เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ยามปทุมมาแห่งอวิ๋นเมิ่งมัวหมอง Mpregnithion58_onuma
ตอนพิเศษ -雲之泣 เมฆาครวญ
  • อวิ๋นซือปู้เจ๋อฉู่ เมื่อ 2 เดือนก่อน 

    เจ๋ออู๋จวิน หลานซีเฉิน ประมุขสกุลหลานคนปัจจุบัน ได้รับข่าวแจ้งว่า หานกวนจวิน หลานวั่งจี ขังตนเองอยู่ในห้องอนธกาลมาสองวันแล้ว เกรงว่าจะได้รับอันตราย ศิษย์ผู้เยาว์จึงตัดสินใจมาเรียกเขาเพื่อให้ช่วยเหลือออกมาโดยด่วน

    ประตูห้องอนธกาล ไม่อาจเปิดจากภายใน แต่บัดนี้ประตูนั้นเปิดแง้มออก หลานซีเฉินจึงไม่ลังเลที่จะผลักบานประตูเข้าไปด้านใน ที่นั่น หลานวั่งจีนั่งขัดสมาธิอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของห้อง ใบงามเยือกเย็นดั่งหยกสลักหน้าซีดขาวมีเลือดไหลออกจากริมฝีปาก สายของกู่ฉินวั่งจีขาดเสียหาย แม้กระทั่งนิ้วมือทั้งห้าข้างที่ใช้ดีดฉินเล็บเปิดออกทั้งหมด โลหิตสีแดงสดย้อมปลายนิ้วหยดลงยังตัวฉินที่ลงรักสีดำสนิทเป็นแอ่งย่อมๆ

    "วั่งจี!" หลานซีเฉินรีบเข้าไปประคองน้องชาย พยายามเรียกให้อีกฝ่ายได้สติแต่ก็ไร้ผล สุดท้ายจึงต้องแบกร่างน้องชาย กลับเรือนชิงจือเพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด

    ขนาดที่ว่ารักษาด้วยผู้อาวุโสที่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ทว่ากว่าหลานวั่งจีจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ก็ใช้เวลาสองวัน กระนั้นเมื่อเด็กหนุ่มลืมตาขึ้นก็เห็นหลานซีเฉินที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง

    "ต้าเกอ..." เสียงที่แต่เดิมทุ้มนุ่ม กลับแหบพร่าเล็กน้อย เอ่ยเรียกพี่ชาย

    "ฟื้นแล้วหรือ ดีจริง กระหายน้ำหรือไม่ เดี๋ยวข้าจะรินน้ำมาให้" อีกฝ่ายเอ่ย จัดแจงประคองอีกฝ่ายให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุดแล้วลุกไปรินน้ำมาให้เขาดื่ม เมื่อเห็นวั่งจียกมือข้างที่เจ็บจะหยิบถ้วยน้ำก็รีบปราม "ไม่ต้องหยิบ เดี๋ยวข้าช่วยป้อน มือเจ้าบาดเจ็บมาก คงไม่สะดวกถือถ้วย"

    "วั่งจีไม่เป็นไรแล้ว ต้าเกอมีงานอีกมาก ท่านกลับไปทำเถอะ" วั่งจีเอ่ยอย่างเกรงใจ กระนั้น ถ้วยน้ำก็ยังจ่ออยู่ที่ริมฝีปากที่แห้งผาก

    "ได้อย่างไรล่ะ เรามีกันสองคนพี่น้อง พี่ชายจะดูแลน้องชายจะเป็นไรไป ส่วนเรื่องงาน เดี๋ยวข้าค่อยกลับไปทำ" ว่าจบ ก็ประคองถ้วยน้ำอุ่นให้อีกฝ่ายดื่ม ให้ค่อยๆไหลลงคอน้องชายอย่างนุ่มนวล "อีกอย่างพี่มีเรื่องจะถามเจ้า"

    "ในห้องอนธกาล เจ้าเรียกวิญญาณผู้ใดมา?"

    "..." อีกฝ่ายกลับนิ่งเงียบ ใบหน้างามเหม่อมองไปยังหน้าต่าง

    "วั่งจี"

    "ต้าเกอ...ข้าอยากถามท่าน" 

    "บุรุษ...มีโอกาสตั้งครรภ์ได้หรือไม่?"

    อีกฝ่ายกลับตอบคำถามของซีเฉินด้วยคำถาม ทำเอาเขางุนงงอยู่ครู่หนึ่ง "ว่าอะไรนะ?"

    "วั่งจีอยากทราบ บุรุษสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่?" อีกฝ่ายหันกลับมามอง ดวงตาที่เคยสุกใสดั่งแก้วหลิวหลีตอนนี้หม่นหมอง คล้ายถูกคนมือบอนไม่รู้จักถนอมทำให้ขุ่นมัวเสียหาย

    "เจ้าจะอยากรู้ไปทำไมกัน?"

    "วั่งจีอยากทราบ" วั่งจียังย้ำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สำหรับคนที่เลี้ยงวั่งจีมาตั้งแต่เล็กอย่างหลานซีเฉิน มีหรือจะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายกับทุกข์เศร้าเพียงใด

    "ฟังดูเหมือนเรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี"

    "..." วั่งจีเพียงเบิกตาน้อยๆ แต่ยังคงนิ่งสงบ ฟังผู้เป็นพี่ชายอธิบาย

    "ในตำราแพทย์ ต้วนซิ่วหรือซวงซิ่งเหริน (ลักเพศ) แบ่งออกเป็นสี่แบบ แบบที่หนึ่ง อวัยวะเพศพิการมาแต่กำเนิด สอง เกิดมาหน้าตาเป็นผู้ชายแต่ใจเป็นหญิง สาม อันนี้เกิดจากรสนิยมทางเพศ เวลาอยู่กับผู้หญิงเล่นบทผู้ชาย พออยู่กับผู้ชายเล่นบทผู้หญิง..."

    "ส่วนแบบที่สี่ อวัยวะเพศกำกวม หรือเป็นผู้ชายครึ่งเดือน ผู้หญิงครึ่งเดือน หรือภายนอกดูเป็นชายโดยสมบูรณ์ แต่มีอวัยวะที่จำเป็นในการสืบพันธุ์ของทั้งหญิงและชายครบถ้วน คนที่มีลักษณะนี้จึงสามารถทำให้สตรีตั้งครรภ์ได้ แล้วตัวเขาก็สามารถตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรได้ ซึ่งมีน้อยมาก ส่วนมากมักจะตายตั้งแต่อายุยังน้อยทั้งนั้น"

    หลานวั่งจีได้ฟัง ก็กลอกตาไปมาเล็กน้อย คล้ายคิดทบทวนเรื่องราวที่ได้ยินเมื่อสองวันก่อน

    เนื่องจากพอเสร็จศึกยุทธการยิงตะวัน และท่าทีตัดรอนชัดเจนของเว่ยอู๋เซี่ยนทำให้วันนั้นหลานวั่งจีจึงเพิ่งได้รู้ว่าเว่ยอู๋เซี่ยนกลับไปอี๋หลิงได้เกือบปีแล้ว เขานึกแปลกใจ ทางฝั่งอวิ๋นเมิ่งเจียงเอง เจียงหวั่นอิ๋นเองก็เพิ่งขึ้นเป็นประมุขได้ไม่นาน สถานะนับว่าไม่มั่นคง อีกทั้งประมุขน้อยคนนี้ไม่เปิดใจคบหาสกุลอื่นเหมือนกับหลานซีเฉินและจินกวงซ่าน จึงอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้พันธมิตร เป็นไปไม่ได้ที่เว่ยอิงจะทิ้งประมุขน้อยแห่งอวิ๋นเมิ่งเจียงไว้เพียงลำพัง

    หรือว่าช่วงที่เขาถูกทำร้ายที่ล่วนจั้งกั๋ง นอกจากที่ทำให้เว่ยอิงได้พลังมารมาครอบครอง ยังมีสิ่งใดผิดปกติเกิดขึ้นกับเขาอีก

    เขาตัดสินใจเปิดห้องอนธกาล ทำพิธีถามไถ่วิญญาณตนหนึ่ง วิญญาณร้ายที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด โชคดีนักที่ทางสกุลหลานเก็บตราสกุลเวินและของส่วนตัวของสกุลเวินไว้ไว้หลายชิ้น หนึ่งในนั้นมีปิ่นที่ประดับกวานของเวินเฉา บุตรชายคนรองของเวินรั่วหานเอาไว้ด้วย

    เนื่องจากมีของที่เป็นสื่อนำวิญญาณ การเรียกวิญญาณมาถามไถ่มิใช่เรื่องยาก เสียงจากฉินวั่งจีส่งเสียงผะแผ่วหวนโหยอันเป็นเอกลักษณ์ของทำนองเรียกวิญญาณ ไม่ถึงครึ่งเค่อ ละอองวิญญาณก็ค่อยๆรวมตัวกันเป็นร่างๆหนึ่ง แม้ดูไหล่ห่อซูบซีดแต่จากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยังคงพอมองออกว่าเป็นเวินเฉา

    ดวงตาคมกริบของหลานวั่งจีเชือดเฉือนนัก ปลายนิ้วขยับสายฉินสอบถามชื่อแซ่ หลังจากรู้ว่าไม่ผิดตัว เขาจึงตั้งคำถามต่อไปอย่างไม่ลังเล

    //ก่อนที่เจ้าจะจับเว่ยอิงโยนลงล่วนจั้งกั๋ง เจ้าทำอะไรเขาบ้าง//

    ภายใต้การสอบสวนของเขา วิญญาณผีร้ายมิอาจโป้ปดมดเท็จ ดังนั้นสิ่งที่เวินเฉาเล่าผ่านการดีดที่สายฉินวั่งจีนั้นล้วนเป็นความจริง...

    ท่วงทำนองประเดี๋ยวต่ำประเดี๋ยวสูง แปร่งปร่าฟังดูไม่ไพเราะ ซ้ำยังทรมานหูอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเขานำไปเทียบกับภาษาฉินที่ได้ร่ำเรียนมาแต่เล็ก หลานวั่งจีก็ถึงกับกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

    สุนัขแซ่เวินล่วงรู้ถึงสภาพร่างกายของเว่ยอิง พวกมันเหยียดหยามเขา ทำร้ายเขา สำรอกคำพูดเยาะเย้ยหยามหยัน รายละเอียดอันอุบาทว์ลามกที่เกิดขึ้นกับเว่ยอิงที่แม้เขาไม่อยากฟังก็ต้องฟัง ในเมื่อเขาเรียกมันมาถามแล้ว มันมีหน้าที่สารภาพอย่างเดียว 

    แม้กระทั่งคำพูดที่กรอกหูเว่ยอิงในขณะที่การกระทำต่ำช้ำยังดำเนินอยู่เหนือร่างเขาก็ยังได้ยินแจ่มชัด

    //ในเมื่อมีร่างกายวิปริตลักเพศเช่นนี้ ถ้าคลอดลูกให้ข้าได้คงสนุกพิลึก อา...ว่าอย่างไร เว่ยอิง เจ้าจะยอมเป็นเมีย เป็นแม่ให้ลูกของข้าหรือไม่//

    ประโยคนี้ก็เพียงพอแล้วที่ทำให้เขาตวัดมือไปยังสายฉินอย่างบ้าคลั่ง คล้ายให้อีกฝ่ายยุติคำพูดนั้นเสีย ปรารถนาให้ด้วยวิญญาณของเวินเฉาแตกสลายมอดไหม้ไปต่อหน้าต่อตา เสียงกัมปนาทดังก้องห้องอนธกาล แต่มิมีผู้อยู่ภายนอกล่วงรู้หรือได้ยินแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งหลานซีเฉินมาพบเข้า

    .

    .

    .

    ดวงตาของหลานวั่งจีแสบร้อน ในอกร้อนผ่าวราวกับมีไฟกองหนึ่งสุมอยู่เตรียมจะปะทุออกมาทุกอย่างนำมาปะติดปะต่อจนได้ความ 

    เพราะเหตุนี้เว่ยอิงจึงหนีไป 

    เว่ยอิง...เขา...เขา...

    อึก...

    "วั่งจี!"

    หลานซีเฉินประคองน้องชายที่กระเลือดออกมาอีกครั้ง ครานี้วั่งจีเกาะเกี่ยวพี่ชายราวกับหาที่พึ่ง ใบหน้าซบลงกับไหล่กว้าง หอบหายใจอย่างทุกข์ทรมาน

    "วั่งจี"

    "ต้าเกอ..." เสียงแผ่วเครือเอ่ยขึ้นมา "วั่งจี...ไร้ความสามารถ"

    "วั่งจี"

    สัมผัสเปียกชื้นอุ่นร้อนอยู่ที่หัวไหล่ของเขา ขณะที่ของเหลวสีแดงเข้มที่ไหลหยดจากริมฝีปากของวั่งจียังไม่มีทีท่าจะหยุด มันหยดลงที่ชุดสีขาวราวกับเหมยแดงที่เบ่งบานกลางหิมะ

    "วั่งจี...ไร้ความสามารถ" 

    เว่ยอิงจึงถูกทำร้าย...เว่ยอิงจึงต้องทุกข์ทรมานอยู่เพียงคนเดียว

    "วั่งจี" หลานซีเฉินมองมายังน้องชายที่เหมือนจะแตกสลายไปต่อหน้าได้ทุกเมื่อ เขาไม่เคยเห็นวั่งจีอ่อนแอ เจ็บปวด ทรมานเช่นนี้มาก่อน...

    หรือว่าสิ่งที่วั่งจีขอให้เขาเล่าจะเกี่ยวกับ...

    คุณชายเว่ย

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Sirikul Sukkit (@fb3959508508334)
เขียนดีมากๆเลยค่ะ