เสน่หาคาตาโลเนียNuchanan
(11) เราสามคน
  • “ผมเป็นของคุณแล้ว ไม่คิดจะรับผิดชอบผมหน่อยเหรอ ลองคบกับผมไง ทำไม ผมเด็กไปสำหรับคุณเหรอ อายุผมกับคุณก็ห่างกันห้าปีเอง”

    หน้าจอมือถือของลาเพสว่างขึ้นมา เธอหยิบมาดู ท่าทางตกใจ ผมคว้ามือถือมา เป็นอีเมล์บอกให้ลาเพ เตรียมตัวสัมภาษณ์ลงหนังสือกับลุงมิค ‘คู่รัก’ ที่ร้านอาหารมายาอีกสี่วันข้างหน้า

    “คุณปฏิเสธไปเลยนะ ผมพิมพ์ตอบให้”

    ยังไม่ทันที่ผมจะพิมพ์ ลาเพก็เอามือถือกลับไป

    “ฉันต้องไป ฉันยังเป็น ‘คู่รัก’ กับมิคอยู่นะ ทางโน้นเขายังคิดว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่สเปนกับมิค”

    “มันจบไปแล้ว ลาเพ เรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้วนะ”

    “ทัน เธอปล่อยฉันไปเถอะ อย่าทำให้มันวุ่นวายไปกว่านี้เลย”

    “ลาเพ มาอยู่กับผมนะ ผมดูแลคุณเอง”

    “อยู่กับเธอ? ฉันจะไปอยู่กับเธอยังไง คบกับลุงแล้วก็เปลี่ยนเป็นคบกับหลาน อย่างนั้นเหรอ อีกอย่างฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างเธอจะดูแลฉันได้หรอก งานการเธอก็ไม่ทำ” พอลาเพพูดจบแล้ว เธอก็ดันหลังให้ผมลุกจากเตียง แล้วดันผมออกนอกห้องนอนใหญ่ ปิดประตูใส่หน้าผมอีกต่างหาก

    ขอบตาของผมร้อนผ่าว หยดน้ำตาซึมออกมาโดยรอบ ลาเพเป็นคนใจร้ายจริงๆ


    ***


    ตั้งแต่กลับมาจากสเปน ผมกระวนกระวายใจมาก อยากเจอลาเพเป็นที่สุด ที่สนามบินผมพยายามจะไปส่งเธอที่บ้าน ลาเพกลับบอกว่าเธอหิวน้ำ ให้ผมซื้อน้ำให้หน่อย พอผมไปซื้อน้ำส้ม ลาเพก็หนีหายไปเลย ตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไร กลางวันเธอจะทำอะไร กลางคืนเธอจะละเมอกรีดร้องไม่รู้ตัวอีกหรือเปล่า

    ผมหาทางติดต่อลาเพไม่ได้เลย ตอนที่ผมเอามือถือเธอมาอ่านเมล์ ผมไม่ทันดูอีเมล์แอดเดรสของเธอ ลาเพก็คว้ากลับไปเสียก่อน ผมขับรถไปที่หน้าสำนักพิมพ์ของเธอ พลางคิดคำพูด หาเหตุผลดีๆ ที่ผมจะเสนอหน้าเข้าไปหาลาเพ แต่ผมก็คิดไม่ออก ผมถอดใจแล้วขับรถกลับบ้าน


    และแล้ววันสัมภาษณ์คู่รักก็มาถึง ลุงมิคกลับจากมาเลเซียมาถึงบ้านก่อนสัมภาษณ์ไม่กี่ชั่วโมง ในอีเมล์ระบุว่าจะสัมภาษณ์ที่ชั้นสองของร้านมายา ผมแอบมองจากบ้านผม เห็นลุงมิคกับทีมงานจากสำนักพิมพ์มาแต่เช้า แต่ลาเพยังไม่มา พอทุกคนเข้าไปในร้านมายาแล้ว ผมเข้าไปซ่อนตัวที่ห้องลับ เฝ้ามองหลังกระจก พอเห็นลาเพเดินผ่านประตูเข้ามา ผมคว้าตัวเธอเข้ามาในห้องลับ กอดเธอไว้แน่น

    “ปล่อย ฉันต้องไปสัมภาษณ์” ลาเพดิ้นแรงมาก

    “สัมภาษณ์คู่รักนั่นน่ะเหรอ พอเถอะ คุณจะใจร้ายกับผมไปถึงไหน”

    ลาเพสะบัดตัวจนไปชนขวดเหล้าตกลงมา เสียงดังสนั่น ผมเห็นลุงมิคลงมาจากชั้นสองเดินตรงมาที่ห้องลับ ลุงคงมาตามเสียง ผมพยายามจะเอาตัวลาเพออกไปก่อนที่ลุงจะมาถึง

    ประตูเปิดออก ลุงมิคเห็นผมกับลาเพแล้วก็ยิ้มตาเป็นประกาย

    “นึกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ฉันส่งแกไปสเปนได้ผลจริงๆ” ลุงมิคพูด

    ผมเผลอคลายอ้อมกอด ลาเพรีบผลุนผลันออกไปจากห้องลับ เธอไปที่รถของเธอ ผมรีบวิ่งไปเอากุญแจรถที่บ้านผม แล้วขับรถตามลาเพไปแต่ไม่ทัน


    ผมขับรถกลับบ้าน ขณะที่ขับผ่านหน้าร้านมายา ลุงมิคออกมายืนขวางรถ ผมจำเป็นต้องจอดก่อนจะชนลุงเข้าให้ ลุงเดินมาเคาะกระจกด้านคนขับ ทำมืองอนิ้วเป็นรูปแก้ว พลิกข้อมือขึ้นลงใกล้ปาก มันแปลว่า ‘ไปดื่มกัน’ ผมเกาหัว แต่ก็พยักหน้าตกลง ผมเอารถไปจอดที่บ้านผม แล้วเดินลัดสนามหญ้ากลับมาที่ร้านมายาอีกที

    ลุงมิคชวนผมดื่มในห้องลับ ผมมองผ่านกระจกเห็นลูกค้านั่งอยู่สี่ห้าโต๊ะ พนักงานร้านง่วนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ลุงมิคเปิดร้านมายา ปิดร้านให้สัมภาษณ์แค่ช่วงเช้า

    “ฉันบอกให้พวกนั้นเลื่อนการสัมภาษณ์ออกไปแล้วนะ แกนี่ก็ไวนะ ไปแค่ไม่กี่วัน พอกลับมากอดกันกลมเชียว ดี ลาเพจะได้ไม่มายุ่งกับฉันอีก” ลุงพูด ในมือถือกระป๋องเบียร์มือหนึ่ง อีกมือถือขวดไวน์

    “แกจะเอาเบียร์หรือไวน์” ผมยื่นมือไปหยิบกระป๋องเบียร์จากลุง

    “ทำไมลุงต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย ที่ลุงส่งผมไปเมืองนอกแทน ลุงต้องการแบบนี้ใช่ไหม” ผมถาม

    “ฉันทำอะไร” ลุงพูดเสียงสูง “ฉันไม่ได้ทำอะไร แกสองคนทำตัวเองทั้งนั้น”

    เราสามคนมันก็พอกัน คนหนึ่งก็วางแผนส่งหลานชายไปเพื่อจะได้สลัดผู้หญิงทิ้ง อีกสองคนก็ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ เรื่องมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้

    “แกน่าจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำ ถ้าฉันไม่ทำอย่างนี้ ยัยนั่นไม่มีวันสนใจเด็กอย่างแกหรอก”

    อาจจะจริง จนตอนนี้ลาเพยังไม่สนใจผมเลย

    “ฉันรู้นะว่าแกชอบลาเพมาก แต่ก่อนแกแทบไม่เคยมากินข้าวที่บ้านฉัน พอลาเพมา แกก็มาบ่อยๆ” ลุงพูด ผมดื่มเบียร์ฟังเงียบๆ ไม่มีอะไรจะแก้ตัว


    ...ติดตามตอนต่อไป

    [พูดคุยกันนิดนึง]
    เรื่องเสน่หาฯ นี้มียอดวิว 1k คือ 1,000 ครั้งไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (23 เมษายน 2562)
    เราดีใจนะ ตอนแรกที่ลงก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง จะมีคนอ่านหรือเปล่า ตอนนี้ก็รู้แล้วว่ามีคนอ่าน 
    ขอบคุณมากค่ะ

    เราจะลงต่อจนจบอย่างแน่นอน ไม่ต้องห่วงนะคะ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in