MY MUSIC STORYyokmiew
บทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่ยังคงอยู่ 'ในดวงใจนิรันดร์'
  •      สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้กลับมาเจอกันในคอนเทนต์ดนตรี แต่ขอเปลี่ยนแนวเป็นดนตรีที่คนไทยเราคุ้นเคย และใกล้ตัวเราทุกคนมากๆ กับหัวข้อ 'บทเพลงพระราชนิพนธ์' นั่นเองค่ะ สำหรับแรงบรรดาลใจที่ก่อให้เกิดคอนเทนต์นี้ขึ้นมานั้น เป็นเพราะว่าเราได้มีโอกาสแสดงคอนเสิร์ตเล็กๆที่โรงเรียนของเรา ที่มีการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และเพลงที่ศิลปินชาวไทยได้ประพันธ์ให้พระองค์ท่านค่ะ

         โดยส่วนตัวแล้วเราเป็นคนเล่นดนตรี ก็จะเคยผ่านการเล่น การฟัง เพลงพระราชนิพนธ์มาค่อนข้างเยอะ หลายเพลง รวมไปถึงเพลงที่หลายๆคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก เราจึงอยากจะนำบทเพลงที่ว่าเหล่านั้นเนี่ย มานำเสนอในคอนเทนต์นี้ค่ะ มีทั้งเพลงที่คนไทยน่าจะคุ้นหูบ้าง ไม่คุ้นหูบ้าง ปะปนกันไปนะ

         และขอบอกไว้ก่อนอีกอย่างว่า เราอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดด้านการวิเคราะห์เพลงหรืออะไรมากนะคะ เพราะไม่ได้แม่นทฤษฎีดนตรีอะไรมากมาย แต่ทุกเพลงที่นำมาเสนอในวันนี้ ล้วนเป็นเพลงที่ไพเราะ เรียบเรียงได้อย่างประณีต และเชื่อว่าจะเป็นบทเพลงที่ทุกคนฟังแล้วต้องมีความสุขแน่นอนค่ะ


    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


         ก่อนจะเริ่มฟังเพลงกัน ขอเกริ่นพระราชประวัติทางด้านดนตรีของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช กันก่อนคร่าวๆสั้นๆนะคะ และขอเรียกพระนามของพระองค์โดยย่อว่า 'ในหลวง ร.9' แล้วกันนะคะ เพื่อความกระชับต่อเพื่อนๆผู้อ่าน

         ในหลวง ร.9 ของเรานั้น เรียกได้ว่าเป็นคีตกวีที่ถูกยกย่องโดยชาวโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะพระองค์นั้นเป็นพระราชาที่มีพระอัจริยภาพทางด้านดนตรีเป็นอย่างมาก ทรงเชี่ยวชาญและเป็นผู้ศึกษาศาสตร์ทางด้านดนตรีอย่างแท้จริง จนได้รับสมญานามว่า 'อัครศิลปิน' ทีเดียวค่ะ

         ในส่วนของแนวดนตรีที่ในหลวง ร.9 ทรงโปรดและถนัดมากที่สุดก็คือแนวดนตรี jazz นั่นเอง พระองค์ได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงแนว jazz ไว้อย่างหลากหลาย และนอกจากแนวดนตรี jazz แล้ว พระองค์ยังทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้อีกหลากหลายแนวหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเพลง march หรือเพลง waltz ที่จะแนะนำให้ได้ฟังกันต่อไปนี้ค่ะ









    1. มาร์ชราชวัลลภ (Royal Guards March)
        บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 7


    มีใครไม่เคยฟังไหมคะเพลงนี้? เพลงอินโทรข่าวในพระราชสำนักของช่อง 3 นั่นเอง ถ้าจำช่องไม่ผิดนะ ฮ่าๆๆ เพลงนี้เป็นเพลงที่ในหลวง ร.9 ทรงพระราชนิพนธ์พระราชทานเป็นเพลงประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ไว้ใช้เป็นเพลงเดินสวนสนามค่ะ เพลงนี้สำหรับเราแล้วเป็นเพลงพระราชนิพนธ์แรกๆเลยที่ได้บรรเลง และเราก็มี first impression ที่ดีมากๆกับเพลงนี้ค่ะ เป็นเพลงมาร์ชที่ไพเราะมากๆ ทั้งอ่อนหวานและเข้มแข็งในเวลาเดียวกัน ท่อนที่พีคสุดๆเลยคือท่อน trio เป็นท่อนที่ปรับอารมณ์เพลงทั้งเพลงให้นุ่มละมุนหูมากขึ้น ขอพูดภาษาบ้านๆงี้เลย ฮ่าๆ



    2. กินรี (Kinari Suite)
    ประกอบไปด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์
    ภิรมย์รัก (A Love Story) บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 30
    เริงวนารมย์ (Nature Waltz) บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 31
    พรานไพร (The Hunter) บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 32
    กินรี (Kinari Waltz) บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 33


    บทเพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้ประกอบไปด้วย 4 เพลงตามที่เขีบยไว้ข้างบนนะคะ เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ชุดที่ในหลวง ร.9 พระราชนิพนธ์ไว้ใช้เพื่อประกอบการแสดงบัลเล่ต์ชุดมโนราห์ นั่นเอง เป็นอีกหนึ่งบทเพลงชุดที่เราชอบมากๆค่ะ มีโอกาสได้เล่น เลยรู้สึกอินเป็นพิเศษ แต่ละเพลงมีดนตรีที่บ่งบอกเหตุการณ์ บอกฉากที่แสดงได้เป็นอย่างดี เริ่มต้นด้วยการกล่างถึงความรักของนางกินรีกับเจ้าชาย ต่อด้วยการบรรยายธรรมชาติอันงดงามของป่าหิมพานต์ บรรยายถึงลักษณะของพรานป่า จนถึงนางกินรีที่มีความงดงาม ถือว่าเป็นชุดเพลงที่ประพันธ์ได้ละเอียดอ่อนมากๆ หวังว่าทุกๆคนจะชอบบทเพลงชุดนี้ไม่มากก็น้อยนะคะ



    3. อาทิตย์อับแสง (Blue Day)
        บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 8


    เพลงนี้เป็นเพลงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชนิพนธ์ในตอนชอบพอกับพระบาทสมเด็จนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อยังทรงเป็น ม.ร.ว. สิริกิติ์ กิติยากร เพราะว่าต้องห่างไกลกัน นอกจากนี้ยังใช้เป็นเพลงในการแสดงบัลเล่ต์ชุดมโนราห์ในตอนที่นางกินรีต้องจากกับเจ้าชายที่ไปออกรบอีกด้วย ทำนองเพลงเศร้าๆเหงาๆ เห็นภาพเลยจริงๆค่ะ



    4. เทวาพาคู่ฝัน (Dream Of Love Dream Of You)
        บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 9


    เพลงนี้เป็นเพลงที่แต่งพร้อมๆกับเพลงอาทิตย์อับแสงเลยค่ะ และเป็นเพลงที่ในหลวง ร.9 และราชินี เคยขับร้องร่วมกันตอนเสวยพระกระยาหารต่ำที่กรุงลอนดอน หลังจากนั้นก็ได้มีการแลกพระธำมรงค์หมั้นกัน โรแมนติกมากๆ



    5. ชะตาชีวิต (H.M. Blues)
        บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 5


    เพลงนี้ในหลวงร.9 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นขณะเสด็จดำเนินไปทรงศึกษาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในงานเฉลิมพระชนมพรรษา 20 พรรษา ทรงให้ผู้ร่วมงานทายว่าชื่อเพลง H.M. Blues คำว่า H.M. ย่อมาจากอะไร เฉลยแล้วคือย่อมาจากคำว่า Hungry Men's Blues นะคะ เนื่องจากพระองค์ทรงบรรเลงดนตรีให้ผู้ร่วมงานทั้งวัน ไม่ได้เสวยพระกระยาหาร จึงเกิดเป็นชื่อเพลงนี้ขึ้นมานะ ฮ่าๆๆๆ



    6. ดวงใจกับความรัก (Never Mind the Hungry Men's Blues)
        บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 6


    เพลงนี้เป็นเพลงที่ในหลวงร.9 ใช้เฉลยความหมายของชื่อเพลง H.M. Blues ว่า H.M. เนี่ย ย่อมากจากอะไรนั่นเอง จะบอกว่าเพลงนี้เป็นอีกเพลงพระราชนิพนธ์เพลงหนึ่งที่เราชอบที่สุดเลยค่ะ เป็นเพลงที่จะได้ยินบ่อยมาก เวลาเข้าร้านหนังสือ และถ้าวันไหนเข้าไปแล้วได้ยินเขาเปิดเพลงนี้เราจะเอ็นจอยการเลือกซื้อหนังสือเป็นพิเศษเลย เพราะว่าชอบมากจริงๆนะ ฮ่าๆๆ



    7. ใกล้รุ่ง (Near Dawn)
        บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 4


    เพลงนี้ทุกคนรู้จักกันแน่นอน สำหรับเราคิดว่าถ้าจะอธิบายสกิลทางด้านดนตรีของในหลวง ร.9 แล้วเนี่ย เพลงนี้เป็นเพลงที่อธิบายได้อย่างสั้นๆและรู้เรื่องมากที่สุดเลยค่ะ รวมถึงอารมณ์ที่ออกมาจากเพลงก็ให้ความรู้สึกที่ดีมากเช่นกัน เมโลดี้ไพเราะมากมายยย สำหรับเพลงนี้ในหลวง ร.9 ทรงได้แรงบรรดาลใจจากเสียงของไก่ขันข้างบ้านค่ะ



    8. ยามเย็น (Love At Sundown)
        บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 2


    มีใกล้รุ่ง ก็ต้องมียามเย็น อิอิ เพลงนี้หลายๆคนก็น่าจะรู้จักกันหมดแล้วอีกเช่นกัน และน่าจะรู้จักมากขึ้นจากภาพยนตร์พรจากฟ้าไปแล้วนะคะ เป็นเพลงที่ในหลวง ร.9 ทรงทดลองพระราชนิพนธ์ขึ้นในจังหวะแบบ fox trot และถือเป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกเลยที่ได้เผยแพร่ให้ประชาชนคนไทยได้ฟังกัน



    9. ไกลกังวล (When)
        บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 26


    เพลงนี้ในหลวง ร.9 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขณะประทับอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล เพื่อให้เป็นเพลงประจำวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ โดยจะบรรเลงเป็นเพลงสุดท้ายทุกครั้งก่อนเลิกเล่นดนตรี ทำนองเป็นแบบ bossanova มีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน แบบลุลาเบาๆ เหมาะแก่การฟังขณะชิลๆริมทะเลงี้นะ



    10. ฝัน/เพลินภูพิงค์ (SomewhereSomehow)
          บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 28


    เพลงนี้มีสองเนื้อร้องนะคะ แรกเริ่มเดิมที่ทรงพระราชนิพนธ์อละให้นำบรรเลงครั้งแรกในงานสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อมาเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จไปประทับ ณ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ทรงประทับพระราชหฤทัยในความงามของอุทยานดอกไม้นานาพรรณ จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานทำนองเพลงนี้ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค แต่งคำร้อง "เพลินภูพิงค์" ขึ้นอีกคำร้องหนึ่ง ประโยคหลังก็อปมาล้วนๆจากวิกิพีเดียนะคะ แบบว่ามันเพราะ แต่ดีเทลไม่ได้มีอะไร หลักๆก็อยากให้ฟังอ่ะแหละ



    11. แผ่นดินของเรา (Alexandra)
          บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 34


    เป็นเพลงที่ทุกคนเคยฟังเนอะ เป็นเพลงที่ในหลวง ร.9 ทรงพระราชนิพนธ์โอกาสที่เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนท์ สหราชอาณาจักร เสด็จเยือนประเทศไทย แล้วพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สิบนาทีขณะรอเครื่องบินลงจอด เป็นการแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถทางด้านดนตรีได้เด่นชัดมากๆ ภายหลังทรงให้มีการประพันธ์คำร้องภาษาไทยขึ้น โดยเนื้อเพลงเป็นอะไรที่ซาบซึ้งกินใจมากๆ ฟังทีไรขนลุกทุกที เข้าใจเลยว่าไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราจริงๆค่ะ



    12. แว่ว (Echo)
          บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 41


    เพลงนี้ก็อาจจะเป็นอีกเพลงหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยกันเท่าไหร่เนอะ ประวัติเพลงนี้ไม่มีอะไรมากมายขอข้ามไป แต่จะบอกว่าเป็นอีกเพลงหนึ่งที่เราชอบเป็นเพลงอันดับต้นๆเลยค่ะ ทำนองมันมีความสุข แต่ก็มีความเหงา แบบไบโพล่าร์นิดหน่อย เพราะมากๆ เคยเล่นเพลงนี้เมื่อนานมาแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังชอบอยู่เลย



    13. ในดวงใจนิรันดร์ (Still on My Mind)
          บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 37


    เดินทางกันมาถึงเพลงสุดท้ายที่เราอยากจะฝากไว้ในวันนี้ค่ะ เพลงนี้เป็นเพลงที่หลายๆคนเคยไม่คุ้น แต่ก็น่าจะมีโอกาสได้ฟังกันไปแล้วในภาพยนตร์เรื่องพรจากฟ้า ดังนั้นน่าจะรู้จักเพลงนี้กันไม่มากก็น้อยไปแล้วเนอะ ที่อยากฝากเพลงนี้ไว้เป็นเพลงสุดท้าย ก็เพราะว่าเนื้อหาของเพลงนั่นเองค่ะ ถึงแม้ว่าเมื่อช่วงปีที่ผ่านมาเราชาวไทยจะสูญเสียกษัตริย์อันเป็นที่รักของเราไป แต่คุณงามความดีของพระองค์ก็จะยังคงเป็นที่ประจักษ์ให้เห็นกันสืบชั่วลูกชั่วหลานของเรา และพระองค์ก็จะยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของประชาชนของพระองค์ต่อไปตราบนานเท่านาน เหมือนกับท่อนหนึ่งของเพลงที่กล่าวว่า "This song will never, never end. And time we cannot suspend. You'll be ever and ever 'Still on my mind' ."









         ก็จบกันไปแล้วกับการแนะนำเพลงพระราชนิพนธ์นะคะ หลังๆมาภาษาเริ่มเปลี่ยนไปละ พอแค่นี้ดีกว่าเนอะเดี๋ยวกลายเป็นเละเทะ ก่อนอื่นก็ต้องขออภัยด้วยนะคะหากใช้คำพูดอะไรผิดไปหรือเขียนตรงไหนไม่ดี สามารถเข้ามาช่วยกันแก้ไข ติเพื่อก่อได้นะคะ แล้วก็ขอบคุณทุกๆคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าจะได้รับความสุข สุนทรีย์ จากคอนเทนต์นี้ด้วยนะ ฮ่าๆ ใครที่อ่านคอนเทนต์นี้จบ แล้วลองฟังเพลงที่ไม่เคยได้ฟังแล้วชอบ อย่าลืมไปหาเพลงอื่นๆมาฟังกันนะคะ ยังมีอีกหลายเพลงเลยที่เพราะ ไร้เดือน(No Moon), สายฝน (Falling Rain) etc. ไปหาฟังกันได้นะคะ วันนี้ก็ขอลาไปก่อนแค่นี้ เจอกันใหม่คอนเทนต์หน้าหน้าหน้าจ้าาา~


    ปล. ขอโทษนะคะที่ไม่ได้เรียงลำดับ ขออนุญาตเรียงตามความชอบของเรานะ แฮ่ๆ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in