Today is not TomorrowJirattipat Tengamnuay
บันทึกคนบ้าบ้าบอบอ 30++ ตอน SDD เจ้าปัญหาและมือถือใกล้เจ๊ง
  • 29 - 30 ธันวาคม 2562

    เห็นโพสต์คนอื่นใน Facebook หลายคนไปเที่ยวนู้นนี่หลากหลายประเทศ...ยิ้มแย้มมีความสุข...ก็ชีวิตเขาแหละ...ตอนแรกอยากพิมพ์เรื่องตัวเองไปพิพิธภัณฑ์กับน้อง...แต่คอมเจ๊งก่อน...ว่าจะพิมพ์วันนี้...แต่ต้องลง FONT ในเครื่องซึ่งใช้เวลา...ตอนแรกตกใจเพราะหาโฟลเดอร์ FONT ในไดร์สที่เหลือไม่เจอ แบบไดร์สหลัก...คอมเจ๊งเพราะ SDD...แต่เหลือฮาร์ดดิสในเครื่องอยู่...ในฮาร์ดดิสตัวนอกที่ใช้บ่อยๆ ตอนนี้ก็ไม่มี...เลยลองหาจากฮาร์ดดิสตัวนอกอีกตัว..คือถ้าไม่มี...จบ!!...บรรดา FONT ที่เก็บสะสมไว้...ตอนมีไดร์สครบ...ความจุเต็มก็เลยโยกย้ายถ่ายเทข้อมูลระหว่างกัน...หลายโฟลเดอร์เลยแหละ...จำไม่ได้ล่าสุด โยกย้ายไปหรือยังอยู่ที่เดิม...เพราะโฟลเดอร์เยอะมาก...สรุปก็เจออยู่ในฮาร์ดดิสตัวนอกอันเก่า แต่พอรอลง FONT เสร็จ...นั่งเครียดๆ เล่นมือถือ...ก็เลยไม่อยากพิมพ์เรื่องไปพิพิธภัณฑ์กับน้องแล้ว อยากพิมพ์ระบายเรื่องที่เครียดๆ มากกว่า

    ถามว่าเรื่องเราน่าสนใจมั้ย...ก็ไม่...ไม่เลย...แต่เราเครียดมากๆ...และไม่มีทางออก..ไม่มีเพื่อนด้วย...แบบเราไม่ค่อยสุงสิงไรกับใคร...อยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่..และพอผ่านไปหลายๆ ปีก็ชินแม้มีเหงาๆ แต่ก็อยู่ๆ ไป...แต่บอกตรงๆ ถึงมีเพื่อนก็ไม่ใช่ไปบ่นหรือมีแต่ปัญหาไรไปเล่าให้เขาฟังได้ตลอดหรอก...เราเลยชอบระบายความรู้สึกแบบพิมพ์ๆ เล่าๆ ไว้ที่ต่างๆ มากกว่า...แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน..เราก็พิมพ์ไป

    เครียดมาก ปวดหัวมาก...ปีที่แล้วก็ตกงานแต่มันก็ยังมีเงินเก็บและเงินช่วยเหลือจากประกันสังคม...และมีงานฟรีแลนด์เล็กๆ น้อยๆ ก็ได้เงินอยู่บ้าง...แต่ตอนนี้คือแย่มาก...และมาเจอเรื่องส่งท้ายปีแบบเสียเงินเยอะและเสียข้อมูลไปอีก...คือแย่มาก...แต่เราก็ไม่ได้จะหางานใหม่ได้หรอก...จริงๆ...ก็ไม่อยากตาย แต่เครียด...อย่าพูดถึงงานที่อยากทำหรือทำได้เลย...แม้แต่งานทั่วไปก็หาไม่ได้...ก็ขี้เกียจหางานแล้วเหมือนกัน...คิดผิดที่ออกจากที่เก่าที่อยู่มาสองปีเศษ...และคิดไม่ทัน...พลาดกับโอกาสต่างๆ...ที่เสียไปแล้วย้อนไรกลับคืนไม่ได้...ในช่วงปีนึงที่ผ่านมาก็เจอคนที่ดีดีกับเราแหละ...แต่ก็เจอคนแบบความคิด, ความเข้าใจและคำพูดเขา...ทำร้ายเรามากๆ เหมือนกัน..แบบทำเราทุกข์, เครียดและประสาทกิน...แต่เราไม่ได้ไปไรกับเขาอ่ะนะ...ถ้ามันไม่มีไรที่ทำเราโมโห..เราก็ไม่ไรกับใคร..หรือบางคน...เราไม่ได้ไปไรกับเขาเลย..แต่สิ่งที่รับเข้ามา..ทำเราทุกข์, เครียด, คิดมากและประสาทกิน.....แต่ปีนี้ก็ทำเรื่องพลาดไปเยอะ....เหมือนไม่สนใจแต่มาคิดย้อนได้ทีหลังแหละ...และเสียใจ..แต่ในความเป็นจริง....เราอาจแค่มโนคิดเข้าข้างตัวเองก็ได้

    ชอบเพลงนี้...ตอนแรกไม่อยากใส่เพลงไรลงไปเหมือนครั้งก่อนๆ ที่ต้องมีสักเพลง...และเพลงนี้เคยใส่ไว้ในเรื่องที่พิมพ์มา 2 เรื่องแล้ว...แต่ตอนที่พิมพ์ถึงตอนนี้...มันเล่นอยู่พอดี...คนเราต่อให้มีเรื่องทุกข์, เครียดและเจ็บปวดในใจแค่ไหน...แต่แก่ชราภาพถึงปูนนี้แล้ว...ผ่านไรมาเยอะมาก...ก็ได้แค่แสดงออกแบบเฉยๆ ไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งนั้นแหละ...แบบเฉยๆ...เก็บความเจ็บปวดหรืออะไรแย่ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต, ในสมอง, ในความคิดและในหัวใจลงไปในส่วนที่ลึกที่สุด...เพราะทำไรไม่ได้...และไม่มีใครชอบเรื่องแบบ ดราม่าเพราะใครๆ ก็มีเรื่องและปัญหาของตัวเองอยู่แล้ว

    "ร่างกายมันเป็นหินที่ไม่สะท้านสะเทือนเหมือนไม่แคร์ 
    แต่ใจโดนทำลายเป็นผุยเป็นผงเป็นทรายไร้ชิ้นดี 
    กัดฟันฝืนยืนทั้งที่ยืนไม่ไหวใกล้ล้มแล้วเต็มที 
    ต้องฝืนเท่าที่แรงจะมี น้ำตา (เราเอง) มันตกใน"
    (ร่างเป็นหิน ใจเป็นทราย - แซนด์ สโตน)

    วันนี้ตอนนั่งรอรถจะไปเอาคอมที่ซ่อมคือไม่อยากไปเลย..แบบจะโทรไปฝากไว้อีกวันแล้วกัน..จะอยู่แบบไม่มีคอม....แต่พรุ่งนี้ 31 ธันวาคม 2562...พวกช่างซ่อม...เขาอาจหยุด...ปิดร้านไปฉลองกับเพื่อนและครอบครัวก็ได้...ก็ต้องไปเอาวันนี้แหละ....

    นั่งรอไปเรื่อยๆ ก็คิดเรื่องคอมนี่แหละ...ทั้งเงินที่ซ่อม...ข้อมูลที่หายไป...เงินที่ต้องไปกู้ข้อมูล..และเรื่องงานที่เราตกงานมานานมาก...คือก็มีงานเข้ามาแต่ว่าไม่นับเพราะแป๊ปเดียวก็ลาจากไป...เอาเป็นว่าตกมาเป็นปีแล้วกัน...และมาย้อนคิดคือพลาดไรไปเยอะมากๆ...แต่หลายๆ อย่างคืออาจเป็นความผิดเราและบางอย่างเราอาจมีปัญหาไรตอนนั้นจริงๆ...แต่ก็ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้...และตอนนี้คือชีวิตฉิบหายจริงๆ...แบบกู่ไม่กลับ...

    นั่งรอรถไป....ก็คิดๆ....แย่ๆ...เครียดๆ...อยากถูกสต๊าฟกลายเป็นหินและอยู่ตรงนั้นแบบตัดขาดสิ่งที่อยู่รอบๆ....รถเมล์ก็วิ่งผ่าน...รถตู้ก็วิ่งผ่าน...แต่หมดแรงไปต่อ...แบบเหมือนจมน้ำและไม่มีทางโผล่ขึ้นมาแบบนั้น....ดูดราม่าและ..เฮ้ย..เรียกร้องความสนใจป่ะ...แต่รู้สึกแบบนั้นจริงจากใจและความคิด...ความรู้สึก...ไม่ได้อยากดราม่าหรือเรียกร้องความสนใจ...คนเราทุกข์และเครียด...ก็แสดงออกแบบนั้นแหละ ก็คิดแบบคนเรากลัวว่าทำไรแบบนั้น...คนอื่นว่าจะมาว่าดราม่าหรือเรียกร้องความสนใจป่ะ..แต่ทำเป็นเข้มแข็ง..ไม่มีอะไรตลอด...สุดท้ายก็ฆ่าตัวตายไป...คนเราก็อ่อนแอได้...แม้ดูดราม่าหรือเรียกร้องความสนใจ แต่ก็ยังทำให้เรามีลมหายใจอยู่....คือเราตายไปก็ไม่ได้มีผลไรกับใคร..แต่ความจริงไม่ได้อยากตายแม้ความจริงมีเรื่องและปัญหาแบบนี้....หาทางออกไม่ได้ก็ไม่รู้อยู่ไปทำไมเหมือนกัน...แบบเราก็มีเรื่องของเราแต่ไม่ได้ยุ่งไรกับใคร...เงียบๆ...แต่ต้องประสาทกินจากสังคมรอบตัว...ความคิด, ความเข้าใจและคำพูดคนอื่น...คนที่ดีกับเราก็มีแหละ...แม้ตอนนี้อาจไม่ได้ดีแล้วก็ได้..ไม่ได้ไปรู้...ความคิดและความเข้าใจไรคนอื่น...เพราะเราก็เป็นคนเงียบๆ เฉยๆ...อยู่กับตัวเอง...เราหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้แต่ไม่อยากทุกข์เพิ่ม..แบบคิดมาก...ประสาทกินจากสังคมรอบตัวอีก...แต่สุดท้าย...เราก็คงตายไปเอง แบบชีวิตก็ทำเรื่องผิดพลาดหรือตัดสินใจพลาดมาเยอะมาก..แล้วเสียใจทีหลังแต่ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้....คือเรามาย้อนอ่านดู...แบบจะแก้คำผิด...รู้สึกแบบถ้าเราเจอคนพิมพ์ไรแบบนี้...เราคงบอกแบบมานั่งบ่นก็แก้ไขไรไม่ได้...ลุกขั้นสู้...บ่นบ้าอะไร...แต่ในความเป็นจริง...ถ้าทำได้แบบนั้นคงไม่มีคนฆ่าตัวตายอ่ะแหละ

    ความจริงตรงนี้ไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์เราอ่ะ...แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนหรือบังคับใครจะมาอ่าน...แต่เราหาทางออกไม่ได้...เครียด...และไม่ได้มีคนเข้าใจ...การพิมพ์ระบายๆ แบบนี้ก็เหมือนเราได้พูด....แม้พูดคนเดียว...แต่ก็ทำให้เรายังอยู่ได้...คนเราอ่ะไม่ได้อยากตายแต่ต้องตาย...ก็เคยบอก...แบบไม่ได้รู้คนอื่นๆ หรอกที่ตายไปเพราะฆ่าตัวตายหรืออะไร...แต่ตายเพราะเรื่องและปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเอง..หรือตายเพราะคำพูด, ความคิดและความเข้าใจคนอื่น....และถ้าเพราะคนอื่น...เขาก็ไม่ได้ต้องมารับผิดชอบหรือรับรู้อะไรอ่ะนะ...เขาก็อยู่ของเขา.....แต่คนที่ตายก็คือตาย...ไม่ได้มีไรเกี่ยวกันเลยจริงๆ...คือพิมพ์เองก็แบบ...เฮ้ย...ดราม่าหรือไรมั้ย...น่ารำคาญ...แต่คนเราก็บ้าแบบนี้แหละ...เราอ่ะก็ไม่ใช่ดี...แต่คนที่เฮี้ย กว่าเราก็มีอีกแยะที่เขายังอยู่ดีมีสุข...และอยู่ดีมีสุขบนการทำร้ายทำลายคนอื่นด้วย...คือพูดถึงเรื่องทั่วไปที่เราอ่านเจออย่างในข่าวหรือเรื่องราวในสังคม...สังคมมันโหดร้าย...ยืนอยู่ได้ก็อยู่...ยืนไม่ได้ก็คงต้องตายจากไปอ่ะแหละ....แย่อ่ะ...แต่ย้อนไปแก้ไขหรือทำอะไรไม่ได้

    เมื่อวาน (29 ธันวาคม 2562) ไปพิพิธภัณฑ์กับน้องมา...ก็ดีๆ เรื่อยๆ กับน้อง...คนเยอะมาก...แต่พอมาตอนบ่ายหลังกลับมาไม่นาน...ความฉิบหายก็บังเกิด...จะเอารูปลงคอมแบบที่ถ่ายๆ ภาพมาและจะเลือกรูปที่ถ่ายภาพน้องส่งให้น้องด้วย....ตอนแรกก็ลงได้ปกติแต่อยู่ๆ คอมก็ค้าง...ค้างแล้วก็ขึ้นหน้าจอสีฟ้าและข้อความกำลังเช็ค Error ที่เกิดขึ้น..แล้วก็ขึ้นหน้าจอดำ..มีคำว่า "Boot Media"...เราก็ไม่รู้คือไร...ลอง Enter ดูก็ขึ้นประโยคเดิม...เลยลองกดปิดเครื่องให้ดับและเปิดเครื่องใหม่....ทีนี้หน้าจอดับเลย....เราลองเสิร์จใน google บนมือถือว่า...คำว่า "Boot Media"....คอมมีปัญหาอะไร...ก็มีคนตอบว่าเกี่ยวกับ HDD เสีย...คือใจเสียไปแล้ว...เพราะข้อมูลในคอมคือเยอะมากๆ...เลยลองโทรหาช่างคอมร้านประจำ...ถามเขาว่าคอมขึ้น "Boot Media"...คืออะไร...เขาก็บอก HDD อาจจะเสีย...และให้เราเอาคอมไปให้เขาดู...ตอนนั้น 4 โมงครึ่ง...ก็ต้องรีบไปเพราะร้านคอมน่าจะปิดตอน 6 โมงเย็นไม่ก็ 1 ทุ่มแบบช่วงหยุดยาวด้วย ต้องใช้เวลาเดินทางอีก...ตอนแบกคอมออกไป...เครียดมาก..ใจแกว่งคือภาวนาอย่าให้ HDD เสีย...เพราะข้อมูลในนั้นไม่มีสำรองไง....ถ้าหายไปคือหายไปเลย....เครียดมาก....ความรู้สึกอยากล้มทั้งยืน...แบบทำไงดี....เดินมารอรถเมล์หน้าหมู่บ้านและคิดได้ว่าเงินไม่มี....ก็เลยต้องเดินไปเบิกที่ ATM....และเดินเลยไปป้ายรถเมล์ถัดไปเพราะใกล้กว่า...คิดหนัก...คิดมากและซวย...ตกงานก็คือเงินไม่มียังต้องมาเสียเงินอีกแน่ๆ ถ้าคอมเสียและถ้า HDD เสียคือซวย...เพราะข้อมูลอยู่ในนั้นเยอะมาก...และตัวไหนเสีย...เพราะในคอมเราคือมี HDD ที่อยู่กับเครื่องมาตั้งแต่ตอนซื้อและ SSD ที่เราซื้อใส่เพิ่มเข้าไป...ก็ซื้อวันเดียวกับวันที่ซื้อคอมตัวนี้แหละ...คอมตัวนี้ซื้อมา 4 - 5 ปีก่อนแบบสี่หมื่นและเพิ่มแรม - เพิ่ม SSD ซื้อนั่นนี่เพิ่มก็รวมๆ ก็เกือบ 5 หมื่นมั้ง...จำไม่ได้...แต่ราคารวมๆ ก็สี่หมื่นกว่านี่แหละ...วันนี้มีพี่ที่รู้จักทักมา...บอกเห็นโพสต์เราเรื่องคอมคือถ้าเสียค่าซ่อมเป็นหมื่นก็ซื้อใหม่ดีกว่า....ก็จริงแต่ว่าไม่มีเงินอ่ะดิ....และที่บอกเป็นหมื่นนี่คือค่ากู้ข้อมูลใน SSD อ่ะนะ.....เครียดมาก...แต่เอาความจริง...คอมอ่ะ...เราทำพวกกราฟฟิค...ถ้าจะซื้อใหม่ก็ต้องสเปคเครื่องแรงระดับหนึ่งอ่ะนะ...มันเลยคงไม่จบไปที่ 2 - 3 หมื่นแหละ...ดังนั้นต่อให้ซ่อมเป็นหมื่นก็คงซ่อมไม่ได้ไปซื้อใหม่อ่ะนะ

    ตอนนั่งรอที่ป้ายรถเมล์...ก็ลองเอาคอมออกมาเปิดดูว่าจะติดมั้ย...คือเคยมีกรณีแต่ก่อนที่คอมก็ไม่ติดแบบหน้าจอดำ..เอาไปให้ช่างดู..ปรากฏเครื่องติด...ก็สรุปแบบอาจมีการขยับหรือกระแทกระหว่างการเดินทาง....ทำให้คอมกลับมาใช้ได้...บางทีคอมไม่ติดตอนอยู่ที่บ้าน..เราเลยเขย่าๆ คอมแล้วเปิดใหม่ก็เปิดได้แฮะ...แต่ครั้งนี้ตายสนิท...หน้าจอไม่ติด...ตอนนั่งรถเมล์ก็ภาวนาไปตลอดทางอย่าให้  HDD เสีย...เครียด....แม้มีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก....นึกถึงเดือน-สองเดือนก่อน...คือฮาร์ดดิสเต็มไม่ว่าจะ HDD ที่มากับเครื่อง, SSD และฮาร์ดดิสตัวนอกทั้ง 2 ตัว...ความจริงมีฮาร์ดดิสตัวนอกอีก 2 -3 ตัว แต่ 2 ตัวคือเสีย...เสียบเข้าเครื่องแล้วไม่ติด...เปิดไม่ได้....ก็มีข้อมูลในนั้นแต่เพราะเปิดไม่ได้ก็เลยไม่รู้ว่ามีข้อมูลอะไรในนั้นบ้าง...ได้แต่เก็บเอาไว้อยู่ในตู้....ส่วนการซื้อใหม่ก็ไม่มีเงิน...ข้อมูลเยอะมาก....ต้องซื้อแบบ 1 TB หรือ 2 TB....แล้วกี่พัน...ตกงานมานานแล้วด้วย...ตอนนั้นนั่งผ่านพันทิป บางกะปิก็คิดเรื่อง HDD และ SSD ที่เต็มทั้ง 2 ตัวในเครื่อง...ควรมีแบบฮาร์ดดิสสำรอง....ไปถามราคาก่อนก็ได้...แต่ไม่ทำ...ข้ามไป เพราะไม่มีเงินนี่แหละ สรุปคือพอมันเสียก็เสียข้อมูลไปและถ้าไปกู้ข้อมูล...ส่งข้อความหา 2 บริษัทเมื่อคืนและตอนเช้าวันนี้...บริษัทที่ 1 บอก 3000 - 9000 บาทรวม VAT 7%....ส่วนอีกบริษัทบอก 6000 - 8000 บาท....แต่ก็คือต้องเอาไปเช็คก่อนถึงจะได้ราคาที่แน่นอน...พอเราถามบริษัทที่ 1 ไปว่าเก็บได้นานแค่ไหนถึงจะส่งซ่อมได้แบบเราโง่คอมอ่ะแหละ....ไม่แน่ใจเก็บไว้นานๆ...จะเป็นไรมั้ย...ข้อมูลจะเสียหายมั้ย....แอดมินก็ตอบว่าควรส่งมากู้ข้อมูลให้เร็วที่สุด....แต่เราก็ถามช่างซ่อมคอมวันนี้...เขาก็บอกว่าก็เก็บไว้ได้...เพราะเราไม่มีเงินไง เครียดจริงๆ...ตกงาน...เงินไม่มีแล้วมีแต่เรื่องเสียเงินแบบเสียเงินเยอะมากๆ ด้วย

    พอมาถึงก็ลงป้ายเดอะมอล์ บางกะปิ...แล้วต้องเดินไปพันทิป บางกะปิ....ก็ไกลนิดนึง...แต่เดินได้...แต่ที่เดินไปได้ช้าเพราะคนเยอะมาก...ข้างทางคือมีคนตั้งแผงขายของ...คนก็เดินเยอะ...บางคนก็หยุดซื้อ หยุดมอง.....คือจะปีใหม่...คนในกรุงเทพฯ ก็ยังเยอะมากแบบไม่ได้ไปไหนกัน...มีข่าวบอกว่าคนแห่ออกกรุงเทพฯ....รถไปติดต่างจังหวัด...ความจริงก็คงมาจากจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไปรวมกันมั้งจ๊ะ...เพราะกรุงเทพฯ คนก็ยังเยอะมากอยู่....รถก็แน่นบางคัน...อย่างที่เราเดินวันนี้...คนก็เยอะมาก...หรือเมื่อวานตอนเอาคอมเดินไปซ่อม...คนก็เยอะจ้า.....

    ฝ่าฝูงคน..จนบางทีต้องไปเดินริมถนน...นึกถึงข่าวนานแล้วแหละ...ที่ผู้หญิงโดนรถเมล์ชนตายแถวนี้ แต่ไม่งั้นเดินไม่ได้....รถก็เยอะ....เบื่อมาก...กรุงเทพฯ...คนเยอะมาก...คนก็เยอะมาก....ไปถึงพันทิป บางกะปิก็ขึ้นไปชั้น 3....มองไปจุดเดิมที่ร้านเคยตั้งอยู่แต่ไม่มี....เลยโทรถามช่าง...เขาก็บอกอยู่แถวข้างหลังชั้น 3 นี่แหละก็เลยเดินไป

    เดินมองหาก็เจอ 1 ในช่างประจำร้านโบกมือก็เอาคอมเดินไปตรงนั้น...ช่างหลักกก็หยิบคอมเราไปเปิดดู...และบอกฮาร์ดดิสเหมือนจะติด...คือเขาบอกเราว่าไรจำไม่ได้...แต่คือคอมมันเจอว่ามันก็เหมือนใช้ได้ เราดูไม่เป็นอ่ะ...แต่ที่ช่างเขาดู...มันขึ้นหน้าจอเทาๆ ที่มีข้อมูลเยอะแยะ


    เราก็เหมือนมีความหวังหน่อยๆ แต่ก็ไม่แน่ใจ...จนเขาเปิดเครื่องแบบปกติ...มันก็เปิดขึ้นแบบที่เราเปิดตอนอยู่บ้าน...แล้วหน้าจอก็ดำเหมือนที่เราเปิดที่บ้าน....ช่างก็บอกมีความเป็นไปได้ว่าต้องมีตัวใดตัวนึงเสีย...ถ้าไม่ใช่ HDD ตัวที่มากับเครื่องก็ต้อง SSD...เราก็ใจวูบแล้ว...ลุ้นมาก

    ช่างก็แกะฝาหลังคอมเราออก...และบอกตรงด้านขวามีแบบงอออกมาจากเครื่อง...เขาก็ถามว่ามีหล่นมั้ย...เราก็บอกว่ามี...เพราะเราเดินถือไปมาและคอมมันก็ค่อนข้างใหญ่และหนัก....บางทีมันก็ตกกระแทกพื้นจริงแหละ...และตอนนั้นที่บริษัทนึง...เขามีคอมให้แต่ช้ามากและเปิดหน้าจอ Desktop...คือข้อมูลเยอะมาก...และช้า...ไปขอเขาให้ลง PSD และ ILLUS...เขาก็บอกต้องมีลิขสิทธิ์....ปรากฏเราก็ไม่ได้ เจ้าของก็บอกถ้าจะให้มีก็เป็นคอมตัวกลางแบบคนนั้นคนนี้มาใช้ได้...เราเลยตัดปัญหาเอาคอมเราไปเอง...ซึ่งไม่คุ้มเลย...บอกตรงๆ...เพราะต้องยกลงเรือขึ้น - ลงด้วย..แต่พอมาคนหลังๆ ที่มีผู้จัดการมาใหม่...เขาเอาคนเขามาด้วย...น้องคนนั้นได้คอมใหม่....ทั้งๆ ที่เราทำกราฟฟฟิค..แต่ไม่ได้...แต่คนเราก็แข่งบุญแข่งวาสนาไม่ได้จริงๆ อ่ะแหละ

    ช่างก็ค่อยๆ แกะฝาหลังเราออก...ก็มีตัวยึดเล็กๆ เยอะ...เราก็ไม่เคยสังเกตไรหรอก...ซื้อมา 4 - 5 ปีแล้ว



    เขาก็ตรวจตัวใหญ่ก่อนคือ HDD ที่มากับเครื่องและมีความจุเกือบ 1 TB....แต่บอกตรงๆ...ความจริงคอมเราอ่ะเราต้องรู้...ว่ามีความจุเท่าไหร่...และตอนมันเต็ม...เราก็กดดูความจุว่าเหลือเท่าไหร่....แต่ยังจำว่าไดร์ส E มีแค่ 200 GB อยู่และไดร์ส C มี 100 GB ส่วน SSD มี 250 GB....ตอนนั้นถึงมารู้ว่าอะไรที่เราคิดคือผิด และความจำเราแย่มากหรือไม่ได้สนใจจะจำกันแน่


    เราก็ถอยออกไปยืนลุ้นไกลๆ คือก้าวถอยหลังมาไม่กี่ก้าวแหละ...คือยืนลุ้นว่าจะใช้ได้มั้ย...แล้วเหมือนจะเป็นลม...คือถ้าเสีย...คือข้อมูลหายแบบไม่มีสำรอง...ช่างก็ตรวจดู...เราก็ยืนลุ้น...ปรากฏ..ตัว HDD อันนี้ใช้ได้คือเอามาต่อกับคอมของช่าง...มันขึ้น....ทีนี้เลยต้องไปลุ้น SSD...ซึ่งมีโอกาสสูงว่าอาจเป็นตัวนี้ที่เสีย


    เราก็ถอยออกไปยืนลุ้นไกลๆ อีก...แต่ถ้าคอมเปิดไม่ได้และตัวที่แล้วไม่ได้เป็นไร...ตัวนี้ต้องมีโอกาสเสีย


    รอโหลดนานมาก....ตัวเมื่อกี้คือขึ้นเลย...ว่าใช้ได้....แต่ตัวนี้กระดึ๊บๆ...ช่างก็รอแป๊ปนึงแล้วออกและลองเข้าใหม่...ก็โหลดนาน


    สรุปคือตัวนี้แหละที่เสีย.....แต่เราไม่ได้มีข้อมูลสำรอง...แต่ช่างอีกคนก็ดีแบบช่วยหาที่กู้ข้อมูลให้...แต่เขาก็บอกคือต้องเตรียมไว้หลักพันถึงหมื่น....เพราะกู้แพงมากและกู้ได้มั้ยต้องไปคุยกันอีกที...แต่เขาก็ให้เราถ่ายภาพพวกชื่อบริษัทและเบอร์โทรติดต่อเอาไว้...ก็ขอบคุณเขาที่ยังช่วยหาให้


    ส่วน SSD ที่เสีย....คือเราต้องไปซื้อใหม่เพราะไม่งั้นคอมจะเปิดไม่ได้เพราะไดร์ส C อยู่ใน SSD...เราก็งงตอนแรก....เพราะคิดว่าไดร์ส C อยู่ใน HDD ที่ติดมากับเครื่อง...แล้วทำไมไปอยู่ใน SSD....ช่างก็บอกอยู่ใน SSD....เราต้องไปซื้อ....ช่างก็แนะนำของ Samsung...ที่เราถาม....เพราะถึงไม่มี SSD....คอมแต่แรกที่ซื้อมาก็มีแค่ HDD ในเครื่องนั้นแหละ.... SSD เราแค่มาซื้อเพิ่มเข้าไปเพราะไปอ่านเจอว่ามันช่วยในเรื่องความเร็ว...ดังนั้นถ้าแต่แรกมันก็ไม่มี SSD....ก็เอาแค่ HDD ก็ได้....แต่เมื่อช่างบอกแบบนั้น...เราก็ต้องไปซื้อแหละ....ตอนแรกช่างบอกให้เขาซื้อได้แบบปล่อยคอมไว้...เขาซื้อและเอามาลงโปรแกรมใหม่....แต่เราไม่ได้พกเงินมาเยอะแบบนั้นก็ต้องไปกด ATM เราเลยลงไปเองก็มีร้านขายข้างล่างชั้น 1 นี่แหละ ร้านส่วนใหญ่ก็ปิด...ช่างก็เหมือนพูดกันเองมีเปิดซ่อมที่เหลืออยู่ก็แค่ 2 - 3 ร้านที่นี่...


    ลงไปที่ร้านก็ถามหา SSD...คนขายก็หยิบมา 2 ยี่ห้อ...เราก็ถามเขาเรื่องกู้ข้อมูล SSD...คนขายก็บอก SSD กู้ยาก...พวก HDD...อ่ะกู้ได้...ส่วน 2 กล่องนี้...อันน้ำเงินคือ 1450 บาทมั้งแต่ของกล่องสีดำ 1550 บาท ช่างแนะของกล่องดำก็เลยเอานี่แหละ...แต่ก็ไปเบิกเงินก่อนแล้วมาจ่าย...เงินก็ไม่มี...เสียไปแล้วรวมค่าลงวินโดว์ใหม่อีก 300 บาทก็คือเกือบ 2000 บาท...ซวยจริงๆ....


    เอาขึ้นมาให้ช่างเปลี่ยน...ความจริงก่อนลงมา...ช่างก็บอกแหละว่าเกือบ 6 โมงเย็นคือเขาจะกลับบ้านกันแล้ว...เราก็ต้องทิ้งคอมไว้ที่เขาแหละ...

    ตอนที่เอา SSD มาให้ช่าง....ความจริงตอนที่ช่างแงะฝาด้านหลังคอมออกก็บอกเราแบตบวมแล้วแหละ ช่างก็บอกต้องเอาเข้าศูนย์...เพราะต้องใช้แบตศูนย์..ถามเรื่องประกัน...คือซื้อมานาน...ประกันก็แค่ปี เดียวอ่ะแหละ...ช่างอีกคนก็บอกเตรียมอีก 2 - 3 พัน ความจริงเรื่องแบต...นี่เราก็สงสัยว่าน่าจะมีปัญหามานานแล้ว....ตั้งแต่ต้นปีด้วยซ้ำ...เพราะปกติเวลาเราเล่นคอมอ่ะ..เราจะเสียบชาร์จตลอด....แต่พอเราเอาคอมไปเปิดที่อื่นอย่างตามห้องสมุดหรือตอนไปสัมภาษณ์งานแล้วบางที่มีทดสอบ...แล้วเราคิดว่าแป๊ปเดียวเลยไม่ได้เอาที่ชาร์จไปด้วย...ปรากฏเครื่องดับ...หรือขึ้นโชว์ว่าแบตดันเหลือไม่เยอะ....แต่เพราะไม่มีเงินก็เลยปล่อยทิ้งไว้....ก็บวมจริงแหละ...ช่างก็เอาให้เราดูว่ามันบวม....


    ทำไรไม่ได้ก็ฝากคอมให้ช่างซ่อมไป...ก่อนจากก็บอกให้ช่างช่วยดู SSD อีกหลายๆ รอบว่าตกลงพอจะทำให้มันติดมั้ยเพราะเราจะได้ save ไฟล์ออก....แต่คิดว่าไม่ได้อ่ะ...แต่ก็ลองดู

    กลับบ้านมาไม่มีคอมใช้...มันก็อาจดีอีกอย่างแบบชีวิตห่างคอม...ก็นอนเล่นมือถือ....นอนเครียด...คิดนั่นนี่ไป...และลองหาบริษัทกู้ข้อมูลจาก Google...แล้วอ่านรีวิวในเพจเขาและลองส่งข้อความถามเขาไป...ก็ 2 ที่แบบเสิร์จเองที่หนึ่งและจากช่างแนะให้อีก 1 ที่...ก็ที่บอกแบบเราคงพูดซ้ำซากว่า...บริษัทที่ 1 บอก 3000 - 9000 บาทรวม VAT 7%....ส่วนอีกบริษัทบอก 6000 - 8000 บาท...แพงอ่ะแหละ...เงินไม่มี...งานก็ไม่มี

    วันที่ 30 ธันวาคม 2562....จะส่งท้ายปีเก่าพรุ่งนี้แหละ...ชีวิตยังแย่มาก...แย่กว่าปีที่แล้วแบบปีที่แล้วก็ตกงานนี่แหละ...เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ...เราก็แก่ใกล้ตายขึ้นทุกวัน...แต่ยอมรับพลาดไรไปเยอะแบบเอาอะไรกลับมาคงไม่ได้....ย้อนเวลาไม่ได้...เจอทั้งคนที่ดีกับเราและทำเราประสาทกินจากความคิด, ความเข้าใจและคำพูดก็เยอะ...เป็นบ้าแต่ก็ยังไม่เป็นบ้าถาวรแค่นั้น

    ตอนเที่ยงๆ บ่ายๆ ก็ออกไปแบบช่างยังไม่โทรมาแต่ก็ว่าจะไปหาข้าวกินและรอๆ แถวนั้นแหละ...อยู่บ้านก็ร้อน...ตอนนี้ไม่ได้ไปทานข้าวแถวหน้าหมู่บ้าน...ก็ไม่แน่ใจอาจปิดร้านปีใหม่กันก็ได้...เพราะต้องเดินเลี้ยวซ้ายไป...ไม่ได้อยู่หน้าหมู่บ้านตรงๆ....ก็ตั้งแต่มีเรื่องเจอลูกค้าเหมือนกันนี่แหละ...เปิด Youtube เสียงดังแบบไม่ใช้หูฟังและเราหงุดหงิดเพราะกำลังฟังอะไรอยู่และเสียงมันเบา...แม้เร่งเสียงสุด...เครียดด้วย...คืออดทนนานมากจนเราอ่ะแหละทานข้าวเสร็จ..เลยกระแทกช้อนกับจานและหันไปบอกเสียงดัง แบบพวกคนงานอ่ะแหละ...โคดน่ารำคาญมาก...คือคิดในใจแบบหูฟังถูกๆ ก็มี...แค่นี้ไม่มีปัญญาซื้อแล้วมาเปิดรบกวนคนอื่น...เราเองก็ใช้หูฟัง...น่ารำคาญที่สุด...เลยไม่ได้ไปกินร้านนั้นอีก...แต่ก็ไม่รู้...ร้านอาจไม่เปิดก็ได้เพราะชอบปิดร้านบ่อยๆ...เคยไปหาว่าจะไปกินก็ปิดร้าน...แบบรวย..อยากเปิดหรือไม่เปิดก็ได้ ส่วนอีกร้านคือเราก็ไปกินบ้างตอนร้านประจำร้านเมื่อกี้ปิด...แต่ไม่นานคือเราหงุดหงิดและเครียด...เลยเอาน้ำแดงไปไหว้ศาลพระภูมิแถวหน้าหมู่บ้าน..และปกติเราก็ไหว้บ่อย..แบบไหว้มือปกติตอนเดินผ่าน ก่อนเราไหว้ก็ไม่ได้มีเสียงดังไร...แต่พอเราไปไหว้...อยู่ๆ ทั้งคนแถวศาลและห่างออกไป ฝั่งตรงข้ามทางเข้าหมู่บ้าน...คนก็เสียงดังขึ้นมาพร้อมกัน...เราก็ยืนไหว้ต่อไป...คือเหมือนที่ระบายเรื่องทุกข์ใจอ่ะ...เรามีอะไรในใจเลยมาไหว้...เพราะหลายครั้งหาทางออกหรือพูดไม่ได้...ก็เหมือนมาระบายความในใจเงียบๆ แม้เราก็ไม่แน่ใจว่าศาลยังมีสิ่งใดอยู่มั้ย...แต่เราไหว้ไปเรื่อยๆ ไม่สนใครจะเป็นบ้าหรือแหกปากไรขึ้นมา เสียงก็เงียบไปเอง...ก็ไม่ได้หยุดเห่ากันแหละแต่ไม่ดังเหมือนเมื่อกี้ที่เราไหว้แรกๆ... แล้วอยู่ๆ ดังขึ้นมาพร้อมกัน....น่ารำคาญ...พอเราลืมตาเอาขวดน้ำแดงไปวาง...ก็เห็นเจ้าของร้านตามสั่งผู้หญิงมอง...เราก็ไหว้ต่อไป...แต่เรามองแบบโกรธๆ...ว่าเขามองไรเรา....แม้เขาอาจไม่เห็นเพราะมืด คือเรามาไหว้ก็ไหว้เงียบๆ และไม่ได้อยู่ในบริเวณร้านเขาด้วยซ้ำ....น่ารำคาญ....และยังมีตาลุงร้านข้างๆเหมือนเคยเอ่ยลอยๆ ว่าเราบ้า..หรือมีครั้งหนึ่งเราเดินผ่าน...ก็มองเราแล้วบอกแบบไม่มีใครเขาอ่าน คือเจอคำพูดนี้บ่อยแหละ...ตอนนั้นก็เจอผู้ชายเสื้อยืดขาว 2 คนขี่มอไซด์เข้าหมู่บ้านมา...เราก็จะหลบ..เขาก็จะหลบ..เลยชะงักไปหน่อยเพราะหลบไปทางเดียวกัน...แต่สุดท้ายเราก็เบี่ยงเดินออกนอกเส้นทางเขาแต่ได้ยินแบบเขา 2 คนมองเราและได้ยิน...แบบคิดว่าเราอ่าน...คือความหมายคือ...เราอ่ะไปคิดว่าเขาอ่าน....แต่ถ้าให้เดา...เราก็อาจเดาถูก..แต่พูดออกไปไม่ได้เพราะเจอแน่ๆ คือเราคิดไปเอง....คือไม่รู้ไรอ่ะนะ..เราแค่เดินออกจากหมู่บ้านตามปกติ...พอดีเขาขี่มอไซด์มา..และมาทางเดียวกับเราเดิน..เราจะหลบ..เขาก็จะหลบตอนแรก..เลยมีการชะงักกันไปนิด...แต่ก็ไม่ได้มีไร..ไม่ได้คิดไร..ไม่ได้สนใจไร...และอาจไม่รู้ไรจนได้ยินคำพวกนี้แหละ...ที่ทำให้เรากลับมาไตร่ตรองใหม่ทีหลัง..แต่สรุป 2 ร้านนั้นก็ไม่ได้ไปกินอีกเป็นสัปดาห์แล้วซึ่งเขาก็อาจไม่ได้เปิดกันแหละ...เพราะช่วงปีใหม่...หรือเราไม่ได้ไปกินก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน...ลูกค้าเยอะแยะ

    ตอนนั่งรอรถ...เราก็ไม่ไปรถน้ำเงินอ่ะ....เพราะ 20 บาท...ก็กะรถตู้มั้ง 15 บาท....แต่ผ่านไปหลายคันก็ไม่ได้ขึ้น....เพราะนั่งคิดเรื่องคอมที่ซ่อม....เรื่องเงินที่ต้องใช้กู้ข้อมูล...และเรื่องตกงาน....ชีวิตใครชีวิตมัน ใครจะเข้าใจเรา...คืิอเราก็ทำพลาดมาเยอะ...แบบไม่รู้จักคิดหรือไม่รู้จะทำไง...หรือไม่กล้า...แต่ก็ประสาทกินเพราะคำพูด, ความคิดและความเข้าใจคนอื่นมาเยอะเหมือนกัน....เราก็ไม่ได้มีชีวิตดีไร...คือถึงเหมือนมีคนดีดีกับเราในอดีต...แต่เราก็ไม่ได้อะไรจากพวกเขาเหล่านั้นนะ...และเราก็ยังอยู่คนเดียวและตกงานอยู่ดี....ชีวิตก็แย่ดั่งเดิม....ก็แค่เก็บเป็นความทรงจำเพราะเราก็เคยพิมพ์ๆ ระบายๆ ความทรงจำเรื่องนี้ว่า...ถึงแต่ก่อนคนนั้นคนนี้ที่อาจเคยดีกับเรา...แต่ตอนนี้ก็อาจไม่ได้ดีกับเราแล้วก็ได้....ความรู้สึกและความคิดคนเปลี่ยนกันได้เสมอ...วันนี้อาจดี...พรุ่งนี้อาจเกลียด...ตอนนี้อาจเฉยๆ....ไม่สนใจ

    นั่งรอไป...คิดมาก...คิดหนัก...เครียดไป...เราก็อยากอยู่นิ่งๆ เป็นหุ่น..เป็นหินที่โดนสต๊าฟเอาไว้...แบบตัดขาดสิ่งรอบตัว...รถเมล์ผ่านไปกี่คัน...รถตู้กี่คัน...แบบเหมือนคนจมน้ำ....แบบหมดแรงไปต่อ...คือเหมือนคนดราม่าและเรียกร้องความสนใจ...แต่ใครสนใจและเราก็เครียดแบบนั้นจริงๆ...ไปคิดมาก สนใจมาก...เอ๊ะ....มีใครว่าเราบ้า...ดราม่า...เรียกร้องความสนใจมั้ย...สรุปคนที่บ้าและฆ่าตัวตายคือเราอ่ะนะไม่มีใครมาตายหรือบ้ากับเราด้วย

    สุดท้ายชีวิตก็ต้องเดินต่อไป...คงไม่ได้มีโอกาสตายอยู่ตรงป้ายรถเมล์นี้...ก็ขึ้นรถตู้ 15 บาทไป...แต่ก็คิดตอนนั้นที่นั่งรถตู้ผ่านพันทิปแล้วคิดเรื่องฮาร์ดดิสตัวนอก...แบบควรจะซื้อ...หรือไปลองถามราคาก่อนก็ได้...แต่ไม่มีเงินก็เลยข้ามๆ ไป....แบบค่อยซื้อ...สุดท้ายก็สายเกินไป

    มาถึงแถวเดอะมอล์ บางกะปิ...ก็ข้ามฝั่งไปกินข้าวร้านตามสั่งเจ้าประจำก็ 40 บาทแบบไม่มีไข่..ถ้ามีไข่ก็จ่ายเพิ่มอีก...สั่งจนเจ้าของร้านจำได้...ข้าวไก่ผัดน้ำมันหอยใส่แค่เห็ดไม่เอาผัก...พอทานเสร็จก็ไม่รู้ไปไหน...แบบเครียดๆ แต่ก็ต้องรอช่างโทรมาว่าคอมเสร็จแล้วถึงเดินไปเอา....แต่พอมาถึงสะพานข้ามที่จะไปเดอะมอล์...ช่างก็โทรมาให้ไปเอาคอม...แต่ SSD ที่เหมือนให้เขาดูให้ว่าจะติดมั้ย..ปรากฏเสียจริง เปิดไม่ได้....เราก็เดินไปพันทิป บางกะปิ...ฝ่าฝูงคนไป...เยอะมากและทางเดินเล็กๆ ก็มีของขายเต็ม 2 ฝั่ง บางคนไปเดินริมถนนที่รถวิ่ง...รถบางคันก็จอดอยู่ริมฟุตบาท....ดังนั้นเวลาเดินก็ต้องเดินออกนอกถนนไปอีก...ไม่รู้จะจอดทำบ้าอะไร...รถก็เยอะ...คนก็เยอะ...และทางเล็กๆ ก็มีคนเดินสวนกันไปมา...ไม่ใช่เดินไปทางเดียวด้วย....บางคนก็หยุดซื้อของ..ดูของ..เดินกันไม่ได้ไปอีก

    ฝ่าไปจนถึงที่หมายก็เดินไปเอาคอม..ช่างก็ให้เช็คความเรียบร้อย...เราก็ถามช่างอีกรอบเรื่องแบต...ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน...เพราะเราไม่มีเงินไง...ช่างก็บอก 3 - 6 เดือน...แต่ก็อาจอยู่ได้ถึงปี....คือถ้าฝาคอมด้านล่างปริ...หรือตัวทัชบนคีย์บอร์ด..ลองเลื่อนๆ...แล้วไม่ขยัับคือให้เอาไปเปลี่ยน...ไม่งั้นระเบิด

    ตอนเช็คข้อมูล...เราก็ลองเปิดดูคร่าวๆ....แต่อยู่ๆ นึกถึงไดร์ส HDD ที่เหลือ..เลยลองเปิดดูข้อมูล....คือเหมือนเราเข้าใจไรผิดมาตลอดหรือไม่รู้จักเฉลียวใจคิดก็ได้...ที่เราตอนแรกเข้าใจว่ามันคือบรรดาไฟล์ที่อยู่ใน SSD ที่เสียและเราใช้ไดร์สนั้นเป็นหลัก..กลับไม่ใช่...ไฟล์พวกนั้นคืออยู่ใน HDD หลัก...เกือบ 1 TB ที่เราเข้าใจว่ามี 200 GB...พอช่างบอก 1 TB...เรายังคิดในใจว่าไม่ใช่...คือเราบ้าและโง่...ไม่จำ..ไม่สังเกตคือตอนไดร์สเต็ม..เราก็ดูความจุอยู่ว่าเหลือเท่าไหร่....SSD มีความจุไม่เกิน 250 GB...แล้วมันจะไปจุถึงเกือบ 1 TB ได้ไง..แต่สรุปเราโง่จริงและไม่เฉลียวใจคิดจริง...ถึงได้เข้าใจผิดตลอด

    พอเช็คคอมคร่าวๆ แล้ว...เราก็ขอบคุณเขาเสียไปอีก 300 บาทค่าลงวินโดว์ใหม่....แล้วเดินเครียดกลับไปเดอะมอล์เพื่อกลับบ้าน

    ตอนเดินกลับไปเดอะมอล์ก็คิดเรื่องคอมนี่แหละและเรื่องเงิน...เสียเงินเยอะ...งานก็ไม่มี....แต่พอเดินจะเข้าน้อมจิต...นึกขึ้นมาได้แบบเดี๋ยวนะ...ถ้าไดร์ส C อยู่ใน SSD...แปลว่าแบ่งเป็น 2 ไดร์สซิ...เพราะมีเก็บข้อมูลด้วย..และเวลาเราเข้าคอมอันเก่าจะมี 3 ไดร์สในเครื่องคือ C,D,E...เราเลยโทรไปหาช่างใหม่..เขาก็บอกว่า...เราบอกเองว่า SSD มีไดร์สเดียว...เราก็บอกว่าเราจำผิดเองต้องแบ่งเป็น 2 ไดร์ส...เขาเลยบอกวิธีการแบ่ง...ตอนแรกเราจะบอกว่าเดี๋ยวถึงบ้านจะโทรหาใหม่...แต่ช่างบอกให้เอากลับไปให้เขาทำให้เราเลยเดินย้อนกลับไปที่ร้านอีกรอบ....ฝ่าคนล้นทางเดินที่มีของขาย 2 ฝั่งฟุตบาทไปอีกรอบ...ก็มีคนดันๆ แต่เข้าใจว่าติดคน...เดินกันชิลมาก..หรือหยุดดูของ...และเดินสวนกันไปมา....เดินไปถึงร้าน...ช่างก็ช่วยแบ่งให้...แต่ก็ดูว่าเหลือเท่าไหร่....ปรากฏใช้ไปประมาณ 88 GB เหลือประมาณ 144 GB....ตอนแรกเราจะแบ่งเก็บข้อมูล 100 GB...แต่ช่างท้วงว่ามีผลต่อการทำงานเครื่อง...และแนะว่า 50 GB...แต่สุดท้ายมาคำนวนก็บอก 60 GB ก็ยังโอเค...เราก็เลย 60 GB...แต่พอมาดูจริงๆ  SSD....ที่บอก 250 GB...มาใช้จริงรวมๆ ได้ประมาณ 232 GB อ่ะนะ...เป็นไดร์ส C 173 GB.... ส่วนไดร์ส D 58.5 GB...ตอนจะแบ่ง...ช่างอีกคนก็บอกแบ่งครึ่งๆ คือเสียพื้นที่...แต่ก็ต้องแบ่งแหละ...เพราะไดร์ส HDD เราเหลือพื้นที่แค่ 303 MB 

    ตอนยืนรอเขาแบ่งพื้นที่ SSD...เราก็ถามช่างทำไม...ไดร์ส C...ไปอยู่ใน SSD ได้...เพราะตอนซื้อคอมมามีแค่ HDD ส่วน SSD....เราไปซื้อใส่ทีหลัง...เขาก็บอกก็ต้องแล้วแต่ช่างคนลงคนแรกที่เขาแบ่งเอาไว้แบบนั้นตอนลงวินโดว์...เราก็โอเค..แต่เหมือนมาคิดทีหลังว่าถามไรโง่ๆ มั้ย...แต่บางทีเรื่องที่ดูโง่สำหรับคนอื่นๆ ที่จะมอง....เราก็อาจไม่รู้หรือไม่แน่ใจจริงๆ 

    เร่ร่อนกลับมาถึงบ้าน....ชีวิตไม่มีอนาคตและไม่รู้ไปทางไหน....เอา SSD ตัวเก่าใส่ในกล่องของ SSD ตัวใหม่ที่ว่างแล้วเก็บในตู้เผื่อสักวันไปกู้ข้อมูลคืน...เราจะเอารูปจากมือถือใส่คอมเก็บไว้....คือตอนแรกว่างๆ เครียดๆ ก็อยากหาไรทำฆ่าเวลา....ก็จะพิมพ์เรื่องที่ไปพิพิธภัณฑ์กับน้อง....ก็ต้องเอารูปที่ถ่ายภาพไว้ลงคอม แต่ปรากฏตอนแรกเข้าโฟลเดอร์รูปในมือถือ...ภาพก็ขึ้นนะ...แต่พอจะ Copy ใส่ในคอม...กลับไม่ได้...ขึ้นประโยคนี้....


    ลองหาทางแก้ใน Google แบบพิมพ์ประโยคนี้...ก็มีขึ้นว่ามีคนเจอปัญหานี้แล้วมาตั้งกระทู้ถาม...แต่พอไปอ่านวิธีแก้คือมีแต่คนตอบไรที่เอาไปใช้แก้จริงไม่ได้....ก็ลองถอดสาย USB ที่เชื่อมระหว่างคอมและมือถือแล้วเสียบใหม่ก็ไม่ได้...หลายครั้งคือไม่ขึ้นไฟล์รูปแบบโฟลเดอร์ว่างเปล่า...แต่ถ้าไปพวกรูปที่ save มาจาก Fb หรือ line....หรือพวก Screenshot...กลับ Copy ลงคอมได้...ลองไปโฟลเดอร์เพลง...ก็ Copy ลงคอมได้....แต่พอมาโฟลเดอร์ภาพถ่าย...ลองเสียบสาย USB เข้า - ออก...บางทีไม่เจอภาพ...โฟลเดอร์ว่างเปล่า...หรือบางทีก็ขึ้นภาษาแปลกๆ ตรงส่วนไดร์สมือถือหลักเลย....หรือบางทีเปิดโฟลเดอร์รูปถ่ายคือไม่มีภาพแต่ลองไปที่โฟลเดอร์ Screenshot กลับไปเจอรูปถ่ายแทน...แบบรวนไปหมด


    ภาษาแปลกๆ ตรงไดร์สมือถือ


    แต่บางทีลองเสียบ USB แบบถอดออก - เสียบเข้าใหม่ก็ขึ้นมาปกติ


    เมื่อแก้ปัญหาเองไม่ได้ก็เลยแคปภาพจากที่ถ่ายเอาไว้..ส่งไปถามช่างซ่อมคอมและโทรถามว่า...ทำไมเป็นแบบนี้...เพราะก่อนไปซ่อม...เอารูปลงคอมได้....ช่างก็บอก...ปัญหาน่าจะมาจากมือถือเรา....ต้องลองดูที่มือถือเรา....เราก็เลยทำไรไม่ได้เมื่อช่างบอกแบบนั้น....ลองเสียบสาย USB เข้าออกหรือลอง Restart คอมก็แก้ปัญหาไม่ได้...ภาษาแปลกๆ ก็ขึ้นสลับกับการกลับมาเป็นปกติ


    ลองเอาไปเสียบคอมน้อง...ปรากฏ....ไดร์สมือถืออ่ะขึ้นแต่พอเข้าไปโฟลเดอร์รูปถ่ายคือไม่เจอ...ขึ้นโฟลเดอร์ว่างเปล่า...ไม่มีข้อมูล....แต่รูปถ่ายในมือถืออ่ะยังมีอยู่ปกติ...เลยกลับมาหาข้อมูลการแก้ไขใหม่จากใน Google...ก็คิดว่าถ้าแก้ไขไม่ได้คือต้องยกคอมหรือเอามือถือไปที่ร้านแล้วซ่อมมั้ย....เสียเงินอีกมั้ยแต่ลองหาทางแก้ด้วยตัวเองก่อนจากใน Google...ก็คิดว่าหรือข้อมูลในมือถือมันไม่เข้าคอม....เพราะปกติเสียบสายเชื่อมต่อมือถือกับคอม..มันจะขึ้นคำถามในมือถือว่า "ตกลง" หรือ "ปฏิเสธ" การเชื่อมต่อประมาณนี้แหละ...แต่อันนี้ขึ้นครั้งแรก..พอลองถอดและเสียบสาย USB ใหม่ก็ไม่ขึ้นคำถามนี้แล้ว...ก็ลองนึกย้อนดูเพราะเหมือนเคยมีตอนที่เสียบมือถือเชื่อมต่อคอมก็เชื่อมเอาข้อมูลไม่ได้...แบบต้องไปแก้ปัญหาที่ไดรส์จากในคอมนี่แหละ...ส่วนในมือถือ...ไปที่ตั้งค่าแต่อาจเพราะโง่เองเลยไม่รู้ว่าต้องไปที่ไหนถึงจะเจอส่วนที่เชื่อมต่อกับคอม...เผื่อมีปัญหาอะไรตรงส่วนนั้น...ก็ลองเสิร์จพวกวิธีแก้แบบหาไดร์สไม่เจอ....ต้องไปที่ไหน....แล้วลองทำตามดู...ก็ไปที่ Device Manager


    ลองทำตามแบบหาตัว USB ของมือถือแล้ว Update driver  แต่ก็แก้ไขไม่ได้...เพราะเปิดเข้าโฟลเดอร์มือถือก็ไม่เจอภาพอะไรอยู่ดีแบบโฟลเดอร์ว่างเปล่า...แต่ในส่วนนี้พอ Update driver มันก็ขึ้นแบบปกตินะ..ก็เลยไม่รู้เป็นเพราะอะไร...ลองถอดและเสียบสาย USB ใหม่ก็ไม่ได้...ไม่ขึ้นไฟล์รูปภาพ....ลองไปโฟลเดอร์เพลง...ตอนแรกสุดอ่ะได้....ลอง Copy ลงคอมก็ได้...แต่พอมาครั้งหลังมีครั้งหนึ่งไม่ขึ้นไฟล์เพลง...แต่มาลองอีกทีก็ขึ้นไฟล์เพลงและ Copy ลงคอมได้...ก็หาข้อมูลวิธีแก้ไขต่อ...จนเจอแบบลอง Restart มือถือ...ก็เลยทำตามแล้วไป Update driver...แล้วลองเข้าโฟลเดอร์รูปถ่ายใหม่แต่ก็ยังไม่ได้...ก็ลองถอดเสียบสายใหม่เข้าใหม่...ปรากฏว่าได้...ขึ้นไฟล์รูปภาพ....ก็ลอง Copy 1 ภาพใส่คอม...ปรากฏว่าได้....ก็เลยลากทุกรูปแล้ว Copy ลงคอม...ขึ้นเวลา 6.30 นาที...ก็ถือมือถือค้างไว้ท่านั้นเลยไม่กล้าวางกลัวสาย USB ขยับแล้วกลายเป็นหลุดการเชื่อมต่อทำให้ Copy รูปไม่ได้....แต่สุดท้ายก็สำเร็จ..ก็ดีไปไม่ต้องไปเสียเงินเพิ่ม

    มาถึงตอบจบ....ถามว่าเรื่องเราสำคัญและน่าสนใจมั้ย....ก็ไม่...แค่หาไรทำ..บ่นๆ ระบายความทุกข์และเครียดในใจและสมองตัวเอง....ในชีวิตคนเราเจอทั้งคนที่ดีและไม่ดีกับเราแหละ...ก็ทำพลาดมาเยอะจริงๆ...แต่ก็ประสาทกินกับคนที่ไม่ดีกับเรามาเยอะเหมือนกัน...แต่ก็ยังไม่บ้า 100% หรือหาทางออกให้ชีวิตตัวเองไม่ได้...ก็ไม่กล้าในหลายเรื่อง....อยากตายก็หลายครั้ง...ไม่อยากเจอแบบคำพูด, ความคิดและความเข้าใจของคนในสังคมรอบๆ ที่ทำเราทุกข์, เครียดและคิดมาก....เป็นบ้า....แต่จะไม่เจอแบบนั้นก็ต้องตายอย่างเดียวแหละ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in