง(หนึ่งชั่วโมงครึ่งหลัง)ของวันอังคารกับพฤหัส น่าจะเริ่มตอนเดือน 5 เค้าให้เลือกไว้สองอันดับเผื่ออันดับแรกคนเยอะแล้วเราอาจจะไม่ได้เรียน เราเลือก JLPT (N2-3) กับ บทสนทนาไป  

    สัปดาห์ถัดไปก็มีทัศนศึกษาที่ Shinjuku Gyoen กับในคลาส ก็ได้คุยกับเพื่อนในคลาสมากขึ้น พอแยกย้ายกันกลับ ก็มีเรากับเพื่อนอีก4คนคุยกันว่าจะไปหาอะไรกินกันต่อ สุดท้ายก็ลงเอยไปที่ร้านอาหารแบบญี่ปุ่นมากๆตรงชินจุกุ เป็นร้านที่มีคล้ายๆห้องส่วนตัว ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าข้างใน ราคาไม่แพงอย่างที่คิด ระหว่างกินก็คุยนู่นนี่กัน แต่เราก็ไม่ได้พูดเยอะเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยมั่นใจในภาษาญี่ปุ่นตัวเอง พอกินเสร็จก็แยกย้าย เหลือเรา เพื่อนไต้หวันแล้วก็เพื่อนคนจีน ก็เลยไปเดินเล่นที่ Tokyu Hands พอประมาณ 2 ทุ่มก็กลับ 
    วันอาทิตย์ในสัปดาห์เดียวกัน ถัดจากวันที่เราไปปีนเขา ก็มีจัด International Friendship Party ที่ Ikebukuro Campus มีทั้งคนญี่ปุ่นจากcollegeที่ร่วมจัดและต่างชาติเข้าร่วมงานนี้
    ช่วงแรกของงานจะเป็นการแสดงจากนักเรียน แล้วก็มีกิจกรรมแบ่งกลุ่มเล่นเกม เมคเฟรนด์ ล้อมวงแนะนำตัวกันไปเรื่อย แล้วก็มี circle คล้ายๆกับชมรมให้เลือกตามความสนใจตัวเอง เช่น dance, video-making, photography, Chinese หรือจะไปรวมกลุ่มสร้าง circle ใหม่กันเองก็ได้ เราเลือกเข้าไปสอง circle คือ photography กับ badminton เค้าก็ให้ไป join กรุ๊ปในเฟซบุ๊คด้วย แต่ก็ไม่เห็นมีความเคลื่อนไหวใดๆในกลุ่มเลย หรืออาจจะเป็นแค่ใน circle ที่เราอยู่ เพราะฟังจากเพื่อนมาเห็นบอกว่า Movie night circle ก็เหมือนจะนัดกันไปดู Avengers 

    เรียนมาแล้วประมาณ 2 วีคกว่าๆ สำหรับเราการเรียนการสอนเข้มข้นจริงๆ มีการบ้านทุกวัน ให้ทุกคนเตรียมบทเรียนไปก่อนล่วงหน้า หาคันจิมาก่อนจะเริ่มเรียน มีให้เขียน essay แล้วก็มาพูดให้เพื่อนในห้องฟัง ต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงต่อวันในการทำการบ้านเตรียมบทเรียนล่วงหน้า คันจิของคลาสเราเรียนวันละ 10 ตัว แล้วพอเรียนครบ50ตัวก็จัดสอบรอบนึง คือขี้เกียจไม่ได้เลย เค้าเช็คด้วยว่าเด็กทำการบ้านมามั้ย ถ้าเป็นนักเรียนระยะสั้นอาจจะไม่มีผลอะไรมากถ้าไม่ได้ทำ แต่ถ้านักเรียนระยะยาวก็จะมีผลต่อการขึ้นไปคลาสสูงกว่า 
     
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in