รีวิวนิยายฉบับคนชอบดองChadang
รีวิว (+spoil) ลิ่วเหยา เล่ม2 (3เล่มจบ)

  • ลิ่วเหยา (2)
    ผู้เขียน Priest (พีต้า)
    ผู้แปล Bou Ptrn
    สำนักพิมพ์ Rose Publishing

    เรื่องย่อ 
    “...ขอยกไปในสรุปเรื่องแทนนะคะ...” 


    คำเตือน
    บทความนี้สปอยล์มากเลยค่ะ ไม่ชอบควรข้ามก่อนค่ะ แต่จะพยายามทำสีอ่อนสำหรับสปอยล์หนักไว้ให้นะคะ เผื่ออยากอ่านความคิดเห็นตรงอื่น จะได้ข้ามได้ (แต่ไม่ชอบจริง ๆ ผ่านไปก่อนน่าจะดีกว่าค่ะ)


    สำหรับคนยังไม่ได้อ่านเล่มแรก และลังเลไปที่ลิ้งค์ด้านล่างก่อนได้เลยค่ะ จะรู้แค่ของเล่มแรก
    รีวิวเล่มแรกhttps://minimore.com/b/tA4HM/34


    ความเดิมจากลิ่วเหยาเล่มแรก 
             ศิษย์ต่างที่มาทั้ง 5 แห่งสำนักฝูเหยาถูกอาจารย์หานมู่ชุนของพวกเขากึ่งหลอกล่อเข้าสำนัก ทั้งหมดเหมือนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขบนเขาตัดขาดจากโลกภายนอก แต่โชคชะตากลับไม่ใจดีอย่างนั้น อาจารย์ลาจาก ศิษย์ทั้งหลายก็ยังเล็ก มีเพียงเหยียนเจิงหมิงศิษย์เอกเปิดขุนเขาเท่านั้นที่พอจะโตแบกรับตราเจ้าสำนัก และน้อง ๆ เอาไว้ พวกเขาทั้งห้าล้วนเป็น “ผู้ร่วมลิขิตฟ้า ร่วมชะตากรรม” กอดคอกันเอาตัวรอดจากเหล่าเซียนที่เก่งกาจบนเกาะมังกรเขียวภายใต้การดูแลของเจ้าเกาะ เวลาล่วงเลย 5 ปี ฝีมือก้าวหน้าแต่ยังไม่เทียบเท่าเคราะห์และศัตรู เกาะมังกรเขียวโดนโจมตี พวกเขาศิษย์สำนักฝูเหยาเป็นเป้าหมาย ภายใต้การปกป้องของเจ้าเกาะ ...อดีตแห่งฝูเหยา ความลับของอาจารย์และสำนัก...พวกเขาจะรอดหรือไม่...จบเล่มแรก


    ความรู้สึกหลังอ่าน (ต้องบอกว่า...สปอยล์มาก)

                เราคิดว่าถ้ามีเวลาก่อนเริ่มลิ่วเหยาเล่ม 2 น่ากลับไปอ่านเล่ม 1 สักช่วงสองบทหลังสักหน่อยเป็นการอุ่นเครื่อง พอขึ้นเล่มสองบทแรกอารมณ์จะต่อเนื่องมาก ๆ แต่เราอ่านแบบไม่ได้ทวนก็เลยเหมือนเปิดปุ๊ปถูกเร่งเครื่องให้ร้อนเดี๋ยวนั้น มันพีคตั้งแต่บทแรก และต่อเนื่องไปยาว ๆ แบบแทบไม่ได้พักหายใจ เรียกว่าเคราะห์ซ้ำ กรรมซัดเด็ก ๆ ก็ว่าได้ค่ะ ...มาค่ะเข้าช่วงเล่า + สปอยล์ (มาก ๆ )


    ร้อยปีคืนเหย้า

                   ประเด็นเลยคือช่วงแรกเป็นการหนีตายจากเกาะมังกรเขียว เจ้าเกาะปกป้องเด็ก ๆ สุดชีวิต มีโมเม้นศิษย์พี่ใหญ่กับน้องสามให้อมยิ้มตั้งแต่ช่วงสองสามหน้าแรก หลังจากนั้น...ลุยยาว ๆ ค่ะ ตัวละครหญิงที่เราชอบอีกคนนอกจากน้องห้าคือ ถังหว่านชิว เท่มากค่ะ ปกป้องเด็ก ๆ ต่อจากเจ้าเกาะ และภักดีไม่คลายกลับไปข้างกายเจ้าเกาะต่อ ทั้ง ๆ ที่ศัตรูรอบตัว ช่วงแรกมันบีบคั้นมาก และคนที่ถูกบีบที่สุดเป็นใครไม่ได้นอกจากพระเอกเหยียนเจิงหมิงที่ต้องแบกน้อง ๆ หนีตายต่อ คุณชายที่เคยสุขสบายมากตั้งแต่เยาว์ กลายเป็นคนไร้บ้าน ไร้ที่พักพิง และยังต้องเป็นที่พึ่งพิงแก่น้อง***
    *เจ็บสุดคือรั้งน้องคนหนึ่งให้เดินทางถูกไม่ได้ ยังต้องเสียน้องรักคนสำคัญไปอีก แต่เขายังไม่ล้ม *

    เราชอบประโยคหนึ่งในนิยายมาก

    “แม้เขาจะกลัวสกปรก กลัวเหนื่อยและกลัวความยุ่งยาก แต่ไม่เคยตกใจกับความหวาดกลัวที่แท้จริงจนก้าวขาไม่ออก”

                 มันใช่มากเลยค่ะ ร้อยปีผ่านไปเขาลำบากหอบน้อง ๆ หนีตาย หาที่หลบซ่อนจากผู้คนพลางหาเงินเลี้ยงปากท้อง ยังต้องฝึกวิชาแก้ปัญหาตราเจ้าสำนัก แต่เขาไม่เคยถอย ไม่เคยคิดสั้นทิ้งน้อง ๆ จากไปแต่ผู้เดียว ***
    *จนในที่สุดเขาก็ได้พบกับคนสำคัญอีกครั้ง...ในที่สุดพี่น้องก็รวมตัวกันที่หน้าบ้านอีกครั้ง*

    หงส์แดงไฟปรากฏกาย มังกรน้ำกลายเป็นมังกรจริง

                    ช่วงเวลาพร้อมหน้ามาเป็นซีนดี ๆ เยอะมากหนึ่งในนั้นไม่พ้นฉากนี้เลยค่ะ สุ่ยเคิงหรือหานถานตอนนี้น้องโตเป็นสาวแล้ว เลี้ยงดูโดยคุณแม่เหยียนทำให้ออกมากลายเป็นคนชอบแต่งตัวอุปนิสัยไม่เรียบร้อยถอดพี่สี่มาชัด ๆ ยังได้พี่สองหนุนนำใช้งานความซุกซนตลอดอีก จะมีก็แต่พี่สามที่น้องเล็กค่อนข้างวางใจว่าปกป้องนางแน่ ๆ (5555) ถึงสุดท้ายคนขี้ใจอ่อนจะมักเป็นคุณแม่เหยียนก็เถอะ และเพราะมีพี่ชายเลี้ยงมา มุมมองของพี่ ๆ เหมือนไม่ได้ถนอมน้องเท่าไร แต่ความเป็นจริงพอกลับมาที่มุมมองคนนอก ...พี่ชาย 4 คนของนางกลับรักนางอย่างที่สุด***

    ***ฉากนี้ไม่บรรยายมาก แต่มองภาพครอบครัวของพวกเขาชัดเจน 
                   น้องเล็กยังไงก็เป็นมารฟ้าครึ่งนึง นางจึงกลายร่างมารจนเรียกทัณฑ์สวรรค์ (สายฟ้าฟาดผู้บำเพ็ญ 7-9 สายแล้วแต่ทัณฑ์เล็กหรือใหญ่ มาเวลาเลื่อนขั้นพลังเซียน) ศิษย์พี่ใหญ่เหยียนเจิงหมิงออกรับสายฟ้าแรกให้นางจนดาบหักเป็นคนแรก ศิษย์พี่สี่หานหยวนหยุดไอมารมังกรไม่ให้กระทบไอมารของนางเพื่อให้ทัณฑ์สวรรค์จากไป ศิษย์พี่สามเฉิงเฉียนเข้ารับสายฟ้าที่สองแทนนาง ศิษย์พี่ใหญ่ใช้พลังทั้งหมดสลายทัณฑ์สวรรค์จนสำเร็จ ศิษย์พี่สองหลี่อวิ๋นรีบใช้คาถาพานางกลับร่างเดิมและพาขึ้นหลังหลบหนี
    เราชอบฉากแบบนี้มากจริง ๆ ความรักของพี่น้อง ฮือออ T^T

    แท่นประหารเซียนและกลอนขังมังกร

    เป็นชื่อฉากรวมพี่น้องช่วยกันอีกฉาก...
                      ปมหลักของเล่มนี้ ไม่พูดถึงไม่ได้คือความรักของพระเอกนายเอกเขาค่ะ เป็นหนึ่งในปมใหญ่เลยก็ว่าได้ อย่างที่เราเล่าตอนแรกโมเม้นสองคนนี้มาตั้งแต่หน้าสอง มันเป็นการกระทำที่แทรกในทุก ๆ บรรทัดที่บรรยายถึงความผูกพันธ์ที่พิเศษของทั้งสองคน และไม่สามารถขาดกันไปได้ หลัก ๆ เราจะเห็นด้านเหยียนเจิงหมิงเริ่มรู้ตัวก่อน โดยมีผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการอย่างหลี่อวิ๋น ที่คอยชงทั้งตอนไม่รู้และรู้ พระเอกในเล่มนี้แทบจะไม่ให้เสี่ยวถงเฉียนของเขาห่างไกลจากสายตา ถึงขนาดแอบสร้างยันต์ตัวแทนผูกไว้ที่ผม เพราะกลัวน้องหาย ยิ่งพอรู้ตัวว่าความรู้สึกนี้คืออะไร ก็เริ่มวางตัวกับน้องไม่ถูก

                   และพอเขาทำตัวไม่ถูกทางคนน้องก็ใช่จะนิ่งนอนใจนะคะ ทางนี้เองก็ออกอาการกลุ้มใจว่าศิษย์พี่เป็นอะไร โกรธอะไรเขารึเปล่า เลยพยายามไปนั่งข้าง ๆ ให้อยู่ในสายตา ไม่ได้ผลก็ซื้อเหล้าซื้อขนมไปเคาะประตูง้อถึงห้อง จนกระทั่งฉากหนึ่ง ณ แท่นประหารเซียนเฉิงเฉียนก็ได้รับบททดสอบให้สะดุดใจคิดไม่ต่างจากเหยียนเจิงหมิง

    “เรื่องบนโลก ขอเพียงไม่ฝ่าฝืนศีลธรรม ไม่มีอะไรที่ข้ามิอาจทำเพื่อเขา”

    ...คนอ่านกุมอกแล้ว...
                  แต่บอกเลยว่าเราแอบชอบอาการติดกลิ่นหอมกล้วยไม้ของเฉิงเฉียนมาก มันบอกชัดดีว่ากลิ่นนี้มันซึมลึกในความรู้สึกเขาขนาดไหน

    ความค้างในเล่มสอง...เป็นไปได้ออกเล่มสามพรุ่งนี้เลยได้ไหมคะ...ถามว่าทิ้งท้ายดีไหม ดีค่ะบอกเลย 
    *** หนึ่ง (เกือบ) จุบพิตยามหลับที่หน้าผาก กร๊าซซซ ไม่ค้างเลยยยย

                  เล่มสองมาพีคดีค่ะ แทบวางไม่ลง แต่ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองไหม คิดว่าเล่มนี้อ่านแล้วย่อยยากกว่าเล่มแรกมาก ต้องอ่านซ้ำ ๆ ฉากบ่อย ไม่ก็ต้องอ่านรวดทำความเข้าใจภาพรวม หรือเราอาจจะอ่านเร็วด้วยความตื่นเต้น เพราะฉากต่าง ๆ มันต่อเนื่องมาก นอกจากนี้พัฒนาการตัวละครแต่ละตัวชัดจริง ๆ ที่ไปที่มาของสิ่งที่เกิดขึ้น เราก็เห็นมันมาตั้งแต่ต้น เราเดาถูกตอนเล่มแรกละว่า เด็กคนนี้ ต้องมีอะไร เพราะเหมือนถูกกั๊กความเด่นเมื่อเทียบกับคนอื่น และก็มีจริง ๆ เจ็บจี๊ด ๆ เลยค่ะ
    ...พัฒนาการด้านความรักของตัวละครเอกก็มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีเหตุ ฉากเฉิงเฉียนกอดเหยียนเจิงหมิงเอาไว้แล้วคิดว่า 
    ท่านอยู่เป็นคุณชายสบาย ๆ ไปเถอะ เรื่องอื่นข้าจัดการเอง มันไปทับกับเล่มแรกที่พระเอกเคยคิดว่า เจ้าไปเล่นอย่างน้อง ๆ คนอื่นเถอะ ยังมีข้า ศิษย์พี่อยู่กับเจ้า

    สำเนาความรู้สึกเดียวกันแป๊ะ เล่มหน้าลุ้นเลยค่ะคู่นี้...เอ๋ ! ...หรือไม่ต้องแล้วนะ (หันไปหาหลี่อวิ๋น)


    By Chadang

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in