ยามปทุมมาแห่งอวิ๋นเมิ่งมัวหมอง Mpregnithion58_onuma
4.1 - ปทุมมาที่เริ่มผลิบานใหม่
  • ในเช้าวันนั้นเว่ยอู๋เซี่ยนได้ลาภปากเป็นอาหารเช้ารสชาติเผ็ดจัดจ้านที่หลานวั่งจีสั่งมาให้ อีกทั้งยังมีสุราอู่เหลียงเย่ให้อีกหนึ่งไหเล็ก  ส่วนคนใจดีที่ทำหน้าราวกับปลาตายคนนั้นก็อาสาที่จะดูแลอาเยวี่ยนด้วยตนเอง เว่ยอู๋เซี่ยนจึงนับว่าได้พักหายใจหายคออย่างแท้จริง เขากวาดอาหารลงท้อง ดื่มสุราที่ไม่ได้แตะมานับปีอย่างมีความสุขอย่างยิ่ง นอกจากอาหารเลิศรสแล้ว เขายังได้รับชมมหรสพชั้นเยี่ยมแกล้มสุราอาหารอีกสองสามอย่างอีกด้วย

    เขามีวาสนาได้เห็นหานกวงจวินผู้ยิ่งใหญ่ป้อนนมเปลี่ยนผ้าอ้อมให้อาเยวี่ยน!

    ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าไปหัดมาจากไหน แต่ว่าดูคล่องแคล่วกว่าผู้ที่ให้กำเนิดเช่นเขาเสียอีก ตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมให้และเจอน้ำสีอำพันเต็มผ้าอ้อมก็ไม่มีทีท่ารังเกียจ เพียงรวบรวมใส่ถังแล้วเรียกเสี่ยวเอ้อให้ไปซักให้ แล้วจึงกลับมาดูแลอาเยวี่ยนต่อ เช็ดเจ้าจำปีน้อยลูกชายเขาจนสะอาดสะอ้านแล้วจึงเอาผ้าอ้อมผืนใหม่มาใส่ให้จนหมดจดเรียบร้อยดี แล้วนั่นๆ ดูนั่น จะให้เจ้าหนูกินนมแพะ มีการตักใส่ช้อนแล้วหยดลงที่หลังมือเพื่อวัดว่านมร้อนเกินไปหรือไม่ก่อนกินอีกด้วย แปลกตามาก! แปลกใจอย่างที่สุดด้วย! 

    เว่ยอู๋เซี่ยนถูกท่วงท่าที่หลานวั่งจีกำลังป้อนนมอาเยวี่ยนอย่างเอาใจใส่ดึงดูดสายตาไปอย่างสิ้นเชิง เขาเท้าคางเหม่อมองอีกฝ่ายอย่างไม่รู้เบื่อ ทั้งๆที่ทีแรกเขาเคยรู้สึกว่าอีกฝ่ายช่างจืดชืดและน่าเบื่อเอามากๆ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว อะไรทำให้อีกฝ่ายดูมีเสน่ห์น่ามองเช่นนี้นะ

    นมแพะช้อนแล้วช้อนเล่าถูกหนูน้อยอาเยวี่ยนฮุบหายๆราวกับหิวโหยมานาน ท่าทางเอร็ดอร่อยจนเว่ยอิงอดสงสัยไม่ได้ว่านมของเจ้าตัวมีเขาหน้าตาตลกนั่นมันอร่อยนักหรือ อร่อยกว่าเกษียรธารที่มาจากเลือดในอกของเขาอีกหรือ? 

    ...แต่จะว่าไปเขาก็ไม่เคยชิมนมตนเองสักครั้ง เอาไว้กลับไปล่วนจั้งกั๋งเขาจะถามเรื่องนี้กับเวินฉิงอีกที...

    "เว่ยอิง"

    !

    "ล...หลานจ้าน"

    "...คิดอะไรอยู่?"

    "กำลังมองคนงามป้อนนมทารก" อีกฝ่ายยิ้มมอง "ข้าชอบบุคลิกนี้ของเจ้าที่สุดรู้ไหม?"

    "ไร้สาระ" วั่งจีหลุบตาลงต่ำ "หน้าที่ของเจ้าคือกินให้อิ่มท้อง เรื่องอื่นไม่ต้องสนใจ"

    "ได้ๆ ข้ากินๆ" เขายิ้มกว้าง แล้วยกจานหม่าโผวกวาดอาหารที่มีอยู่ในนั้นจนเกลี้ยง แล้วจึงหันไปหาอีกฝ่าย "ข้าสั่งได้อีกใช่ไหม"

    อีกฝ่ายพยักหน้า เว่ยอู๋เซี่ยนได้ยินก็ยิ้มเผล่ จากนั้นจึงเดินไปเปิดประตู คราวนี้เขาวิ่งลงไปสั่งการในครัวเอง เพราะเห็นว่าเสี่ยวเอ้อร์คงเดินขาขวิดเพราะห้องเขาห้องเดียวมาตั้งแต่เช้าแล้ว

    เมื่อเว่ยอู๋เซี่ยนไม่อยู่ วั่งจีจึงอาศัยจังหวะนี้ พินิจร่างกระจ้อยในอ้อมแขนเขาอีกครั้ง เด็กคนนี้ ใบหน้ากลม หน้าผากกว้าง ติ่งหูใหญ่ นรลักษณ์บ่งบอกว่าเฉลียวฉลาดอายุยืน แต่ตัวเล็กบอบบาง เล็กกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ร่างกายภายนอกแข็งแรงแจ่มใส ร่าเริงช่างเจรจา แต่ภายในกลับส่อเค้าความอ่อนแอและน่าจะเจ็บป่วยได้ง่าย อาจเป็นเพราะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอตั้งแต่แรกเกิด...หรืออาจจะตั้งแต่เขายังอยู่ในครรภ์มารดา...

    มารดาผู้ให้กำเนิดที่เก็บซ่อนความทุกข์ไว้เพียงผู้เดียวแล้วเร้นกายจากผู้คนเพื่อคลอดเด็กคนนี้อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย...

    นอกจากนี้สิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยสำคัญ ล่วนจั้งกั๋งฮวงจุ้ยเลวร้าย เต็มไปด้วยธาตุหยินและแรงอาฆาตของผู้ที่ตายอย่างทรมาน นานๆเข้าสิ่งเหล่านั้นจะทำลายเว่ยอิงและเด็กคนนี้

     เขาเคยขอให้เว่ยอิงกลับไปยังกูซู เจียงเฉิงเคยมาพบเพื่อขอให้เว่ยอิงเลิกช่วยเหลือสกุลเวินแล้วกลับอวิ๋นเมิ่ง แม้คำพูดจะรุนแรงเชือดเฉือนแต่นั่นก็เพราะห่วงใยจึงได้พูดเช่นนี้ แต่เว่ยอิงก็หาได้รับฟัง ยังคงอยู่ที่อี๋หลิงจนบัดนี้ ส่วนหนึ่งคือไม่อยากให้คนสำคัญต้องถูกสกุลอื่นเพ่งเล็ง ส่วนส่วนหนึ่งคงเพราะอยากปิดบังเรื่องที่มี...ลูก...ยุทธภพจะหัวเราะเยาะอวิ๋นเมิ่งเจียงเพียงใดที่มีศิษย์เอกเข้าสู่มรรคามารซ้ำยังเป็นพวกวิปริตตั้งครรภ์ได้ อีกทั้งมารหัวขนยังออกมาประจานอีก ข่าวคาวเช่นนี้ไม่ต่างจากเนื้อสดที่พวกจระเข้หิวโหยจ้องตะครุบ เตรียมฉีกกระชากให้ย่อยยับไปกับตา ตัวเว่ยอิงเองคงไม่ถือสา แต่ถ้าเรื่องนี้ทำให้เจียงหวั่นอิ๋นเดือดร้อน เว่ยอิงคงทนไม่ได้

    นิ้วมือเรียวแตะไล้ไปที่หน้าผากและศีรษะทุยของอาเยวี่ยน มือเล็กไล่คว้าจับนิ้วเขาไว้แน่นแล้วส่งยิ้มหวานจับใจ รอยยิ้มที่สดใสไม่ต่างกับเว่ยอิงคนนั้นแม้แต่น้อย ไม่มีเค้าความชั่วร้ายเลวทรามของผู้ที่ยัดเยียดความเลวร้ายให้จนเด็กน้อยถือกำเนิดออกมา 

    ความคิดของวั่งจีตอนนี้หลากหลายชวนสับสน...หลังจากใช้วิธีของเขาสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของเว่ยอิงและปะติดปะต่อจนได้ความ เขานึกโกรธจนแทบทนไม่ไหว เมื่อนึกถึงว่าเว่ยอิงต้องเจ็บปวดทรมานเพียงใด อัปยศอดสูเพียงใดยามที่เด็กคนนี้เติบโตอยู่ในครรภ์ โกรธจนนึกอยากทำให้เด็กน้อยหายไปต่อหน้า โกรธจนไม่ต้องการให้อยู่ร่วมโลก...

    เขาตัดสินใจเดินทางมาอี๋หลิงเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้า เพื่อให้เห็นกับตา แต่แล้วก็บังเอิญเห็นเว่ยอิงอุ้มเด็กคนนี้มาเดินในเมือง เขาจึงตัดสินใจเดินตามไปเงียบๆ เมื่อเห็นเว่ยอิงรักเด็กคนนี้และยอมลำบากเลี้ยงดูโดยไม่พร่ำบ่นสักคำ ก็ให้รู้สึกใจอ่อน 

    วั่งจีจึงตัดสินใจว่าจะช่วยเหลืออีกฝ่ายให้มีความสุขขึ้นแม้เพียงนิดก็ยังดี

    ตอนนั้นเขากลับกูซูโดยไม่ได้พบเว่ยอิง ตรงไปยังหอตำราศึกษาเรื่องราวที่เขาอยากรู้เพียงลำพัง บางทีก็ลงไปยังเมืองไฉ่อี้เพื่อสอบถามผู้ที่เคยมีบุตรและหญิงที่รับจ้างเป็นแม่นมและพี่เลี้ยงเด็กว่าจะดูแลรับมือเช่นไร จากนั้นจึงกลับมายังอี๋หลิงอีกครั้ง เขาก็ยังเจอเว่ยอิงกับเด็กคนนั้นมาเที่ยวเล่นด้วยกันอีก จึงตัดสินใจติดตามมาเงียบๆจนกระทั่งได้เจอกัน

    วั่งจีหลุดจากภวังศ์เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติที่ปลายนิ้ว ไอชั่วร้ายสายหนึ่งผ่านปลายนิ้วเขาไป ซึ่งต้นตอมาจากอาเยวี่ยน!

    มือของหลานวั่งจีกดทาบลงบนหน้าอกของอาเยวี่ยนน้อย ใบหน้าที่เป็นสีชมพูระเรื่อเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ร่างเล็กส่งเสียงไอค่อกแค่ก มือเท้าป่ายปะคล้ายทรมานนัก แต่อีกฝ่ายกลับยังลงมือด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน คล้ายไม่นำพาว่าทารกน้อยนั้นจะเป็นเช่นไร

    "หลานจ้าน!" 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in