ห้องตรวจหมายเลข 5thanramon
สวัสดี
  • ฉันตื่นขึ้นมาท่ามกลางห้องที่สว่างโพลน หมอและพยาบาลวิ่งวุ่นทั่วคนไข้เตียงข้างๆร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดฉันรู้สึกว่าในคอมีอะไรสักอย่างติดข้างอยู่ พลันตัดสินใจขยับมือไปหยิบสายบางอย่างใกล้ๆตัวขึ้นมาดูมันคือสายที่เอาไว้ใส่ลงในลำคอเวลาหมอจะล้างท้องคนไข้ภายในถึงปลายสายมีน้ำสีเหลืองและเศษผลดำๆเหมือนกระดาษที่ไหม้ไฟมันคงออกมาจากกระเพาะของฉัน ฉันพูดอะไรไม่ได้เนื่องจากโดนสวมเครื่องช่วยหายใจตาเหลือกลานพยายามมองไปข้างๆและบรรยากาศรอบตัว ทุกอย่างดูวุ้นวายไปหมด ทั้งหมอพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล คนเข็นเตียง คนป่วย และอีกมากมายหลายชีวิตในห้องฉุกเฉินนี้

                ฉันไม่ตาย

                เป็นไปได้ยังไงกันฉันจำได้ว่าฉันรมควัน สูบบุหรี่ จิบเบียร์อยู่ร่วมสามชั่วโมงฉันบ่นกับตัวเองว่ารมควันนี่มันต้องใช้เวลามากมายถึงเพียงนี้เลยเหรอ ฉับพลันมีเสียงกริ่งหน้าประตูดังรัวๆตามมาด้วยเสียงเคาะประตูอย่างร้อนใจ ใครสักคนพังประตูเข้ามาในห้องของฉันฉันสลบไปและนึกว่า สำเร็จแล้ว ฉันจะได้ตายสมใจเสียทีนั่นคือความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนจะตื่นมาเจอความวุ่นวายในห้องฉุกเฉินนี้

                “เป็นยังไงบ้างเจ็บตรงไหนอีกไหม” แม่ของฉันวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาที่ข้างเตียงคนไข้และถามขึ้นฉันพยายามทำสัญญาณมือว่าฉันพูดออกมาไม่ได้แม่หยิบถุงสีเหลืองที่ต่อกับท่อล้างท้องขึ้นมาดู “เออดีแล้ว ให้มันออกมาให้หมดแล้วไม่ทำอีกนะลูกนะ” ฉันพยักหน้าเบาๆและหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนอีกครั้ง

                ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าหมอA มายืนอยู่ข้างๆเตียงฉันนอกจากนั้นก็ไม่มีใครอีก

                “เป็นยังไงบ้างเจ็บไหม เราผ่านช่วงเวลานั้นไปด้วยกันแล้วนะ” หมอ Aพูดแค่นั้นแล้วลูบมือฉันอย่างแผ่วเบาฉันพยักหน้าแล้วหลับลงไปอีกครั้ง

                ใครบางคนมายกถุงสีเหลืองที่ปลายสายท่อล้างท้องของฉันอีกแล้วฉันลืมตาตื่นด้วยความรำคาญใจ ใครคนนั้นคือเพื่อน Pเขามาเยี่ยมฉันทั้งที่ฉันไม่นึกว่า คนอย่างเขาเนี่ยนะจะมาเยี่ยมใครได้

                “เราเอาเตากับถ่านไปทิ้งให้แล้วนะตำรวจโทรมาหาเราบอกว่าเจอเธอสลบอยู่ในห้องน้ำส่วนแม่เอาของมีคมทุกอย่างไปทิ้งให้หมดแล้ว แม่ทำความสะอาดห้องไว้ให้แล้วด้วยรีบๆหายนะจะได้ไปกินชาบูด้วยกัน” ฉันพยักหน้าน้อยๆอีกแล้วเนื่องจากทำอะไรไม่ได้นอกจากนั้น

                ฉันอยู่ที่ห้องฉุกเฉินเพียงคืนเดียวทุกอย่างก็ฟื้นตัวเป็นอย่างดีฉันรมควันน้อยไป ทำไมฉันไม่ตายไปเสียที หมอและพยาบาลมารุมล้อมรอบเตียงของฉันพยาบาลคนหนึ่งหยิบเครื่องช่วยหายใจออกไปพยาบาลอีกคนเอาท่อล้างท้องออกจากลำคอของฉัน เจ็บเหลือเกิน

                “คนไข้ฟื้นตัวดีมากแล้วนะครับหมอจะให้กลับบ้านได้” ก่อนหน้าที่ฉันจะได้กลับบ้านฉันโดนตรวจทั้งเลือด ความดันวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจปัสสาวะ และอีกหลายต่อหลายอย่าง ฉันกลับคอนโดอย่างงงๆ ฉันรอดจากการรมควันเหรอเนี่ยไม่น่าเชื่อเลย

                ฉันตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อนั่งรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาลที่ฉันไปหาหมอ C ประจำ วันนี้ฉันมีนัดกับหมอ C ที่ห้องตรวจหมายเลข 5 เหมือนอย่างที่เป็นไปอย่างปกติ ฉันต้องรอคิวนานหน่อยแต่ก็ยังพอทนได้

                “ผมอ่านในประวัติการรักษาของคุณแล้วนะครับเห็นว่าวันนั้นคุณมาที่ห้อง ER

                “ใช่ค่ะฉันรมขวัญเข้าไปกะว่าจะให้ตาย แต่ก็ไม่ตายสมใจ ฉันเสียใจค่ะหมอ”

                “คุณเสียใจกับอะไรครับ”

                “ฉันเสียใจที่ฉันไม่ตายฉันเสียใจที่ทำให้เพื่อนและครอบครัวเป็นห่วง ทุกอย่างมันงงไปหมด”

                “ตอนนี้คุณยังอยากฆ่าตัวตายอยู่หรือเปล่าครับ”

                “ค่ะคราวนี้น่าจะเป็นวิธีแขวนคอ คราวนี้ฉันต้องตายแน่ๆ แต่ตอนนี้ยังหาอุปกรณ์ไม่ได้”

                “ผมจะส่งคุณไปแอดมิทในวอร์ดนะครับตอนนี้เตียงว่างแล้ว” หมอ C พูดจบแล้วหันไปที่คอมพิวเตอร์พิมพ์แป้นพิมพ์ก๊อกแก๊กๆแล้วทำหน้าเหนื่อยใจฉันทำให้หมอผิดหวัง

                ไม่กี่นาทีต่อมารถเข็นคนไข้ก็มารับฉันไปที่วอร์ดจิตเวชที่เดินที่ฉันเคยมารักษากับหมอJ

                “สวัสดีค่ะ มาอีกแล้วนะจำกันได้ไหม”

                “จำได้ค่ะ”ฉันตอบเบาๆ ฉันจำพยาบาลได้ทุกคนที่เจอหน้ามีพยาบาลใหม่ๆบ้างสองถึงสามคนแต่ก็ทำงานได้เป็นอย่างดีไม่มีปัญหา

                พยาบาลกุลีกุจอเข้ามาวัดไข้และความดันทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ พยาบาลที่ต่างออกไปมีเพียงสองอย่างคือทีมหมอและคราวนี้โรงพยาบาลมีผ้าเช็ดตัวบริการให้เวลาอาบน้ำฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าขอให้ได้หมอ J เป็นหมอประจำตัวฉันอีกครั้งแต่ความหวังนั้นก็ดับลงเพราะทางวอร์ดจิตเวชเปลี่ยนทีมแพทย์ออกไปทั้งทีม หมอ J,หมอ A และหมอที่คุ้นเคยออกไปตรวจ OPD มีทีมแพทย์ทีมใหม่มาตรวจแทน คราวนี้ฉันได้หมอผู้หญิง คือ หมอ P

                หมอใจดีกับฉันมากและรักษาโรคของฉันได้เป็นอย่างดีด้วยไม่รู้ด้วยความที่ฉันคุ้นชินกับบรรยากาศในวอร์ดหรือเพราะฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วจริงๆหลงจากที่ฉันอยู่ในวอร์ดได้ 5 วันทั้งพยาบาลและหมอต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สีหน้าดูสดใสขึ้นนะเนี่ยอาจจะได้กลับบ้านเร็วก็ได้นะ

                “ขอโทษนะคะ คุณอายุเท่าไหร่แล้วเอ่ย”พยาบาลคนหนึ่งเดินมานั่งข้างฉันและถามขึ้น

                “ 27 แล้วค่ะ”

                “เท่ากับเราเลยเรามาเป็นเพื่อนกันนะ” พยาบาล A พูดพลางยิ้มสดใสภายใต้หน้ากากผ้าป้องกันโควิด-19 ฉันพอจะดูออก

                “เธอรู้ไหมเมื่อก่อนเราน้ำหนักเกือบ90 แน่ะ” วันหนึ่งพยาบาล Aเล่าให้ฉันฟังฉันมองรูปร่างผอมเพรียวแต่สูงใหญ่ของเธอตอนนี้แล้วทำท่าไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน “ตอนสมัยเรียนมีวันหนึ่งที่เขาจับคู่พี่รหัส-น้องรหัสเราได้คนที่เราปลื้มมาเป็นพี่รหัสของเรา ตั้งแต่นั้นมาเราก็คิดว่า พี่รหัสของเราจะต้องไม่มีน้องรหัสอ้วนๆตั้งแต่นั้นมาเราออกกำลังกาย ลดอาหาร ทำทุกอย่างให้ผอมลง ตอนนี้เราน้ำหนัก 67แล้วนะ” พยาบาล A เล่าด้วยความภาคภูมิใจทำให้ฉันนึกไปถึงหมอ J หมอเองก็ไม่ควรจะมีคนไข้อ้วนๆถึงมันจะเป็นเรื่องธรรมดาที่หมอจะมีคนไข้ทุกไซส์ก็ตาม

                “เราออกไปจากที่นี่แล้วเราจะสมัครฟิตเนสแล้วกินอาหารมีประโยชน์ให้มากขึ้น”ฉันบอกพยาบาล A

                “ดีมากเลยนี่ไงอย่างน้อยเธอก็มีเป้าหมายหลักอื่นๆนอกจากไปฆ่าตัวตายแล้วนะ” อืม นั่นสินะ

                ฉันอยู่ในวอร์ดจิตเวชประมาณ11 วันก็ได้ออกมาจากวอร์ดด้วยคำพูดของคนรอบข้างที่ว่าอย่ากลับมาอีกนะ ฉันพบว่ามีคิวกิจกรรมอีกมากมายที่ฉันต้องทำใน 1 อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นไปหาหมอ C ในวันอาทิตย์,ไปคุย CBT[1]กับพี่ T ในวันจันทร์, ทำเคตามีน[2]วันพุธและทำศิลปะบำบัดในวันศุกร์ ทุกคนต่างอยากช่วยฉันให้พ้นจากความตาย แต่ภาพฉันแขวนคอตายก็ยังไม่หายออกไปจากสมองเสียทีฉันไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครเนื่องจากฉันกลัวว่าจะไม่ได้ออกมาจากวอร์ดจิตเวชนั้น

    [1]Cognitive Behavior Therapy เป็นการบำบัดความคิดและพฤติกรรมที่บิดเบือนในผู้ป่วยซึมเศร้าและจิตเวช

    [2]การให้ยาเคตามีนทางเส้นเลือดเพื่อรักษาผู้ป่วยทางจิตเวช

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in