เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
อยากจะเขียน อยากจะจดให้มันหมดNatchaya Yu
ไพหมายเลข 9 ในมุมมองของฉัน
  • พอมาเรียงดูดีๆแล้ว ไพ่หมายเลข 9 ก็เป็นเหมือนวัฏจักรการเติบโตของมนุษย์เราเลยนะ

    ตามความหมายไพ่ ไพ่แบ่งเป็นโชคชะตา 4 เกรด เหมือนเกรดในมหาวิทยาลัยเลย คือ A B C D

    ไพ่เกรด A คือ เหรียญ
    ไพ่เกรด B คือ ไม้
    ไพ่เกรด C คือ ถ้วย
    และไพ่เกรด D คือ ดาบ

    ดังนั้น ในไพ่ 9 ถ้วย ที่เรามองว่า เหมือนเลเวลความ mature ของมนุษย์ ก็เพราะว่า มันมีพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงอยู่ในหน้าไพ่นั่นเอง

    ตอนเด็ก ๆ โลกช่างสวยงาม วัยรุ่นหลายคนมีอุดมการณ์มากมาย เป้าหมายคือการทำให้โลกสวยงามหน้าอยู่ขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือ โลกสวย นั่นเอง

    เราก็เป็นคนหนึ่ง ที่ romanticize ไปเยอะหลายอย่างเหมือนกัน ในทุก ๆ มิติของชีวิต เช่น เราจะเป็นแฟนที่ดี เราจะเป็นมิตร จริงใจกับคนรอบข้าง อยากจะไปเป็นครูอาสาบนดอย ความฝันของเรามีหลายอย่างมาก เข้าขั้นฟุ้งซ่านเลยก็ว่าได้ ?

    แต่พอยิ่งโตขึ้น ก็ได้รับรู้ความเป็นจริงของสังคมโลกมากยิ่งขึ้น เราไม่อยากใช้คำว่าความโหดร้าย เพราะว่าระดับความโหดร้ายของมัน ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนล้วน ๆ เรื่องเล็กน้อยของคนหนึ่ง อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของอีกคนหนึ่ง มันไม่มีอะไรตายตัว

    สำหรับความเกี่ยวข้องกับไพ่หมายเลข 9 คือ


    เริ่มต้นจากไพ่ 9 ดาบ เห็นไหมว่ากุมหัวมาเลย เป็นสภาพของคนที่รับความจริงไม่ได้ ไม่ยอมรับความจริง เหมือนกับเวลาที่คนเราเรียนจบและเข้าสู่ตลาดแรงงาน พอเจอสภาพสังคมในการทำงาน ก็เกิดภาวะช็อกขึ้นมา มันเครียด มันทุกข์ มันใจสลายเมื่อภาพฝันถึงโลกอันสวยงาม ได้พังทลายลงต่อหน้าต่อตา

    พบเจอกับการทรยศบ้าง การแทงข้างหลังบ้าง สังคมที่จ้องจะเอาเปรียบและพร้อมจะเหยียบย่ำซ้ำเติมเมื่อคุณพลาด "โลกนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับคนอ่อนแอ" "อ่อนแอก็แพ้ไป" วลีพวกนี้มักจะถูกนำมาใช้บ่อย ๆ ได้อารมณ์อยู่กลางทุ่งหญ้าสะวันน่า และเราก็กลายร่างเป็นม้าลายที่พร้อมจะถูกสิงโตขย้ำกินได้ทุกเมื่อ ?

    เล่าอย่างย่อ ๆ เลยก็แล้วกัน คือ มันเหมือนเป็นการเรียนรู้และเติบโตผ่านความเจ็บปวด ดูจากหน้าไพ่สิ แรก ๆ ถึงกับเข่าทรุดเลย พอเจอกับความโหดร้ายของโลกใบนี้

    หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาของการต่อสู้ เล่นเอาสะบักสะบอมไปทั้งตัว เกิดแผลใจมากมายจนนับไม่ถ้วน ผ่านการแตกสลายมาเป็นพันครั้งพันคราว หลายคนต้องยอมละทิ้งอุดมการณ์อันแรงกล้าในวัยเยาว์ไป เพื่อความอยู่รอด จนถึงช่วงวัยหนึ่งที่เกิดตกผลึกได้แล้ว เราก็จะสามารถอยู่กับปัญหาตรงนั้นได้อย่างสบาย ผ่อนคลายมากขึ้น มีความอยู่เป็นมากขึ้น

    และในที่สุดก็มาถึงสเตจสุดท้าย จุดที่ทุกคนใฝ่ฝันจะไปยืนอยู่ตรงจุดนั้น คือการมีความสุขในทุก ๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็น

    ทางกายภาพ - มีสุขภาพดี ฐานะทางการเงินมั่นคง
    ทางอารมณ์ - independent อยู่ด้วยตัวเองได้
    ทางจิตวิญญาณ - มีความรักตัวเอง นับถือในตัวเอง ทำงานด้วยใจรัก อยากช่วยเหลือสังคม

    ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นไปได้ยาก หลายคนก็ struggle อยู่ในสเตจแรก บางคนก็ยังวนเวียนอยู่กับสเตจสอง น้อยคนมากที่จะไปได้ถึงสเตจสาม และพอใจที่จะอยู่ตรงจุดนั้น แค่เรามีความสุขก็พอแล้ว ทำไมต้องช่วยเหลือสังคมด้วยล่ะ

    ดังนั้นคนที่อยู่สเตจสี่จึงเป็นคนที่ใจใหญ่มาก เป็นคนที่ยิ่งใหญ่ มีอุดมการณ์ เหมือนกลับไปโลกสวยอีกครั้ง แต่เป็นโลกสวยอย่างมีสติ มองทุกอย่างตามความเป็นจริง ซึ่งหาได้ยากยิ่งบนโลกใบนี้

    เขียนไปเขียนมาก็รู้สึกว่า ความหมายของภาพหน้าไพ่ มันชักจะอลังการเกินไปแล้ว น่าทึ่งไม่น้อย ที่ไพ่ใบหนึ่ง ๆ จะถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ได้ลึกซึ้งถึงขนาดนี้ เพราะอย่างนี้ไง ฉันถึงรักไพ่ทาโรต์ ❤❤❤

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in